'พริษฐ์' จี้ กกต.ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ถึง 8 ม.ค.

'พริษฐ์' จี้ กกต.ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ถึง 8 ม.ค.

'พริษฐ์' เรียกร้องให้ กกต.ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-ประชามตินอกเขต อีก 3 วัน ถึง 8 ม.ค. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ปชช. ไม่ขัดกฎหมายที่มีอยู่ ชี้ยังมีเวลาพอ

KEY

POINTS

  • นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน เรียกร้องให้ กกต. ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าและออกเสียงประชามตินอกเขตออกไปอีกอย่างน้อย 3 วัน จนถึงวันที่ 8 ม.ค. 2569
  • ชี้ให้เห็นถึงยอดผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าและออกเสียงประชามตินอกเขตที่แตกต่างกันมาก ซึ่งอาจทำให้ประชาชนกว่า 9 แสนคนเสี่ยงเสียสิทธิออกเสียงประชามติ
  • ยืนยันว่าการขยายเวลาไม่ขัดต่อกฎหมาย และ กกต. ยังมีเวลาเพียงพอในการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ทันตามกำหนดภายในวันที่ 13 ม.ค. 2569

เมื่อช่วงดึกคืนวันที่ 5 ม.ค. 2568 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรขยายเวลาการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-ออกเสียงประชามตินอกเขต อย่างน้อย 3 วัน จนถึง 8 ม.ค. 2569 เพื่อคุ้มครองสิทธิและอำนวยความสะดวกประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยที่ไม่ขัดกับกฎหมาย-ระเบียบที่มีอยู่ และโดยที่ กกต. ยังมีเวลาเพียงพอสำหรับงานธุรการที่จะตามมาในขั้นตอนถัดไป

นายพริษฐ์ ระบุว่า ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เพิ่งสิ้นสุดวันที่ 5 ม.ค. ไป ซึ่งเท่ากับว่าหมดเขตการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าและการออกเสียงประชามตินอกเขต สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกเดินทางไปเลือกที่หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในวันที่ 8 ก.พ. (เช่น ทะเบียนบ้านอยู่จังหวัด ก. แต่ท่านใช้ชีวิตอยู่ในจังหวัด ข.)

ยอดลงทะเบียน หากนับถึงสิ้นสุดวันที่ 4 ม.ค. (24 ชั่วโมงก่อนหมดเขต)
(1) ยอดลงทะเบียน “เลือกตั้งล่วงหน้า” = 1,531,729 คน
(2) ยอดลงทะเบียน “ออกเสียงประชามตินอกเขต” = 620,476 คน

จริงอยู๋ ว่าตัวเลข (1) ยังถือว่าต่ำกว่ายอดลงทะเบียน “เลือกตั้งล่วงหน้า” เมื่อการเลือกตั้ง 66 (ซึ่งเกิน 2.1 ล้านคน) แม้เป็นไปได้ว่าคนจะแห่มาลงทะเบียนเยอะใน 24 ชั่วโมงสุดท้าย แต่ตัวเลขที่น่ากังวลที่สุด คือตัวเลขส่วนต่างระหว่าง (1) กับ (2) ซึ่งอยู่ที่ 911,253 คน - สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นเพราะห้วงเวลาในการลงทะเบียนสำหรับ (2) มีเพียงทั้งหมด 3 วัน (3-5 ม.ค.)

นั่นหมายความว่า หากเรายึดตัวเลข ณ 24 ชั่วโมงก่อนหมดเขต ยังมีประชาชนอย่างน้อย 911,253 คน ที่ไม่สะดวกไปเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในวันที่ 8 ก.พ. จึงตัดสินใจลงลงทะเบียนเพื่อ “เลือกตั้งล่วงหน้า” ในวันที่ 1 ก.พ. แต่ยังไม่ได้ลงทะเบียน “ออกเสียงประชามตินอกเขต”

ประชาชนอย่างน้อย 911,253 คนนี้ มีแนวโน้มสูงว่าจะไม่ได้ออกเสียงประชามติ เพราะวิธีการเดียวที่เขาจะได้ออกเสียงคือการกลับไปออกเสียงที่หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในวันที่ 8 ก.พ. แต่หากเขาสะดวกกลับไป พวกเขาคงไม่มาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ามาตั้งแต่ต้น

'พริษฐ์' จี้ กกต.ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ถึง 8 ม.ค.

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ไม่รู้ว่าตัวเลขตอนสิ้นสุดวันที่ 5 ม.ค. จะลงเอยที่เท่าไร โดย กกต. ควรเร่งเปิดเผยยอดให้เร็วที่สุด แต่เห็นว่าหากช่องว่างระหว่าง (1) ยอดลงทะเบียน “เลือกตั้งล่วงหน้า” กับ (2) ยอดลงทะเบียน “ออกเสียงประชามตินอกเขต” ยังห่างอย่างมีนัยสำคัญ ทาง กกต. ควรขยายเวลาการลงทะเบียนสำหรับ 2 เรื่องดังกล่าวออกไปอีกอย่างน้อย 3 วัน จนถึงวันที่ 8 มกราคม 2569

เข้าใจดีว่า กกต. ถูกล็อกตามกฎหมายและระเบียบว่า กกต. จะต้องประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และ ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน ซึ่งคือภายในวันที่ 13 ม.ค. 2569 กกต. จะต้องกำหนดห้วงเวลาในการลงทะเบียน “เลือกตั้งล่วงหน้า” กับ “ออกเสียงประชามตินอกเขต” เป็นห้วงเวลาเดียวกัน หากจะขยายเวลาลงทะเบียน จะต้องขยายเวลาของทั้ง 2 เรื่องไปพร้อมๆกัน

ดังนั้น เพื่อให้ กกต. ทำเต็มที่ในการคุ้มครองสิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติของประชาชน และเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-ออกเสียงประชามตินอกเขต ภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ เห็นว่า กกต. ควรขยายเวลาการลงทะเบียนสำหรับ 2 เรื่องดังกล่าวออกไปอีกอย่างน้อย 3 วัน จนถึงวันที่ 8 ม.ค. 2569 ซึ่งจะยังทำให้ กกต. มีเวลา 4-5 วัน (9-13 ม.ค. 2569) ในการดำเนินการทางธุรการเพื่อให้ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และ ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ได้ทันภายในวันที่ 13 ม.ค. 2569 ตามที่กฎหมายกำหนด

ที่มา พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu