ป.ป.ช.จ่อรื้อคดี 'บิ๊กโจ๊ก' ปัดฝุ่นสอบสวนใหม่ ถกเครียดปม 'เอกวิทย์'

ป.ป.ช.จ่อรื้อคดี 'บิ๊กโจ๊ก' ปัดฝุ่นสอบสวนใหม่ ถกเครียดปม 'เอกวิทย์'

ป.ป.ช.จ่อรื้อคดี 'บิ๊กโจ๊ก' ปัดฝุ่นสอบสวนใหม่ ถกเครียดปม 'เอกวิทย์' ให้ดูแล สตร.1 ต่อ รอ 2 ป.ป.ช. ป้ายแดงปฏิบัติงาน ก่อนเกลี่ยภาระงานใหม่ คดีทองคำแท่ง 246 บาท คาดตร.คัดค้าน 'เอกวิทย์' ดูแลสำนวน

จากกรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.) เข้าค้นบ้านพัก อาคารสำนักงาน และอาคาร ที่มีความเกี่ยวข้องกับ "บิ๊กโจ๊ก"พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร.กับพวกรวมหกคน ในพื้นที่กทม.-สุราษฎร์ธานีรวม 11 จุด ในคดีที่มีการกล่าวหาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ให้สินบนนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. และพวก เป็นทองคำแท่ง น้ำหนัก 246 บาท โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ให้ข้อมูลกับบก.ปปป. เเละอ้างว่าเป็นผู้รับคำสั่งจากอดีตรองผบ.ตร. นำทองตำแท่งไปมอบให้นายเอกวิทย์ ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ เขตทวีวัฒนา กทม.ในวันที่31กย.2567และบันทึกคลิปวิดีโอไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บก.ปปป. ได้ลงรายงานการให้ข้อมูลของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ไว้ว่า จากการสอบสวนทราบว่า ทองคำแท่งดังกล่าว อดีตรองผบ.ตร. มอบให้นายเอกวิทย์ เพื่อให้ช่วยเหลือคดีที่ถูกกล่าวหา และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนอยู่นั้น โดนล่าสุด บก.ปปป. ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหา 4 คน โดยนายเอกวิทย์ คือหนึ่งในนั้นให้มารับทราบข้อกล่าวหาในเร็วๆนี้ เพราะผู้ถูกกล่าวหาอีก 2 คน คือพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และนายสมบัคิ ธรธรรม อดีตที่ปรึกษากรรมการ ป.ป.ช. (นายเอกวิทย์) นั้นไปพบพนักงานสอบสวนในคดีนี้แล้ว

รายงานข่าวจาก ป.ป.ช. แจ้งว่า จากนั้นวันที่ 30 ธ.ค. 2568 นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ปรธาน ป.ป.ช. นัดคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประชุมด่วนในกรณีนี้ และมีมติว่าที่ประชุมมีมติรับทราบรายงานผลการรวบรวมข่าวที่ปรากฏในสื่อตามที่เสนอ สำหรับการดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องในคดีตามที่มีการกล่าวหากับเจ้าพนักงานตำรวจ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 56 โดยให้คำนึงถึงความเป็นธรรมของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายเป็นสำคัญ

เเหล่งข่าว ระบุว่า ป.ป.ช. เเจ้งว่าการประขุมครั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการปปช.ได้หารือเรื่องนี้นานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง บรรยากาศมีความตึงเครียด เพราะกระทบภาพลักษณ์ของ ป.ป.ช. โดยตรง เนื่องจากป.ป.ช.เป็นหน่วยงานปราบทุจริตเเต่กลับปรากฏว่าบุคคลระดับกรรมการ ป.ป.ช. โดยข้อหาว่าร่วมกระทำการทุจริตด้วย

เเหล่งข่าว กล่าวว่า ในช่วงหนึ่งนายเอกวิทย์ ชี้แจงเพียงว่า "ไม่ได้กระทำตามที่ปรากฏเป็นข่าว ผมอาจโดนใครบางคนใน ป.ป.ช. กลั่นเเกล้ง"

ขณะเดียวกันนายเอกวิทย์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า "ตอนนี้ไม่มีใครคัดค้านการทำสำนวนของอดีตรองผบ.ตร. ตามที่ผมรับผิดชอบ หากจะให้ผมย้ายการกำกับดูเเลสำนักตรวจสอบทุจริตภาครัฐ 1 (สตร.1 ) กำกับดูเเลสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ และสำนวนของ อดีตรองผบ.ตร. โดยย้ายผมให้ไปกำกับดูเเลสำนักอื่นๆ และสำนวนคดีอื่นใน ปปช. ผมก็ยินยอม”

แหล่งข่าว ระบุอีกว่า ตามในขั้นตอนของการแบ่งภาระงานของ ป.ป.ช. จำเป็นต้องรอการโปรดเกล้าฯกรรมการ ป.ป.ช. ใหม่อีก 2 คนคือนายสุชาติ สุนทรีเกษม และนายมนูภาณ ยศธเเสนย์ มารับตำเเหน่งก่อน จากนั้นประธาน ป.ป.ช. จะบรรจุวาระการประชุมเเละลงมติกันของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าใครควรกำกับดูเเลสำนักใด และขอให้นายเอกวิทย์ ย้ายไปกำกับดูเเลสำนักอื่นๆใน ป.ป.ช. แทนสตร.1

สำหรับสำนวนคดีสินบนทองคำแท่ง 246 บาท ตามขั้นตอนแล้วนายเอกวิทย์จะเป็นผู้รับผิดชอบสำนวน แต่เนื่องจากนายเอกวิทย์เป็น 1 ใน 6 ผู้ถูกกล่าวหา อาจจะมีข้อกังหาเรื่องความเหมาะสม อย่างไรก็ตามประเมินว่าคณะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวนจะคัดค้านการทำหน้าที่ของนายเอกวิทย์ในกรณีนี้เพราะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ นายเอกวิทย์ไม่สามารถคุมสำนวนเพื่อสอบสวนด้วยตัวเองได้ ทั้งนี้ต้องรอว่าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีความเห็นเช่นใดด้วย

เเหล่งข่าวจาก สำนักงาน ป.ป.ช. เเจ้งอีกว่า มีโอกาสสูงที่จะสำนักงาน ป.ป.ช. จะตรวจสอบสำนวนของ อดีตรองผบ.ตร. ที่พิจารณาเสร็จสิ้นไปแล้ว และกำลังพิจารณาว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ และตรวจสอบว่ามีบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. ทั้งในอดีต และปัจจุบัน มีการช่วยเหลือ อดีตรองผบ.ตร. บ้างหรือไม่ และมีใครสั่งการ

เนื่องจากสำนวน 1420 หน้าจากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ ลูกน้องคนสนิท อดีตรองผบ.ตร. โดย บก.ปปป. ส่งข้อมูลให้สำนักงาน ป.ป.ช. ตรวจสอบบุคคลในสำนักงาน ป.ป.ช. พบว่าพ.ต.ท.คริษฐ์ ประสานบุคคลในสำนักงาน ป.ป.ช. หลายคน