วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'ปิติพงศ์'ท้า 'สม รังสี' เดินหน้าไปศาลโลก ย้ำไทยไม่ใช่ฝ่ายเสี่ยง

'ปิติพงศ์'ท้า 'สม รังสี' เดินหน้าไปศาลโลก ย้ำไทยไม่ใช่ฝ่ายเสี่ยง

“ปิติพงศ์” สวนกลับ สม รังสี ท้าหากแน่จริงเดินหน้าไปศาลโลก ย้ำไทยไม่ใช่ฝ่ายเสี่ยง ชี้เป้าความรับผิดตกที่ ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต หากพบสั่งการยกระดับความรุนแรง อาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม ลั่นหากได้ตั้งรัฐบาล พร้อมล้ม MOU 43-44 -เปิดโปงข้อตกลงรัฐต่อรัฐทั้งหมดในสภา

ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อแสดงความเห็นตอบโต้นายสม รังสี ที่ออกมาเรียกร้องให้ประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการของศาลโลก โดยระบุว่า ศาลโลกไม่ใช่เวทีสำหรับการข่มขู่ แต่เป็นเวทีที่ผู้นำต้องแสดงความรับผิดชอบต่อโลก พร้อมย้ำจุดยืนของพรรคว่า หากมีการฟ้องร้องต่อศาลโลกจริง ประเทศไทยไม่ใช่ฝ่ายที่มีความเสี่ยงสูงสุดแต่อย่างใด

หัวหน้าพรรคเป็นธรรมระบุว่า หากมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องหลีกเลี่ยง แต่ต้องยอมรับความจริงว่า หากคดีถูกพิจารณาอย่างเป็นธรรม เป้าหมายที่ทั่วโลกจะจับตาดูไม่ใช่กรุงเทพมหานคร แต่เป็น นายฮุน เซน และ นายฮุน มาเนต เนื่องจากศาลระหว่างประเทศไม่ได้ตัดสินเพียงแค่ประเทศที่ปกป้องตนเอง แต่จะพิจารณาไปถึงการตัดสินใจของผู้นำ คำสั่งทางทหาร และผลกระทบที่มีต่อชีวิตพลเรือน ซึ่งหากมีหลักฐานชี้ชัดว่าผู้นำสั่งการใช้ความรุนแรงหรือยกระดับความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น ประเด็นจะขยับไปสู่เรื่องความรับผิดส่วนบุคคลและอาชญากรรมสงครามทันที

ดร.ปิติพงศ์ ยังได้ประกาศจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนว่า หากพรรคเป็นธรรมได้จัดตั้งรัฐบาล ความรับผิดชอบต่อสงครามจะไม่ถูกบดบังด้วยอำนาจทางการเมืองอีกต่อไป โดยผู้นำกัมพูชาที่เกี่ยวข้องโดยตรง จะต้องเผชิญกับทางเลือก 2 ทาง คือ

1. การลงจากอำนาจผ่านการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม

2. การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เพื่อตรวจสอบความรับผิดส่วนบุคคล

นอกจากนี้ ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐกัมพูชาจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับราชอาณาจักรไทยอย่างครบถ้วนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทางพรรคยังมีนโยบายสนับสนุนการเปิดเผยความจริงต่อประชาชนกัมพูชา เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยพลังของประชาชนเอง เพราะเชื่อว่าสันติภาพที่แท้จริงต้องเกิดจากความจริง ความรับผิด และความยุติธรรม ไม่ใช่การปิดปากหรือซ่อนเร้นข้อมูล

ดร.ปิติพงศ์ ยังกล่าวถึงประเด็นข้อตกลงระหว่างประเทศว่า หากพรรคเป็นธรรมได้เป็นรัฐบาล MOU 43-44 จะต้องถูกยกเลิก และจะทำการเปิดเผยข้อมูลความจริงในรัฐสภาว่ารัฐบาลชุดก่อนๆ ได้ไปลงนามสัญญาอะไรไว้บ้าง

“คำถามไม่ใช่ไทยกล้าขึ้นศาลโลกหรือไม่ แต่คือผู้นำกัมพูชาพร้อมหรือยังที่จะให้โลกตรวจสอบการตัดสินใจของตนเอง พรรคเป็นธรรมไม่กลัวศาล แต่ไม่ยอมให้ศาลถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้ความรุนแรง ถ้ากล้า...ก็ทำเลย” ดร.ปิติพงศ์