'เจษฎ์' นำทีม'รักชาติ'ลุยบางบอน ยก นโยบาย ปราบตำรวจก่อนเป็นโจร

'เจษฎ์' นำทีม'รักชาติ'ลุยบางบอน ยก นโยบาย ปราบตำรวจก่อนเป็นโจร

“เจษฎ์” นำทีม”รักชาติ“ ลุยหาเสียงบางบอน ยก นโยบาย “ปราบตำรวจก่อนเป็นโจร” แก้ปัญหาส่วย-รีดไถ-เงินกู้นอกระบบ ชี้ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง

เมื่อวันที่วันที่ 4 ม.ค.นายเจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครักชาติ พร้อม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ นำทีมผู้สมัครสส. ลงพื้นที่ช่วยนายปิ่น แจ้งชะไว ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 28 หาเสียงและรับฟังความเห็นประชาชน บริเวณตลาดสดศิริชัย เขตบางบอน กรุงเทพฯ โดยเน้นย้ำจุดยืนการเมืองโปร่งใส ปกป้องอธิปไตยของชาติ

นายเจษฎ์ กล่าวระหว่างลงพื้นที่ ว่า นโยบายหลักของพรรครักชาติคือ การปราบตำรวจก่อนเป็นโจร ซึ่งตำรวจที่ดีมีจำนวนมากแต่ต้องจัดการกับตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและอิทธิพลมืดอย่างจริงจัง เราให้ความสำคัญเรื่องการปราบส่วยแม้ฝ่ายตำรวจจะปฏิเสธว่าไม่มีอยู่จริง แต่พรรคได้รับเสียงสะท้อนมาจากประชาชนในทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ปัญหานี้ยังมีอยู่ และจากการลงพื้นที่ครั้งนี้พบข้อมูลร้องเรียนหลายเรื่องทั้ง ระบบการรีดไถ ที่มีการเชื่อมโยงกับหลายฝ่าย ทั้งตำรวจและผู้มีอิทธิพล โดยบางกรณีมาในรูปแบบของบัตรคอนเสิร์ต หรือ บัตรกิจกรรมที่มีมูลค่าสูง

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเงินกู้นอกระบบว่าที่รับฟุงเสียงสะท้อนจากประชาชนว่ามีอิทธิพล และตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง แม้ไม่ใช่ผู้ปล่อยกู้โดยตรง แต่มีผู้ปล่อยกู้ที่ชาวบ้านเรียกว่าบัง ปล่อยกู้ดอกเบี้ยสูง เช่น ให้กู้ 10,000 บาท ภายใน 40 วันต้องคืน 12,000 บาท และมีการคิดเพิ่มทุก 40 วัน เท่ากับปีหนึ่งจะโดนดอกเบี้ยร้อยละ 80 ซึ่งเป็นภาระดอกเบี้ยที่สูงมาก และผิดกฎหมาย ซึ่งพรรครักชาติจะต้องจัดการเรื่องนี้ รวมถึงมีปัญหาสำคัญคือน้ำท่วม และแรงงานต่างด้าว ที่ชาวบ้านมีความกังวลเรื่องแรงงานผิดกฎหมาย ทำงานโดยไม่อยู่ในระบบภาษี ทำการค้าขาย หรืออยู่อาศัยอย่างไม่ถูกต้อง โดยมีข้อสังเกตจากชาวบ้านว่าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้เพราะตำรวจ 

นายเจษฎ์ กล่าวว่า นโยบายปราบตำรวจก่อนเป็นโจรต้องเร่งทำอย่างเร่งด่วนและจริงจัง โดยผู้สมัครของพรรครักชาติที่ลงพื้นที่ในทุกเขตจะรวบรวมเสียงสะท้อนจากประชาชนมาผลักดันเป็นนโยบายหลักของพรรค เพื่อนำไปดำเนินการอย่างจริงจังต่อไป พร้อมกล่าวยืนยันว่าจะทำหน้าที่สะท้อนปัญหาให้ประชาชนรับรู้ ไม่ว่าจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ จะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ จะมี สส. หรือไม่ เพราะมองว่านี่คือปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบชีวิตประชาชนและเป็นปัญหาของบ้านเมือง