วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ยศชนัน’ เบอร์หนึ่งนายกฯพท. ‘เยาวภา - ยิ่งลักษณ์’ ดันกู้เรตติ้ง

‘ยศชนัน’ เบอร์หนึ่งนายกฯพท. ‘เยาวภา - ยิ่งลักษณ์’ ดันกู้เรตติ้ง

กลเกมการเมืองส่งท้ายปี 2568 ปูทางสู่การเลือกตั้งต้นปี 2569 ขับเคี่ยวกันเข้มข้น เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบการทำศึกใหญ่ “การเมือง 3 ก๊ก” จึงต้องวางหมาก - วางเกม อย่างรอบคอบ

“ขั้วน้ำเงิน” ต้องเปลี่ยนเกมใหม่ หลังโดน “มหันตภัยน้ำท่วม” หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ “เมืองหาดใหญ่” ทำให้แต้มการเมืองของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ลดฮวบ กำหนดการ “ยุบสภา” ต้องเลื่อนออกไปก่อน

“ขั้วส้ม” มีเป้าหมายหลักอยู่ที่การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยจะเปิดประสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 10-11 ธ.ค. พิจารณาวาระสอง หากสามารถทำได้ตามเป้าหมาย ย่อมคาดหวังจะต่อยอดผลงานในสนามเลือกตั้ง

“ขั้วแดง” ต้องการตัดทอนขุมอำนาจของ “ขั้วน้ำเงิน” ให้เร็วที่สุด วางเกมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาตรา 151 (แบบลงมติ) โดยวางไทม์ไลน์เอาไว้หลังการโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม คาดว่าจะอยู่ในช่วงวันที่ 26-27 ธ.ค. ตั้งเป้าซักฟอก “รัฐบาลอนุทิน” หลังเทศกาลปีใหม่

ขณะเดียวกันจับตาเกมชิงไหวชิงพริบ “ขั้วส้ม” ประคับประคอง “ขั้วน้ำเงิน” ชิงจังหวะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาตรา 152 (แบบไม่ลงมติ) ตัดโอกาส “ขั้วแดง” หวังยื้อเวลาให้ “ขั้วน้ำเงิน” ให้อยู่ครบตามสัญญา MOA

ดังนั้นในช่วงเดือน ธ.ค. “การเมือง 3 ก๊ก” จะเล่นเล่ห์ชิงเหลี่ยมกันอย่างเข้มข้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้ ช่วงชิงความได้เปรียบให้เครือข่ายของตัวเอง

จับโฟกัสไปที่ “พรรคเพื่อไทย” จากกระแสตกต่ำในช่วงสงคราม ไทย - กัมพูชา จนเป็นสาเหตุทำให้ แพทองธาร ชินวัตร ต้องพ้นจากเก้าอี้นายกฯ มาวันนี้ “ขุนพลค่ายแดง” พูดเสียงเดียวกันว่า “น้ำท่วมหาดใหญ่” ทำให้แต้มเพื่อไทยกลับมาอยู่ในแดนบวก

“บิ๊กเพื่อไทย” คาดหวังว่าการเปิดตัว “3 แคนดิเดตนายกฯ” จากพรรคเพื่อไทย จะสามารถดึงแต้มของ “ค่ายแดง” ให้กลับคืนมาได้ โดยก่อนหน้านี้วางคิวเปิดตัวเอาไว้วันที่ 8 ธ.ค. เพราะอ่านใจ “นายกฯอนุทิน” จะยุบสภาช่วงวันที่ 12 ธ.ค. ทว่ากำหนดการ “แคนดิเดตนายกฯขั้วแดง” ต้องเลื่อนออกไปก่อน โดยคาดการณ์ว่าจะเปิดตัวก่อนวันที่ 20 ธ.ค.

มีกระแสข่าวว่า “3 แคนดิเดตนายกฯ” พรรคเพื่อไทย แม้จะไม่ใช่บริการสายตรง “ชินวัตร” แต่โควตาจะถูกแบ่งสัดส่วนให้ “ตระกูลชินวัตร” เสนอบุคคลที่มีความเหมาะสม

หนึ่งคนจะอยู่ในโควตาของ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” หนึ่งคนจะอยู่ในโควตา “บิ๊กแดนเหนือ - คนแดนไกล” และอีกหนึ่งคนจะถูกจัดสรรให้เป็นโควตาของ “พรรคเพื่อไทย”

‘ยศชนัน’โควตา เจ๊แดง-เจ๊ปู

ว่ากันว่าหนึ่งคนที่มีความชัดเจนแล้วคือ “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลูกชายคนโตของ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ โดยมีสัญญาณไฟเขียวจาก “เจ๊ปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมอยู่ด้วย ทำให้ชื่อของ “ยศชนัน” จะถูกเสนอให้เป็น “แคนดิเดตนายกฯ” เบอร์หนึ่งค่ายแดง

สัญญาณเริ่มแจ่มชัดขึ้น เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นปาฐกถาในหัวข้อ “From Research to Policy” โครงการ Pheu Thai Young Professionals Program (YPP) รุ่นที่ 2 ซึ่งถูกจับตาว่ามีการจัดอีเว้นต์เพื่อเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการ

ก่อนหน้านี้เขาเคยมีชื่อจ่อเป็น “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” รวมถึงเมื่อเดือน มิ.ย. 2568 มีชื่อติดโผนั่งเก้าอี้รมว.ศึกษาธิการ ในช่วงรัฐบาลแพทองธาร แต่เขาออกมาปฏิเสธ

“ยศชนัน” จบปริญญาโทด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จบปริญญาเอกด้านคลื่นสมอง ทำดุษฎีนิพนธ์เรื่องการใช้สัญญาณสมองมาช่วยเหลือผู้พิการ และในสมัยที่เป็นอาจารย์ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชา Biomedical Engineering วิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล

โดยปัจจุบันเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์

สำหรับเส้นทางการเมือง “ยศชนัน” เคยลงสมัคร สส. เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 3 ในการเลือกตั้งปี 2557 โดยผลอย่างไม่เป็นทางการชนะเลือกตั้งในเขต 3 แต่ด้วยเหตุการณ์ทางการเมืองที่มีการชุมนุมขับไล่ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” ของกลุ่ม กปปส. ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก่อนจะนำมาสู่การรัฐประหาร

ทั้งนี้ในช่วง “รัฐบาลแพทองธาร” มีมติอนุมัติแต่งตั้งให้ “ยศชนัน” เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ด้านการบริหารจัดการและทรัพยากรบุคคล) ในคณะกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

ต้องยอมรับว่าโปรไพล์ของ “ยศชนัน” ไม่ธรรมดา แม้จะมีสายเลือด “ชินวัตร” แต่ภาพลักษณ์ภายนอก ไม่ใช่สายตรงเลือดข้นเสียทีเดียว จึงต้องจับตาว่าเจ้าตัวจะเข้ามากระชากความเชื่อมั่นของ “พรรคเพื่อไทย” ให้พลิกฟื้นกลับมาได้มากเพียงใด

‘บ้านจันทร์ฯ’เดินสายทาบทาม

ขณะเดียวกันในโควตาของ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” มีกระแสข่าวว่าคนในครอบครัว “ชินวัตร” กำลังพิจารณาทาบทามบุคคลที่มีความเหมาะสม ซึ่งอยู่ระหว่างการตัดสินใจ

ส่วนโควตาแคนดิเดตนายกฯอีกหนึ่งคน คาดการณ์ว่าจะมีการพิจารณาจาก “บุคคลภายใน” ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจจะเป็น “บิ๊กเนม” ที่ทำงานกับพรรคเพื่อไทยมานาน

จับตาบทบาท ‘เยาวภา - ยิ่งลักษณ์’

เมื่อ “ยศชนัน” ถูกวางตัวให้เป็นเบอร์หนึ่งแคนดิดเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย เปิดตัวอยู่ฉากหน้า จึงต้องจับตาขุมกำลังที่จะคอยสนับสนุนอยู่ฉากหลัง ซึ่งเริ่มขยับเข้ามามีบทบาท ทั้ง “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” และ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

“เยาวภา” วางเครือข่ายภาคเหนือตอนบน ผนึก “ยงยุทธ ติยะไพรัช” วางตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. เชียงราย พร้อมทั้งคุมทัพคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ – ลำปาง ด้วยตัวเอง

ขณะเดียวกันยังได้ “วราเทพ รัตนากร” ย้ายจากพรรคพลังประชารัฐ กลับมาพรรคเพื่อไทย สายสัมพันธ์ของ “วราเทพ” กับ “เยาวภา” ค่อนข้างเหนียวแน่น ทำให้โอกาสคว้าแชมป์เก้าอี้ สส. ภาคเหนือตอนบนของ “เพื่อไทย” มีความเป็นไปได้มากขึ้น

ด้าน “ยิ่งลักษณ์” แม้จะอยู่แดนไกล แต่มีกระแสข่าวว่าเจ้าตัวไม่เคยพลาดการประชุมคอนเฟอร์เรนซ์กับ “แกนนำเพื่อไทย” เพื่อวางยุทธศาสตร์ทางการเมือง และบางโอกาสได้มีการพูดคุยการจัดวางตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ด้วยเช่นกัน

ดังนั้นบทบาทของ “เยาวภา - ยิ่งลักษณ์” จะเด่นชัดมากขึ้น หาก “ยศชนัน” เข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกฯเบอร์หนึ่งของพรรคเพื่อไทย

หลังจากนี้ต้องติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ “พรรคเพื่อไทย” ทุกย่างก้าวจะมีนัยทางการเมือง ทุกการต่อสู้จะมีอนาคตของ “ชินวัตร” เป็นเดิมพัน