วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

4 พื้นที่ส่อเดือด 'ทภ.2' พบ กัมพูชา ขน จรวด RM 70 - BM-21 ประชิดชายแดน

4 พื้นที่ส่อเดือด 'ทภ.2' พบ กัมพูชา ขน จรวด RM 70 - BM-21 ประชิดชายแดน

ทภ.2 พบ กัมพูชา เตรียมพร้อมรบขั้นสูงสุด เคลื่อนย้ายจรวดหลายลำกล้อง RM 70 - รถถัง เผยสถานการณ์ 4 พื้นที่ส่อระอุ จ่อใช้ BM-21 อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร ตรงข้าม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

วันที่ 8 ธ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์ไทย-กัมพูชา  ภายหลังเกิดเหตุปะทะที่ ภูผาเหล็ก - พลาญหินแปดก้อน จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวานนี้ (7 ธ.ค.68)  ส่งผลทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย ส่งผลให้มีคำสั่งอพยพประชาชน 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ดำเนินการอพยพไปยัง ศูนย์พักพิงตามแผนอพยพประชาชน เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์ไม่น่าวางใจ และอาจขยายวงกว้างได้ 

ในช่วงดึก ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ออกชี้แจงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา อีกครั้ง โดยทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย จากการตรวจสอบบาดแผลขั้นต้นคาดว่า อาจถูกยิงโดยปืนซุ่มยิง 

เวลา 20.00 น. ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธปืนเล็กยิงต่อกำลังพลของ พัน ร.13 ในพื้นที่ภูผาเหล็ก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี  จำนวน 10 นัด ฝ่ายทหารไทยปลอดภัย และตรวจพบการเคลื่อนย้าย จรวดหลายลำกล้อง RM 70 ของฝ่ายกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่ อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร รวมทั้งการอพยพ ประชาชนกัมพูชา ออกจากแนวชายแดน

กองทัพภาคที่ 2 จะดำเนินการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพิ่มระดับการเฝ้าระวัง และดำเนินการ ทุกมาตรการเพื่อปกป้องความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน และอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มกำลัง 

ขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการเป็นหลัก และขอยืนยันว่ากองทัพภาคที่ 2 ยังคงปฏิบัติภารกิจในการดูแลพื้นที่ชายแดนด้วยความรอบคอบ เข้มแข็ง มุ่งมั่นรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ

เวลา 22.49 น. เพจกองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า ในพื้นที่ช่องคนา และ ช่องระยี จ.สุรินทร์ ตรวจพบการเคลื่อนย้ายรถถัง T-55 ของฝ่ายกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่ กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย รวมทั้งการอพยพประชาชนกัมพูชา ออกจากแนวชายแดน

ต่อมาเวลา 23.00 น. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ทหารกัมพูชามีการเตรียมความพร้อมสู้รบขั้นสูงสุด จากกรณีปะทะที่พลาญหินแปดก้อน และยังเตรียมความพร้อมรบตลอดแนวชายแดน มีการสร้างที่กำบังเพิ่มเติม, เสริมความแข็งแรงที่มั่น, ค้นหาวัตถุระเบิดในพื้นที่รับผิดชอบ, ลำเลียงกับระเบิดเก็บในที่กำบัง, ปิดโทรศัพท์มือถือ และเตรียมการต้อนรับผู้บังคับบัญชาที่จะเข้ามาบัญชาการรบ รวมทั้งยังเฝ้าตรวจการปฏิบัติของฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการใช้รถถัง, โดรน และการทำถนนบริเวณหน้าแนว 

ความเคลื่อนไหวที่สำคัญ

พื้นที่ตรงข้ามช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ : ทหารกัมพูชาประจำพื้นที่ บ.จุ๊บโกกีคางเกิด ได้รับคำสั่งให้ลำเลียงกับระเบิดไปเก็บในที่กำบัง

พื้นที่ตรงข้าม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ : ทหารกัมพูชาที่ประจำการพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม อ้างว่าได้ทำการยิงทำลาย โดรน ของฝ่ายไทยได้ 1 ลำ  

 

พื้นที่ตรงข้าม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ : ทหารกัมพูชามีการสั่งการให้กำลังพลประจำแนวทุกคน ห้ามเปิดใช้อินเทอร์เน็ตเด็ดขาด และห้ามถ่ายรูประหว่างปฏิบัติภารกิจ ลงสื่อทุกช่องทาง นอกจากนั้นยังสั่งการหน่วยขึ้นตรง ตั้งแต่วันนี้ให้กำลังพลพื้นที่หน้าแนวทำความสะอาดอาวุธ, ที่กำบัง และฐานที่ตั้งให้เรียบร้อย เนื่องจากในช่วงนี้หน่วยเหนือจะเริ่มทำการตรวจความพร้อมรบของกำลังพล

พื้นที่ตรงข้ามช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี : ผู้บังคับบัญชาฝ่ายกัมพูชา สั่งการทหารกัมพูชา ที่เดินทางออกนอกที่ตั้งให้เดินทางกลับมาภายในวันที่ 9 - 10 ธ.ค.68 หากฝ่ายกัมพูชามีการใช้ BM-21 จะใช้บริเวณพื้นที่ อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร ก่อน(ตรงข้ามกับ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ)

โดยสถานการณ์วันนี้ กำลังทหารทั้ง 2 ฝ่ายยังคุมเชิงกันอยู่

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์