สุดารัตน์ ปัดตอบจับมือ พรรคใด หลังเลือกตั้ง หวั่นได้รัฐบาลแกงโฮะ

"หัวหน้าไทยสร้างไทย" หาเสียงสยาม ชูนโยบายดูแลตั้งแต่ในครรภ์จนชรา ปัดตอบพร้อมจับมือพรรคการเมืองใด หวั่นได้รัฐบาลแกงโฮะ ขอประชาชนเมตตาเลือก ผู้สมัครมากๆ
ที่สยามสแควร์ พรรคไทยสร้างไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค นายโภคิน พลกุล และพล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร และน.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ ลงพื้นที่สยามสแควร์ เพื่อขอคะแนน พร้อมเปิดนโยบายด้านสังคม อาทิ เงินอุดหนุนเด็ก ตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 6 ขวบ เดือนละ 2,000 บาท เมื่อถึงวัยเรียนจะได้เรียนฟรีจนจบ ปริญญาตรี เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน คนไทยทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อตั้งตัว ให้กู้ทำทุน 10,000–100,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ ส่วนผู้สูงอายุ จะดูแลด้วยบำนาญ 3,000 บาทต่อเดือน และโปรแกรม Up Skill เพื่อให้ผู้สูงอายุสุขภาพแข็งแรงและกลับมาทำงานได้ ไม่เป็นภาระลูกหลาน
ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการเลือกตั้ง ว่า ขณะนี้ สื่อมวลชนและประชาชนส่วนใหญ่ จะเล็งพรรคใหญ่ ทุนหนา มีบ้านใหญ่จำนวนมาก ทั้งนี้มีการใช้เงินในระบบเลือกตั้ง โดยสส.1เขตต้องใช้เงิน 70-100 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเทา
"อยากบอกประชาชนว่า หากเลือกแบบเดิมเลือกพรรคบ้านใหญ่ ทุนหนา ลงทุนเยอะแต่ละพรรคก็คงหมดเป็นหมื่นล้าน แล้วจะเลือกไปทำไมเลือกให้ไปถอนทุนกลับไปปล้นประชาชน และกลับมามีชีวินที่ยากลำบากแบบเดิม วันนี้ พรรคไทยสร้างจึงเสนอตัว และเป็นพรรคที่ไม่โกง มีประสบการณ์ บริหารงานสำเร็จมาแล้ว อดีตของแคนดิเดตทั้ง 2 คนเป็นเครื่องการันตี ทำได้จริงไม่ใช่วาทกรรม" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่าตอนนี้หลายคนมองพรรคไทยสร้างไทยเป็นพรรคเล็กแต่ถ้าประชาชนเห็นด้วยแล้วเลือกเข้าสภา จำนวนมาก มีเสียงมากพอทำงานให้กับประชาชน และจะเข้าไปบริหารประเทศแน่นอน ขอให้เลือกให้มากพอไม่เกี่ยง เป็นพรรคเล็กแต่คิดใหญ่ทำเป็น และมั่นในว่าทำงานสำเร็จ วันนี้ขอให้ได้มากที่สุดเท่าที่ประชาชนจะเมตตา
เมื่อถามว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดหวังมากน้อยแค่ไหนเพราะเป็นการช่วงชิงระหว่างพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าพรรคไทยสร้างไทยคาดหวังทุกที่และหวังว่าประชาชนจะเห็นด้วยกับเรา ทำดีที่สุด แข่งกับตัวเอง
เมื่อถามว่าหลังการเลือกตั้งจะจับมือกับใคร คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่ยุคของการเมืองที่สู้กันระหว่างเผด็จการกับประชาธิปไตย แต่เป็นการเมืองที่ต้องแข่งขันกันนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน
วันนี้ยังมองไม่เห็นว่าพรรคที่บอกว่าไม่จับกับคนนั้นคนนี้ ที่สุดแล้วอาจเป็นแกงโฮะก็ได้ ขอดูหลังเลือกตั้งดีกว่า ว่ามีความจริงใจกับสุจริตหรือไม่ แต่ระวังเป็นแกงโฮะ







