ภาคีรธน. จี้ 'กกต.' ชัดเจนไฟเขียวพรรคการเมืองรณรงค์ประชามติ

ภาคีรธน. จี้ 'กกต.' ชัดเจนไฟเขียวพรรคการเมืองรณรงค์ประชามติ

"ภาคีรณรงค์รธน." ห่วงประชาชนใช้สิทธิประชามติ ทำรธน.ใหม่น้อย จี้ "กกต." สร้างความกระจ่างหลายเรื่อง พร้อมขอไฟเขียวให้พรรคการเมืองรณรงค์ได้

ที่ รร.อมารี กรุงเทพ ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยและเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ จัดประชุมคดี เพื่อพิจารณาต่อการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ โดยมีตัวแทนของพรรคการเมือง อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย จากพรรคประชาธิปัตย์  นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา จากพรรคเพื่อไทย นายนิกร จำนง จากพรรคภูมิใจไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต และ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

ทั้งนี้ภายหลังการประชุม เครือข่ายได้แถลงข้อสรุป คือสนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้วางโครงสร้างขององค์กรการเมืองที่เป็นระบบและสมดุล โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐมากขึ้น และเป็นการสร้างฉันทามติใหม่ทางการเมือง

ส่วนการดำเนินการเพื่อให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เครือข่ายเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สร้างความกระจ่างในหลายเรื่อง อาทิ บทบาทของ กกต. ในการเผยแพร่ข้อมูลการออกเสียงประชามติรวมทั้งกระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงให้ผู้มีสิทธิได้รับทราบอย่างทั่วถึง ค่าใช้จ่ายของพรรคในการรณรงค์ประชามติ การปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งที่รวมการรณรงค์ประชามติ เสรีภาพของพรรคการเมืองในการเชิญชวนให้ผู้ออกเสียงเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การวางตำแหน่งคูหาออกเสียงประชามติ

"พรรคการเมืองแต่ละพรรค และองค์กรเอกชนแต่ละองค์กรย่อมมีเสรีภาพที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ รวมทั้งจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ การจัดประชุม การจัดชุมนุม การเดินรณรงค์ การจัดการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมขององค์กรเอกชนที่ไม่ใช่การหาเสียง” มติของเครือข่าย ระบุ

ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า จะรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติลงมติให้ความเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการรณรงค์เช่นนี้ทำได้โดยเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์หาเสียงของพรรคการเมือง  นอกจากนั้นแล้วที่ประชุมยังกังวลว่าประชาชนจำนวนมากยังไม่ทราบเรื่องการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ กกต. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการจัดการออกเสียงประชามติ และหน่วยงานของรัฐ พรรคการเมือง องค์กรเอกชน เร่งรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเห็นความสำคัญของประชามติครั้งนี้และไปออกเสียงประชามติโดยพร้อมเพรียงกัน