'อภิสิทธิ์' จ่อปราศรัยใหญ่ กทม.11ม.ค. ชู27นโยบาย-การเมืองสุจริต

"อภิสิทธิ์" ลงพื้นที่ดินแดง ประชาชนต้อนรับอบอุ่น เผย ปชป. เตรียมปราศรัยใหญ่ กทม. 11 ม.ค. นี้ พร้อมลุยตั้งเวที 4จว.ใต้-ระยอง พร้อมขน27นโยบายขอคะแนนเลือกตั้ง
ที่ตลาดกลางดินแดง ถนนประชาสงเคราะห์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค ได้ลงพื้นที่ตลาดกลางดินแดง เพื่อช่วยผู้สมัคร สส. กทม. หาเสียงเลือกตั้ง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและผู้ค้าที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาขอถ่ายรูปและจับมืออย่างคับคั่ง
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่าในพื้นที่กทม.เตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก ในวันที่ 11 ม.ค. ที่สวนเบญจสิริ และเวทีสุดท้ายในวันที่ 6 ก.พ. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. ขณะที่การหาเสียงช่วงนี้เดินหน้าอธิบายถึงนโยบายที่จะทำให้ไทยหายจน และในช่วงหลังก็จะได้มีการรณรงค์ในเรื่องอื่นต่อไป ขณะที่การปราศรัยใหญ่ในพื้นที่อื่นๆ อยู่ระหว่างพิจารณาว่ามีกี่จังหวัดที่สามารถจัดได้บ้าง ซึ่งมีพื้นที่ที่ชัดเจน คือภาคใต้ ใน จ.นราธิวาส จ.สงขลา จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนในภาคตะวันออก คือ จ.ระยอง
"ต้องเดินหน้าทำงานหนักเพราะยังมีเวลาอีกพอสมควรที่ต้องไปบอกกับประชาชนชาวกรุงเทพฯและทั่วประเทศว่าการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทำให้เขาได้มีความมั่นใจว่าจะมีรัฐบาลที่ดีได้ ถ้าเลือกเราเข้าไปเยอะ และการที่เราจะไปร่วมรัฐบาลกับใคร ก็จะให้เกิดความมั่นใจในเรื่องของความสุจริต ไม่มีเรื่องของทุนเทา และไม่สร้างความแตกแยกในสังคม" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการรณรงค์หาเสียงพื้นที่ต่างจังหวัด ด้วยว่าในวันพรุ่งนี้ (7 ม.ค.) ตนและคณะเดินทางไปหาเสียงที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการเมืองภาคใต้แข่งขันกันอย่างดุเดือด ตนมองว่าไม่มีปัญหาเพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้ประชาชนมีตัวเลือก ขณะที่มีกระแสการใช้เงินในการเลือกตั้งตนมองว่าเป็นปัญหามาตลอด แต่รอบนี้ตนมีกำลังใจ เพราะทั้งภาคธุรกิจเอกชนและประชาชน ร่วมต่อต้านไม่ให้ทุนเข้ามาครอบงำประเทศ
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ออกแคมเปญต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นให้ใช้โทษประหารสำหรับผู้ทุจริตคอร์รัปชั่น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาของการทุจริตคอร์รัปชั่น มีกฎหมายที่ลงโทษถึงขั้นประหารอยู่แล้ว แต่ปัญหาที่ผ่านมาคือคนที่ทำผิดไม่กลัว เพราะคิดว่าจับไม่ได้ หรือจับได้สามารถใช้เงินมาซื้อกระบวนการยุติธรรมได้ หรือซื้อไม่ได้ก็หนีไปต่างประเทศเพราะ ดังนั้นสิ่งสำคัญ ผู้บริหารคือรัฐบาลจะต้องสุจริตก่อน
"พรรคประชาธิปัตย์จะใช้คือเรื่อง ของข้อมูลถ้าข้อมูลของรัฐเปิดเผยเชื่อมโยงกันหมด ประชาชนตรวจสอบได้ โอกาสที่ใครจะมาทำสิ่งที่ผิด หรือทุจริตก็จะถูกตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญและสอดคล้องกับความเป็นจริง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าเกมการเลือกตั้งครั้งนี้เหมือนสนามฟุตบอลพรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวเล่นไหนในสนามฟุตบอล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "เป็นทีมก็ได้ อย่างนิวคาสเซิลเกือบจะแย่แล้ว ตั้งแต่เปลี่ยนโค้ชมาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ"
เมื่อถามย้ำว่าถ้าเป็นผู้เล่นในสนามจะเล่นเป็นตัวไหน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนเป็นตัวทำเกม เพราะต้องคอยส่งลูกให้คนรุ่นใหม่
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการล็อกตรวจสเปกนายกรัฐมนตรีกันแล้วโดยมีอักษรย่อ อ.ออกมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตัว อ.น่าจะไม่มีปัญหา ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าตัว อ.หมายถึงคนที่มีชื่อเล่น น. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ไม่มีมั้ง" พร้อมหัวเราะ และกล่าวว่าเห็นเมื่อวานเขาพูด “อภิทิน” ไม่ใช่หรือ น่าจะดีกว่า”อนุสิทธิ์”นะ
เมื่อถามว่ามีแคนดิเดตนายกฯของบางพรรค บอกว่าถ้าได้เลือกให้เป็นนายกฯจะทำงานให้ได้ดีกว่านายกคนอื่นๆที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องแข่งขันกันซึ่งประชาชนประชาชนจะพิจารณา
ต่อข้อถามว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา นานชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ระบุว่าไม่เอาโครงการแลนด์บริดจ์ นายภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องแลนด์บริดจ์มีผลการศึกษา และยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเงินที่ต้องลงทุนไปเทียบกับการประหยัดเวลาซึ่งน้อยกว่าที่คิด ดังนั้นแนวคิดเรื่องแลนด์บริดจ์คิดว่าไม่ได้คุ้มค่า แต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ และการเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆทั้งถนน รถไฟ เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ และมีความพยายามจะดำเนินการ
เมื่อถามถึง โครงการที่จะนำมาปัดฝุ่นใหม่มีอะไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีหลายเรื่องที่จะต่อยอด เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทั่วหน้า 1,000 บาท ค่าตอบแทน อสม. ประกันรายได้ผลผลิตเกษตรกร เรียนฟรีที่มีเพิ่มเติม







