เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2568 ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาคดีสำคัญ และเป็นที่สนใจ กรณีนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า การกระทำของศาลอาญา (ผู้ถูกร้อง) ที่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ร้อง โดยให้เหตุผลเพียงว่าคดีมีอัตราโทษสูง และเกรงว่าผู้ร้องจะหลบหนี และไม่แสดงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหรือข้อมูลเฉพาะเจาะจงหรือพฤติการณ์ที่ชัดเจน แสดงถึงความไม่เสมอภาคในการพิจารณา เป็นการเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรม ไม่ได้สัดส่วน กระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลในกระบวนพิจารณาอันไม่เป็นธรรม ละเมิดสิทธิในชีวิต ร่างกาย ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กระทบต่อสิทธิในการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 มาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 และมาตรา 55
ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง และเอกสารประกอบเป็นเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอื่นตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (4) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยืนคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช เป็นอดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อดีตประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ก่อนถูกกล่าวหาในฐานความผิดร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน กรณี “ดิไอคอน กรุ๊ป”
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





