'เอกนัฏ' ชี้ ผลเลือกตั้งตัวชี้วัด หลังถูกวิจารณ์ล็อก 'นายกฯ -ครม.'ล่วงหน้า

'เอกนัฏ' ชี้ ผลเลือกตั้งตัวชี้วัด  หลังถูกวิจารณ์ล็อก 'นายกฯ -ครม.'ล่วงหน้า

"เอกนัฏ" ชี้ ขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง หลังถูกวิจารณ์ล็อก"นายกฯ -ครม." บอกนโยบายชาตินิยมไม่ต้องเร่ขาย ย้ำ “ภูมิใจไทย”พูดแล้วทำ

เมื่อวันที่ 3 ม.ค.เวลา 07.30 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแม่ทัพพื้นที่ กทม. ลงพื้นที่ช่วย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขตบางกะปิ-วังทองหลาง พรรคภูมิใจไทย หาเสียง ตลาดสวนพฤกกษ์ โดยได้เดินแนะนำตัวทักทายพี่น้องประชาชน รณรงค์ให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยขอเสียงสนับสนุน น.ส.ฐิติภัสร์ เบอร์ 13 และพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 ซึ่งมีแฟนคลับบางส่วนมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ 

ทั้งนี้นายเอกนัฏ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตั้งใจลงพื้นที่ช่วยน.ส.ฐิติภัสร์ เนื่องจากเป็นทีมงานทีมสุดซอยกันมา ตั้งแต่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อพบกับชาวบ้านระหว่างลงพื้นที่ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี ส่วนตัวมีความตั้งใจอยากให้ประชาชนเลือกสส. ที่มีคุณภาพเพื่อเข้ามาบริหารประเทศ

ส่วนจะปรับกลยุทธ์สุดซอยมาใช้สำหรับการลงพื้นที่อย่างไรบ้างนั้น นายเอกนัฏกล่าวว่า ขอไม่ปรับเนื่องจากแนวของทีมสุดซอย ต้องเผชิญกับทุกเรื่อง ที่สร้างปัญหาให้กับประชาชน พร้อมที่จะเผชิญและชนกับอิทธิพลหรืออำนาจไม่เคยกลัวอะไร วันนี้เห็นว่าทุกคนเป็นกังวลเรื่องธุรกิจสีเทา ซึ่งทีมงานสุดซอยเราสู้มาตั้งแต่วันแรกที่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปราบทุนเทา สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และทัวร์ศูนย์เหรียญแลกเปลี่ยนกับเงินสกุลเงิน เราเข้าไปจัดการไม่ใช่แค่วินโพรเซส เท่านั้น รวมถึงกระบวนการลัหลอบนำเข้ากากอุตสาหกรรม ทำร้ายชีวิตประชาชนถ้าเรามีโอกาสได้กลับมาทำงานอีกครั้งจะสานต่องานสุดซอยไม่สุดทาง 

"ผมถือว่าสละทีมงาน 1 คน จึงอยากให้ไปเป็นสส. ลองคิดดูว่าตอนอยู่กระทรวงอุตสาหกรรมทำได้ขนาดนี้ถ้าเข้าไปเป็นสส.จะขนาดไหน ครั้งที่แล้วพลาดไปนิดเดียว น้อยมาก เป็นผู้สมัครที่ได้รับคะแนนเป็นอันดับ 1 ตอนที่ลงพรรครวมไทยสร้างชาติครั้งที่แล้วครั้งนี้ ถ้าน.ส.ฐิติภัสร์ได้กลับมาเป็นสส. พร้อมประสบการณ์สุดซอยมั่นใจว่าจะรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างสมบูรณ์แน่นอน ก็หวังว่าจะมีลุ้นในเขตบางกะปิ-วังทองหลาง แต่สไตล์พี่โอ๋ น.ส.ฐิติภัสร์ เดินวินาทีแรกจนวินาทีสุดท้าย ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะต้องเจอความยากลำบาก ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็สู้สุดซอยอยู่แล้ว ซึ่งก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง เราทำงานด้วยกันอยู่แล้ว พอจะมีคนที่รู้จัก ตลอดซอยมีมาทักทาย รู้จักกันแทบหมด และส่วนผมก็พอมีคนรู้จักบ้าง“นายเอกนัฏ กล่าว

เมื่อถามว่ามีกระแสว่าพรรคภูมิใจไทย ขายชาตินิยมให้พื้นที่กรุงเทพฯ นายเอกนัฏ หัวเราะก่อนจะกล่าวว่าที่ผ่านมาเราพิสูจน์ตัวเองพูดแล้วทำ ขอถามว่ามีใครที่ไม่มีความกังวลเรื่องปัญหาชายแดนที่เกิดขึ้น มีใครไม่เสียใจกับความสูญเสียพี่น้องทหาร ที่ปกป้องประเทศ มั่นใจว่าทุกคนที่ในประเทศไทย อยากมีความภูมิใจในการรักษาอธิปไตย พื้นที่ของเราก็คือของเราชัดเจนตรงไปตรงมา ไม่ใช่วาทกรรมหรือสิ่งที่จินตนาการ ทหารเสียชีวิตจริง เสียขาจริง ระเบิดถูกโยนเข้ามาใส่ที่อธิปไตยของไทย พื้นที่เราถูกรุกล้ำจริง ที่ผ่านมารัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สนับสนุนกองทัพในการสถาปนาความมั่นคง รักษาอธิปไตย 17 จุด  

"ถามว่าเรากังวลไหม สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า ไม่อยากให้สูญเปล่าไม่อยากให้ทหารต้องตายฟรี หลังจากนี้เรามารอบนี้จะมาสร้างรั้วสร้างกำแพง ปกป้องทหาร ปกป้องประชาชนจากวิถีกระสุน ปกป้องอธิปไตยแล้วก็ปกป้องเรื่องยาเสพติด เศรษฐกิจและสินค้าเถื่อน ช่วงที่ชายแดนเปิดไม่ได้ เราประกาศล่วงหน้าเลย ว่าถ้า ได้เป็นรัฐบาลจะมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรี " นายเอกนัฏ กล่าว

ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการวิจารณ์ว่ามีการตั้งนายอนุทิน เป็นนายกฯรอ ทั้งที่การเลือกตั้งยังไม่เริ่มขึ้น นายเอกนัฏ กล่าวว่าคำตอบอยู่ในคำถาม เพราะยังไม่ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะมีใครมาตั้งรัฐบาลล่วงหน้า เราเพียงแต่ ประกาศนโยบายหาเสียง แบบเปิดเผยโปร่งใสว่า ถ้าเลือก ภูมิใจไทยจะเลือกนายอนุทินไปเป็นนายกรัฐมนตรี ยังจะมีคนไปช่วยผลักดันเรื่องนโยบาย 

ส่วนที่นักวิชาการวิจารณ์ว่ามีการล็อคเป้าล็อคตัวว่าจะต้องเป็นรัฐบาล นายเอกนัฏ กล่าวว่าต้องเชื่อมั่น ในการตัดสินใจของประชาชน เป็นสิทธิ์ของทุกคน ช่วงเลือกตั้งก็ต้องหาเสียง เราต้องฟังเสียงวิจารณ์และทำให้ดีที่สุด ขณะที่วิกฤตที่เกิดขึ้นของประเทศไทยเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นจริงประชาชนคนไทยรู้สึก ไม่ใช่แค่ปัญหาความมั่นคง แต่นโยบายต่างประเทศ ที่คนไทยอยากได้ ตัวแทนของประเทศไทย ไปสื่อสารกับประชาคมโลก

เมื่อถามถึงการเลือกตั้งในภาคใต้ ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งทุกครั้งเป็นเรื่องดีที่มีการแข่งขันของทุกพรรค นักการเมืองอาสามาทำงานเป็นตัวแทนของประชาชน เป็นเรื่องที่ดี แต่เราก็ต้องทำเต็มที่ จะง่ายหรือยากต้องทำเต็มที่ ไม่มีคำว่าชัวร์ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน

ด้านน.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่าประชาชนให้ความไว้วางใจและเอ็นดูเมตตา ในฐานะที่เคยเป็นผู้แทนฯในพื้นที่นี้ปี2562 ซึ่งในช่วง 4 ปีที่ดำรงตำแหน่งสส.มีความใกล้ชิดในพื้นที่ วันนี้มาเสนอตัวเพราะในช่วง 2 ปีครึ่งที่ไม่เป็นสส. ซึ่งสไตล์ของตนลงพื้นที่ต่อเนื่องติดดิน ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี แต่ไม่ประมาทเดินทั้งวัน โดยจะเอาความตั้งใจและผลงานที่เคยเป็นสส. มาสู้กระแส ซึ่งมีการเปรียบเทียบสไตล์ทำงานในพื้นที่ของผู้แทนฯ ใน2ปีครึ่งที่ผ่านมา เราก็ต้องนำเสนอผลงานของเรา