วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘หยุดยิง’ ทาง 2 แพร่ง ‘กัมพูชา’ ‘รบยาว - จบศึก’ เข้าทางไทย

‘หยุดยิง’ ทาง 2 แพร่ง ‘กัมพูชา’  ‘รบยาว - จบศึก’ เข้าทางไทย

การปะทะรอบแรกระหว่าง ไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 24-28 ก.ค.2568 จบลงเพียง 5 วัน แบบไม่สะเด็ดน้ำ เหตุฝ่ายกัมพูชาเพลี่ยงพล้ำ ไม่คาดคิดว่าไทยจะใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตี ด้วยเครื่องบินรบ F-16 และกริพเพน

กระนั้นก็ไม่ทำให้ฝ่ายไทยได้เปรียบ เพราะกัมพูชาพลิกกลยุทธ์จากเสียเปรียบในสนามรบ มาชิงความได้เปรียบในสนามการทูต คุมทั้งเกมรับ เกมรุก ส่วนฝ่ายไทยไล่ตาม ยอมลงนามหยุดยิงที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีปัจจัยการเมือง เศรษฐกิจ และต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวพัน

เปิดโอกาสให้กัมพูชา เติมของ เติมอาวุธ ปรับทัพตั้งรับใหม่ เสริมที่กำบังแข็งแกร่งมั่นคง อาคารกาสิโนตลอดแนวชายแดน ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการทหาร ระดม BM-21 ปืนใหญ่ ฝูงโดรน โจมตีฝ่ายไทยในปัจุบัน

แม้กัมพูชาจะรู้ดีว่า รบอย่างไรก็ไม่ชนะไทย แต่ปักหมุดหวังทำลายล้างให้ฝ่ายไทยเสียหายให้มากที่สุด BM-21 ปืนใหญ่ ระดมยิงใส่บ้านเรือนพลเรือนไทย พื้นที่เกษตร และปศุสัตว์เสียหายเป็นวงกว้าง

พร้อมใช้มุกเดิม หลังเปิดฉากรบแต่ขอรบไม่ยาว เรียกร้องประชาคมโลกช่วยกดดันไทยหยุดยิง แต่รอบนี้ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะช่วงหยุดยิงรอบแรก ฝ่ายไทย ปรับรูปแบบ การเมือง การทูต และปฏิบัติงานด้านข่าวสาร ผ่านศูนย์แถลงข่าวร่วมชายแดนไทย-กัมพูชา งัดพยาน หลักฐานโต้แหลก ชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกบิดเบือน

การปะทะลากยาวร่วม 18 วัน และยังไม่มีแนวโน้มจะสิ้นสุด โดยย้ำซ้ำๆ เป็นแผ่นเสียงตกร่อง สื่อสารไปยังประชาคมโลกหลากหลายภาษา ฝ่ายไทยต้องปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยประชาชนที่ถูกกัมพูชารุกราน

พร้อมเรียกร้องให้ตอบรับ 3 เงื่อนไข 1.กัมพูชาต้องเป็นฝ่ายประกาศหยุดยิงก่อน ในฐานะผู้รุกราน 2.การหยุดยิงจะต้องเกิดขึ้นจริง อย่างต่อเนื่อง และมีการสังเกตการณ์ 3.ฝ่ายกัมพูชาต้องร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับฝ่ายไทยอย่างจริงจัง

ไม้ตายฝ่ายไทย อยู่ที่ข้อหนึ่ง หวังคุมเกม คุมเวลา แม้กัมพูชาอยากหยุดยิงมากเพียงใด แต่จะไม่ง่ายเหมือนครั้งที่ผ่านมา      

สะท้อนผ่านหนังสือ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รมว.กลาโหม ส่งถึง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม หวังสองประเทศหยุดยิงพร้อมกัน

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์​ เสนาธิการทหารบก ระบุว่า กัมพูชาได้ส่งสัญญาณมาโดยตลอด ตั้งแต่ช่วงต้นว่า คิด และอยากปฏิบัติเช่นนั้น​ แต่เราไม่ได้เป็นฝ่ายที่ทำให้สถานการณ์เกิดขึ้น​ และเมื่อเกิดขึ้นแล้วเราต้องปกป้องอธิปไตย​

ย้ำว่า เหตุที่กัมพูชาสงวนคำพูดหลบเลี่ยง ที่จะประกาศหยุดยิงก่อน โดยใช้วิธีการให้ไทย และกัมพูชาประกาศหยุดยิงพร้อมกัน หวังสื่อสารกับคนภายในประเทศให้คิดเช่นนั้น และแน่นอนว่า จุดยืนฝ่ายไทย กัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อน

การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา(GBC)จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 ธ.ค.2568 เป็นเวทีต้องจับตา กัมพูชาจะทนแรงกดดันฝ่ายไทยได้มากน้อยเพียงใด เมื่อเทียบกับสภาพเศรษฐกิจในประเทศพังยับ อาวุธ - ยุทโธปกรณ์ร่อยหรอ ยิ่งยื้อยิ่งเข้าทางฝ่ายไทย แต่หากประกาศหยุดยิงก่อน ก็เสียเหลี่ยม เสียเรตติ้งการเมืองในประเทศระยะยาว

แน่นอนว่า บรรยากาศการประชุมระดับฝ่ายเลขาฯ จีบีซีระหว่างไทย และกัมพูชา ก่อนที่ รมว.กลาโหม 2 ประเทศจะลงนามในวันที่ 27 ธ.ค.68 จะเต็มไปด้วย เงื่อนไข ข้อต่อรอง ไร้ซึ่งการรอมชอม

โดย พล.อ.ณัฐพล ประกาศไว้ชัดเจน หากกัมพูชาไม่ยอมรับเงื่อนไขฝ่ายไทย หรือข้อตกลงหยุดยิงยังคลุมเครือ จะไม่เดินทางไปลงนามร่วมใดๆ ในวันที่ 27 ธ.ค.2568 นี้

เนื่องจากที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้รับบทเรียนว่าการหยุดยิงที่อยู่แค่ในกระดาษ ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ส่งผลฝ่ายไทยเสียเปรียบเพียงใด

กัมพูชาขนมวลชนกดดันทหารไทยจนเกิดการกระทบกระทั่งพื้นที่ชายแดน รื้อรั้วลวดหนาม ลอบวางทุ่นระเบิด ทำทหารไทยขาขาด และได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ในขณะที่แผนการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดนที่กำหนดไว้ 3 เฟส ที่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบในการกำหนดวันดีเดย์ร่วมกัน

Phase 1 (เฟส 1) ปรับกำลังประเภท Type A จะเริ่มต้นใน 1 พ.ย.2568 เวลา 00.00 น.(วัน D - Day) เป็นอาวุธประเภทจรวดหลายลำกล้องตั้งแต่ 2 ลำกล้องขึ้นไป เช่น BM-21

Phase 2 ปรับกำลังประเภท Type B จะเริ่มต้นใน 22 พ.ย.2568 เวลา 00.00 น.(วัน ดีเดย์ + 3 สัปดาห์)

ระบบปืนใหญ่ลากจูง และปืนใหญ่อัตราจร รวมถึงปืนใหญ่ขนาด 105 มม. 122 มม. 130 มม. 152 มม. และ 155 ,155 ,141

Phase 3 ปรับกำลังประเภท Type C จะเริ่มต้นใน 13 ธ.ค.2568 เวลา 00.00 น.(วันดีเดย์ + 6 สัปดาห์) เป็นอาวุธ ประเภทรถหุ้มเกราะ โดยเฉพาะรถถัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้มีการเคลื่อนที่ ที่ได้รับการปกป้อง อำนาจการยิงที่เหนือกว่า และกำลังสนับสนุนโดยตรง

ผลการปฏิบัติในขณะนั้น กัมพูชามุ่งหวังแสดงเชิงสัญลักษณ์โชว์ภาพนานาชาติได้เห็นว่า ยึดมั่นในข้อตกลง แต่ในข้อเท็จจริงการเคลื่อนย้ายอาวุธเต็มไปด้วย เล่ห์เหลี่ยม เช่น BM-21 แค่ขยับจากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง ไม่ได้พ้นไปจากแนวชายแดนไทย บางส่วนซุกซ่อนอยู่ในชุมชน

ดังนั้น แนวทางที่ชัดเจนของ รัฐบาล กระทรวงต่างประเทศ กองทัพไทย ถูกส่งต่อเวทีประชุมจีบีซีกดดันกัมพูชาให้ตอบรับ 3 เงื่อนไข 

หากสำเร็จเดินหน้าหยุดยิง เคลื่อนย้ายอาวุธหนักออกจากพื้นที่ ในทางตรงกันข้าม หากการประชุมล่ม การปะทะยังคงอยู่จนกว่ากัมพูชาสยบยอมอย่างแท้จริง

     

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์