วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘มาริษ’ สอนมวย ‘อนุทิน’ แก้วิกฤติปะทะชายแดนใช้แผนโลกล้อมกัมพูชา

‘มาริษ’ สอนมวย ‘อนุทิน’ แก้วิกฤติปะทะชายแดนใช้แผนโลกล้อมกัมพูชา

“มาริษ” แนะรัฐบาลแก้ปมชายแดนไทย-กัมพูชา อย่าซ้ำรอยน้ำท่วมหาดใหญ่ อพยพประสานท้องถิ่นให้พร้อม แนะปกป้องอธิปไตยเดินคู่ ยุทธศาสตร์โลกล้อมกัมพูชากดดันกัมพูชา

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2568 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชา เริ่มเปิดฉากปะทะฝ่ายไทยครั้งใหม่ว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งถอดบทเรียนแห่งความล้มเหลว จากการบริหารวิกฤติน้ำท่วมหาดใหญ่ นำมาปรับใช้กับการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดเดิม ซ้ำรอยอีกครั้ง เพราะการบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติไม่ได้หมายถึงเพียงการใช้เครื่องมือด้านความมั่นคงเท่านั้น หากแต่คือ การคุ้มครอง ชีวิต ทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นของประชาชนควบคู่กับ การประสานงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐทุกระดับได้อย่างไร้รอยต่อ เพราะบทเรียนที่เจ็บปวดจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ คือ การขาดศูนย์บัญชาการกลาง (Single Command Center) และการทำงานที่ไม่สอดประสานอย่างบูรณาการกัน ระหว่างรัฐบาลส่วนกลางกับท้องถิ่น ซึ่งจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะในสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่รัฐบาลจำเป็นต้องวางยุทธศาสตร์ความร่วมมือ ทั้งภายใน และระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางการทูตเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน นั่นคือ การทำให้โลกล้อมกัมพูชา บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และความเป็นประเทศที่ยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ เคารพในกฎบัตรสหประชาชาติ และบรรทัดฐานของประชาคมโลกของฝ่ายไทย
 

นายมาริษ เห็นว่า รัฐบาลควรเตรียมแผนอพยพ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างละเอียด และทันต่อเหตุการณ์ เพื่อปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังภัยต่อพลเรือนตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลอย่างแม่นยำ รวดเร็ว และโปร่งใส ซึ่งบทเรียนสำคัญที่ต้องตระหนักคือ ที่ผ่านมากัมพูชาใช้อาวุธหนักโจมตีโดยไม่เลือกเป้าหมาย และก็อาจจะใช้วิธีเดียวกันนี้อีกครั้ง หากเกิดการปะทะกันอีก รัฐบาลต้องประเมินว่าการอพยพประชาชนในพื้นที่มากกว่า โซนสีแดงหรือไม่ และควรจัดเตรียม หลุมหลบภัยให้เพียงพอ และพัฒนาศูนย์อพยพให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่เหมาะสม รองรับความเป็นอยู่ของประชาชนได้อย่างสมบูรณ์ ครอบคลุมบริการที่จำเป็นมากกว่าอาหาร และที่พัก เช่น รถพยาบาลเคลื่อนที่ ห้องน้ำเคลื่อนที่ นักจิตวิทยา รวมถึงพื้นที่สันทนาการสำหรับเด็ก เพื่อเยียวยาความตึงเครียดในภาวะวิกฤติ
 

นายมาริษ เสนอให้รัฐบาลใช้ยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศในการเดินเกมให้ โลกล้อมกัมพูชาที่รัฐบาล จะต้องเดินหน้าอย่างเป็นระบบ ในการควบคุมบทบาทประเทศที่สามให้สมดุล ต้องป้องกันไม่ให้ประเทศมหาอำนาจเข้ามาชี้นำการแก้ไขปัญหา และใช้กลไกทางการทูตทุกระดับทั้งทวิภาคี และพหุภาคีอย่างสมดุล เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงเชิงรุกต่อประชาคมโลก การประท้วงกัมพูชาในเวทีอนุสัญญาออตตาวาถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องขับเคลื่อนคู่ขนานกับการชี้ให้ประชาคมโลกเห็นว่า กัมพูชาเป็นผู้ละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ผ่านคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องขององค์กรสหประชาชาติตามที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเคยวางรากฐานไว้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย การใช้อาวุธที่มีลักษณะ offensive หรือการใช้ข่าวปลอมเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง

"รัฐบาลควรเร่งดำเนินการ 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การมอบหมายกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงประชาคมโลกผ่านช่องทางทวิภาคี และพหุภาคีอย่างชัดเจนว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และการพิจารณาใช้กล้องติดตัวทหาร หรือ Bodycam ในพื้นที่ชายแดน เพื่อสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ กัมพูชาไม่อาจปฏิเสธได้” และสนับสนุนการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศในการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อโลกอย่างรัดกุม และทันท่วงที"

นายมาริษ ระบุว่า ทิศทางการทูตที่แท้จริง คือ ต้องปิดเกมโดยไม่เสียเปรียบ สิ่งสำคัญที่สุด การจะเดิน การทูตเชิงรุกเพื่อปิดเกมกัมพูชา หากรัฐบาลยังไม่มียุทธศาสตร์เชิงรุกที่เป็นระบบ ก็ยากจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ ดังนั้น สิ่งที่ไทยต้องทำให้ได้ คือ 1) การเจรจากดดันกัมพูชาอย่างมีศักดิ์ศรีและมีน้ำหนัก ทั้งโดยการเจรจาทวิภาคี และการยืมมือมิตรประเทศ และมหาอำนาจช่วยกดดัน 2) การสื่อสารได้โดยตรงกับทุกประเทศ รวมถึงมหาอำนาจ โดยไม่พึ่งพาประเทศที่สาม 3) การไม่เปิดช่องให้กัมพูชายืมมือผู้อื่น โดยเฉพาะมหาอำนาจสร้างแรงกดดันย้อนกลับมายังไทย

นายมาริษ ยังยืนยันว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่เคยพลาดพลั้ง ไม่เคยเสียเปรียบในเวทีโลก ไม่ยอมให้กัมพูชาพลิกเกมจนเกิดภาพโลกล้อมไทย เพราะเราเจรจาตรงได้กับมิตรประเทศทุกประเทศ รวมทั้งสหรัฐ และจีนอย่างมีศักดิ์ศรี และอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นแนวทางที่ไทยต้องกลับมาฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน และต้องตระหนักว่า เวทีพหุภาคีเพียงอย่างเดียว ไม่อาจทดแทนพลังของการเจรจาทวิภาคีแบบตรงไปตรงมา ซึ่งการละเลยประเด็นสำคัญจุดนี้ ได้เปิดโอกาสให้กัมพูชาเก็บแต้มทางการทูตจากสหรัฐไปแล้วเรียบร้อย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อแสดงให้ประชาคมโลกได้ตระหนัก และยอมรับได้ว่าการปกป้องอำนาจอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนต้องเด็ดขาด จริงจัง ของไทยเป็นไปอย่างชอบธรรม

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์