วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘มนพร’ ซัด ภท.บิดเงินหมื่น จี้ กกต.จับตา ‘อนุทิน’ สัญญาใช้หนี้

‘มนพร’ ซัด ภท.บิดเงินหมื่น จี้ กกต.จับตา ‘อนุทิน’ สัญญาใช้หนี้

“มนพร” โต้ “ศุภชัย” บิดเบือนปมเงินหมื่น ยันแจงข้อเท็จจริงเหตุดิจิทัลวอลเล็ตถูกพับ ถาม กกต.ปม “อนุทิน” ขอใช้หนี้ 2,400 บาท คนละครึ่งพลัสเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้หรือไม่

วันที่ 3 ม.ค. 2569 นางมนพร เจริญศรี อดีต รมช.คมนาคม ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 2 เบอร์1  พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณี นายศุภชัย ใจสมุทร แกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาให้ข่าวกล่าวหาว่า ตนปราศรัยบิดเบือนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับปม เงินดิจิทัลวอลเล็ต ถูกพับ ถามคืนใครกันแน่ที่บิดเบือน  แทนที่จะออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ทำไมรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่สานต่อดิจิทัลวอลเล็ต กลายมาเป็นคนละครึ่ง แต่กลัวเสียเครดิตทางการเมือง ทำงานการเมืองไม่แมน  ตนขอกราบเรียนพี่น้องประชาชน ว่า ในเวทีของการปราศรัยทุกๆ เวที ตนเองได้พูดถึงนโยบายของรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยตลอด 2 ปีที่ผ่านมาว่า นโยบายที่เราชูกับพี่น้องประชาชนเราทำอะไรไปบ้าง เช่น นโยบายในเรื่อง 30 บาทรักษาทุกที่ เกิดประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน โครงกาดิจิทัลวอลเล็ต ที่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนถามว่า เดิมทีนโยบายที่เราผลักดันไปถึงพี่น้องประชาชนคือโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต ที่จะให้ประชาชนคนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป แต่ที่เราแจกไป 2 เฟส นั้นถึงเด็กถึงไม่ได้ แล้วประชาชนที่เหลือถึงไม่ได้ ตนได้นำเรียนพี่น้องประชาชนว่า จริงๆ แล้วการที่เราไปเป็นรัฐบาล เราจะต้องบริหารเงินงบประมาณ ไม่ใช่เพียงแค่ดิจิทัลวอลเล็ตอย่างเดียว ยังมีความจำเป็นทางด้านอื่นๆ อีกมากมาย เราจึงต้องจัดสรรแล้วจ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเฟส โดยเฟสแรกเราจ่ายให้ผู้ที่ถือบัตรประชาชน บัตรคนจน ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ในสองเฟสแรก แล้ว

โดยเฟสต่อไปเราคิดว่าในขณะที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลจากนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ มาเป็นนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ เราได้มีการพิจารณาว่าในงบประมาณปี 2568 – 2569 มีความจำเป็นต้องใช้อะไรบ้าง 

"เราจะได้จัดสรรงบประมาณมาให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนที่ยังไม่ได้ แต่ในช่วงรอยต่อที่ท่านนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ไม่ได้ดำรงตำแหน่งนั้น มีการเปลี่ยนรัฐบาล  มาเป็นรัฐบาลของนายอนุทิน แต่ยังมีงบประมาณ เรียกว่างบกลางเหลืออยู่ เราเข้าใจว่าในงบประมาณ ปลายปี 2568 เราจะได้มีโอกาสได้จัดสรรเงินดิจิทัลวอลเล็ตไปส่วนที่เหลือให้กับพี่น้องประชาชนบางกลุ่ม ฉันก็ได้ชี้แจงไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้บิดเบือน ไม่ได้ใส่ร้าย ป้ายสี เพื่อหวังดิสเครดิตทางการเมืองพรรคภูมิใจไทย สิ่งที่ดิฉันได้พูดคือเป็นความจริงจากแนวทางปฏิบัติ ไม่ว่าในช่วงของการพิจารณางบประมาณในช่วงของการพิจารณางบประมาณในปี 68 คณะรัฐมนตรีเอง ยังบอกว่ามีงบกลางที่เหลืออยู่ แล้วก็จะดูความจำเป็นว่าเราจะทำดิจิทัลวอลเล็ต ต่อหรือไม่ นี่คือขั้นตอนของงบประมาณ การจะทำพิจารณางบประมาณจำเป็นเดือดร้อน ทุกๆครั้ง คณะรัฐมนตรี จะขอนายกรัฐมนตรีของบกลาง เราจะใช้งบกลาง"

นางมนพร ระบุว่า งบกลางต้องผ่านมติ ครม. คณะรัฐมนตรีตอนนั้นต้องเห็นชอบหมดทุกพรรคที่เข้าร่วมเป็นคณะรัฐมนตรี และตอนที่ตนอยู่ร่วมรัฐบาล ก็เห็นทางพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ยกมือแล้วไม่มีใครคัดค้านในที่ประชุม ครม.แต่เมื่อวันหนึ่งที่ตนออกมาหลังจากยุบสภา พี่น้องประชาชนถามว่าทำไมพี่น้องประชาชนบางส่วนถึงไม่ได้ ฉันได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่างบประมาณปี 2569 เราไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว แต่รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล  ได้เอาเงินงบประมาณที่ผ่านพิจารณา มาทำเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นอำนาจรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี สามารถทำได้ ทั้งหมดคือความจริง

"นายศุภชัย ควรจะได้ชี้แจงต่อประชาชนด้วยซ้ำว่าทำไมโครงการ ดิจิทัล วอลเล็ต ท่านถึงไม่ทำต่อ ทำไมไม่ทำต่อเพราะอะไร แต่ขณะเดียวกันท่านควรจะขยายความต่อว่าการไม่ทำต่อนั้น เป็นเพราะอะไร แล้วท่านถึงมาเปลี่ยนเป็นโครงการ คนละครึ่งพลัส พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากโครงการคนละครึ่งพลัสบ้าง เช่นเดียวกันคนละครึ่งพลัส ท่านเองก็ไม่สามารถอนุมัติ ให้พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ท่านยังมีจำนวนคงเหลือพี่น้องประชาชนตกค้างอีกหลายล้านคนที่ยังไม่สามารถได้โครงการคนละครึ่งพลัส"

นางมนพร ระบุว่า ขณะเดียวกัน นายอนุทินยังแถลงกับพี่น้องประชาชนว่า หากท่านกลับมาเป็นนายกฯ จะได้ใช้หนี้ ติดค้างประชาชนไว้อีก 2,400 บาทนั้น นี่จะไม่ใช่เป็นการที่สัญญาว่าจะให้หรือไม่ ตนขอ ฝากถาม กกต.  ด้วย ทั้งนี้ ตนเป็น อดีต สส. มีโอกาสได้สื่อสารกับพี่น้องประชาชน มีโอกาสได้ชี้แจงว่าเงินตรงนี้เราไปทำอะไรบ้าง และเงินตรงนี้รัฐบาล เอาไปทำอะไรบ้าง ท่านควรจะใช้เวทีตรงนี้ ชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน แล้วทำความเข้าใจ

"การที่จะเอาคำปราศรัยของดิฉันไปยื่นร้องต่อ กกต. ฉันคิดว่ามันไม่แมน เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่ดิฉันมองว่า การที่นักการเมืองคนหนึ่งได้ลุกขึ้นมาปราศรัยแล้วก็ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาถึงการใช้จ่ายงบประมาณ มันคือเรื่องจริงทั้งหมด แต่หันกลับไปดูว่าท่านศุภชัยได้ออกมาชี้แจงเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหรือไม่ เชื่อว่าหากมีการชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชน จะส่งผลดีต่อเครดิตการเมืองพรรคภูมิใจไทยด้วยซ้ำ"