‘สมศักดิ์’ปราศรัยบ้านเกิดชู‘พท.’ ป้องอิ๊งค์ ปราบสแกมเมอร์ จนหลุดนายกฯ

‘สมศักดิ์’ปราศรัยบ้านเกิดชู‘พท.’  ป้องอิ๊งค์ ปราบสแกมเมอร์ จนหลุดนายกฯ

“สมศักดิ์” ปราศรัยสุโขทัย 3 เวทีรวด ช่วยแชมป์เก่า”จักรวาล”เบอร์ 2 ชี้ เลือกให้กลับสภาฯไปแก้ปัญหาต่อ แจงปมอดีตนายกฯแพทองธาร หลุดเพราะปราบสแกมเมอร์ ดักคอคนจ้องพูดแบบไม่ถูกต้อง ขณะที่ “ชัย วัชรงค์” ยัน เพื่อไทยไม่ถอย หลังเกษตรกรยังลืมตาอ้าปากไม่ได้ ชู นโยบายปลด สปก.ช่วยเพิ่มมูลค่าที่ดินเฉลี่ยไร่ละ 3 หมื่นบาท ด้าน”ณัฐธิดา” ย้ำ ประกันกำไรเพาะปลูก 30% ขอเชื่อมั่น เพื่อไทยทำได้

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายชัย วัชรงค์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ผู้สมัคร สส.สุโขทัย เขต 4 เบอร์ 2 พรรคเพื่อไทย และน.ส.ณัคนางค์ กุลนาถศิริ ผู้สมัคร สส.สุโขทัย เขต 1 เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชน จำนวน 3 จุด คือ ที่ตำบลบ้านแก่ง อำเภอศรีสัชนาลัย ที่วัดโบราณหลวง ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย และที่ เลิฟวิว รีสอร์ท สวรรคโลก อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย 

โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้ ทำให้ตนนึกถึงอดีตที่ได้มีโอกาสเข้ามาช่วยพัฒนาในพื้นที่นี้ ซึ่งในสมัยปี 2531 ตนดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้ช่วยแก้ปัญหาการคมนาคม เพราะในอดีตถนนเข้าเมืองเก่า มีแต่ฝุ่น จึงผลักดันทำถนน และได้พัฒนามาจนถึงปัจจุบัน โดยการพัฒนาถนน ก็ยังไม่หยุดนิ่ง นายจักรวาล ก็ยังเดินหน้าผลักดันให้เป็นถนน 4 เลน เพื่อเพิ่มศักยภาพการคมนาคมต่อไป ดังนั้น ขอพี่น้องประชาชน เลือกนายจักรวาล เบอร์ 2 กลับเข้าไปทำงานในสภาฯ เพื่อเดินหน้าพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงนอกจากช่วยพัฒนาพื้นที่แล้ว นายจักรวาล ยังกล้าพูดสะท้อนปัญหาในสภา เพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศอีกด้วย 

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย มีหลายนโยบายที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยผู้สมัคร สส.แต่ละคนจะช่วยอธิบายรายละเอียด แต่ตนขอเน้นย้ำ นโยบายหลักประกันสวัสดิภาพ อสม.และ ชรบ.ทั่วประเทศ เพราะขณะตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็เห็นถึงความสำคัญของ อสม. ที่ได้ช่วยรณรงค์นับคาร์บ ลดโรค NCDs ได้กว่า 42 ล้านคน ช่วยลดผู้ป่วย และลดงบประมาณของประเทศได้จำนวนมาก ตนจึงช่วยผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.อสม. เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับ อสม. โดยตนพร้อมจะกลับไปช่วยผลักดันกฎหมาย อสม.ต่อ เพราะร่าง พ.ร.บ.อสม.กำลังจะได้รับการพิจารณาออกเป็นกฎหมาย แต่ถูกบางพรรคขัดขวาง และมีการยุบสภาฯก่อน จึงทำให้กฎหมายตกไป แต่ตนตั้งใจจะกลับไปผลักดันให้ต่อ

“ผมขออธิบายเรื่องอดีตนายกฯแพทองธาร ชินวัตร ให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจอย่างถูกต้อง เพราะถ้าไม่พูด เดี๋ยวจะมีคนมาพูดแบบไม่ถูกต้อง โดยข้อเท็จจริง รัฐบาลพรรคเพื่อไทย กำลังเร่งปราบสแกมเมอร์อย่างจริงจัง เพราะได้หลอกลวงต้มตุ๋นพี่น้องประชาชน จนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ก็ได้แก้ปัญหาแบบเด็ดขาด ด้วยการตัดไฟกัมพูชา จึงทำให้ต้นทางโกรธ แล้วปล่อยคลิปออกมาโจมตี ทั้งที่เจตนาอดีตนายกฯแพทองธาร ตั้งใจช่วยแก้ปัญหาสแกมเมอร์อย่างจริงจัง เพราะเข้าใจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่บางคนหมดตัวจากการถูกหลอกลวง แต่สุดท้ายอดีตนายกฯแพทองธาร ก็ต้องมาหลุดตำแหน่งจากการปราบสแกมเมอร์ จึงขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ จะได้ไม่หลงเชื่อคนที่อาจจะมาพูดแบบไม่ถูกต้อง” นายสมศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ นายชัย กล่าวว่า ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา พรรคการเมืองไหนมีนโยบายที่จับต้องได้ พี่น้องประชาชน ก็ต้องคิดถึงพรรคเพื่อไทย ที่มีต้นกำเนิดมาจากพรรคไทยรักไทย ที่คิดโครงการดีๆเพื่อประชาชนมาโดยตลอด เช่น 30 บาทรักษาทุกที่ ที่ทั่วโลกยอมรับว่า เป็นนโยบายที่ยอดเยี่ยมที่สุด รวมถึงกองทุนหมู่บ้าน แต่ก็ต้องยอมรับว่า พรรคถูกยุบไปแล้ว 2 รอบ อดีตนายกฯถูกกระทำ 5 ท่าน โดยเราโดนขนาดนี้ แต่ขอยืนยันว่า เราถอยไม่ได้ เพราะพี่น้องเกษตรกร ยังลืมตาอ้าปากไม่ได้ ทำให้เพื่อไทย ยังถอยไม่ได้ เพราะหัวใจเราคือประชาชน โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย มีนโยบายช่วยแก้หนี้อย่างเต็มที่ รวมถึงช่วยแก้ปัญหาที่ดิน สปก. เพราะที่ผ่านมา ไม่สามารถกู้ธนาคารได้ ซึ่งที่ดิน สปก.ทั้งประเทศมีจำนวน 36 ล้านไร่ แต่มีการจำกัดการใช้ประโยชน์ พรรคเพื่อไทย จึงจะปลดล็อกให้เป็นโฉนดซื้อขาย และกู้ธนาคารได้ โดยจะสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าที่ดินได้ เฉลี่ย 3 หมื่นบาทต่อไร่ ดังนั้น ถ้าคูณทั้งประเทศจะช่วยเพิ่มมูลค่าได้ทันทีกว่า 1.08 ล้านล้านบาท และถ้าคิดเฉพาะจังหวัดสุโขทัย  มีสปก. 660,000 ไร่ ถ้าปลดล็อก ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท จะช่วยพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างมาก 

โดย น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมา พี่น้องเกษตรกร ก็ได้สะท้อนปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ประสบปัญหาขาดทุน เพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เช่น ปุ๋ย น้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนทั้งหมด แต่ราคาขายสวนทาง ทำให้พี่น้องเกษตรกรไม่เหลือกำไร ไม่มีเงินติดกระเป๋า ดังนั้น จะลงทุนเพิ่ม พัฒนาเครื่องจักร ก็ไม่สามารถทำได้ โดยครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย เห็นถึงปัญหา จึงมีนโยบายประกันกำไร 30% ซึ่งถ้าต้นทุน 6,000 บาท กำไร 30% ก็คือ 1,800 บาท เท่ากับจะขายได้ 7,800 บาท โดยตนขอยืนยันว่า พรรคเพื่อไทย จะช่วยดูต้นทุนโดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย ซึ่งจะมีการช่วยวิเคราะห์ดิน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ รวมถึงมีคูปอง-เมล็ดพันธุ์ ให้ด้วย เพื่อช่วยลดต้นทุน โดยจะทำให้การเพาะปลูกของพี่น้องเกษตรกร ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกษตรของเราพลิกฟื้น นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทย ยังมองเห็นเรื่องการศึกษา ที่เรียนจบแล้วไม่มีงานทำ เราจึงมีนโยบายเรียนได้งบ จบได้งาน ซึ่งขอให้เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยทำนโยบายได้ เพราะที่ผ่านมา ก็ได้ทำมาหลายนโยบาย เช่น 30 บาทรักษาทุกที่ และกองทุนหมู่บ้าน ที่พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์จริงมาจนถึงปัจจุบัน

นายจักรวาล กล่าวว่า ตนขอรับใช้พี่น้องประชาชนต่อ เพราะต้องการเข้าไปสานต่อนโยบายและการแก้ปัญหาให้อย่างเต็มที่ โดยตนมีความเข้าใจพื้นที่และปัญหาต่างๆเป็นอย่างดี เพราะเป็น สส.มาแล้ว 2 สมัย สจ. 4 สมัย และ รองนายก อบจ.สุโขทัย ซึ่งที่ผ่านมา ตนก็ช่วยประสานผลักดันการแก้ปัญหา เช่น ถนน ไฟแสงสว่าง มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกำลังผลักดันถนนเป็น 4 เลนด้วย โดยหลายนโยบาย ก็ได้รับการสนับสนุนมาตั้งแต่สมัยอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร และพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงพรรคเพื่อไทย ดังนั้น เราจะเนรคุณอดีตนายกฯทักษิณ ที่ทำเพื่อพี่น้องสุโขทัย ไม่ได้อย่างแน่นอน จึงขอให้พี่น้องสุโขทัย ช่วยกันเลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 และตน เบอร์ 2 ให้ชนะขาดด้วย รวมถึงขอพี่น้องประชาชน ช่วยกันสอดส่องข้าราชการกระทรวงมหาดไทยด้วย เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นธรรมมากที่สุด และหลังการเลือกตั้ง ตนก็มองว่า นายสมศักดิ์ เหมาะสมที่จะนั่งกระทรวงมหาดไทย เพื่อเข้าไปช่วยแก้ปัญหาและบริหารแบบมืออาชีพ เนื่องจากมีประสบการณ์เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 17 สมัย ก็สามารถขับเคลื่อนงานเพื่อพี่น้องประชาชนได้อย่างแน่นอน

ขณะที่ น.ส.ณัคนางค์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย เราทำงานกันเป็นทีม อย่างที่เห็นวันนี้ ก็จะมีทั้ง ผู้สมัคร สส.เขต และ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ก็จะช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ อย่างตนมีความสนใจและเชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจ ก็จะช่วยผลักดันในเรื่องนี้ เพราะต้องการให้ประชาชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พรรคเพื่อไทย จึงมีนโยบายแก้หนี้ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกร สามารถประกอบอาชีพได้ดียิ่งขึ้น โดยพรรคเพื่อไทย มีนโยบายแก้หนี้ 4 เรื่อง คือ 1.หนี้เสียไม่เกิน 2 แสนบาท เรามองว่า เป็นภาระการประกอบอาชีพ ก็จะให้จ่าย 10% ที่เหลือยกให้ 2.หนี้เกษตรกร จะช่วยพักต้นและดอก 3 ปี วงเงิน 5 แสนบาท 3.ล้างหนี้วัยเกษียณ เมื่อไม่มีรายได้เพิ่ม แต่ยังเป็นหนี้อยู่ ก็จะล้างหนี้เสียต่ำกว่า 1 แสนบาท สำหรับแบงก์รัฐให้ 4.หนี้นอกระบบ ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อปิดหนี้นอกระบบรายละ 5 หมื่นบาท รวมถึงยังมี ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด และหวยเกษียณ โดยซื้อได้ไม่เกินเดือนละ 3,000 บาท ซึ่งถ้าถูกก็รับเงินไปเลย แต่ถ้าไม่ถูก ก็จะสะสมไว้ใช้ได้หลังเกษียณ เช่น ถ้าซื้อเดือนละ 3,000 บาท 1 ปี ก็จะเป็นเงิน 36,000 บาท โดยถ้าซื้อตอนอายุ 50 ปี มีระยะเวลาซื้อ 10 ปี ก็จะเป็นเงิน 360,000 บาท ซึ่งเมื่ออายุ 60 ปี ก็สามารถเอาเงินออกมาใช้ได้เลย โดยในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ก็ขอยืนยันว่า เป็นนโยบายที่ดี เพราะสามารถช่วยเรื่องหนี้ของพี่น้องประชาชนได้จริง