หากอ้างอิงตามคำประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศตลอดทั้งเดือนธันวาคม 2568 ในพื้นที่ภาคใต้ ยังต้องเผชิญฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร อีกระลอก
ประเดิมช่วงแรกวันที่ 4 – 6 ธ.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ประกอบกับหลายพื้นที่ได้รับประสบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้น อาจส่งผลให้ระบบระบายน้ำยังไม่เข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำระบายไม่ทันและน้ำรอระบายตามมา
โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันออก ประกอบด้วย ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช นราธิวาส สุราษฎร์ธานี ยะลา ปัตตานี อ.หาดใหญ่ สงขลา เพชรบุรี หัวหิน(ประจวบคีรีขันธ์) เกาะสมุย(สุราษฎร์ธานี) พัทลุง
น้ำทั่วสารทิศจะมาบรรจบที่ จ.สงขลา โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการฟื้นฟูจากมหาอุทกภัยรอบแรก ที่ถูกยกระดับการจัดการสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) และเป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
สอดรับรายงานข้อมูล "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกฯ และ รมว.มหาดไทย โดยอ้างอิงสถิติรอบ 50 ปี จ.สงขลา จะมีฝนตกหนักสุดในเดือน ธ.ค. หากเตรียมการไม่ดี เท่ากับประชาชนล้างบ้านรอรับมวลน้ำรอบใหม่
ปัจจุบัน "อนุทิน" ได้ลงนามแต่งตั้ง และนั่งเป็นประธานบอร์ดถอดบทเรียน และเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย โดยระดมผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาบูรณาการทั่วประเทศ ทั้งระยะสั้น ระยะยาว โดยมีรองนายกฯ ทุกคน เป็น รองประธานกรรมการ
แม้ในรายละเอียดจะมีการกำหนดกรอบ บทบาท หน้าที่ การทำงานของคณะกรรมการถอดบทเรียน และเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน เสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบ
ไล่ลำดับตั้งแต่ ศึกษาและถอดบทเรียนน้ำท่วม จ. สงขลา โดยเฉพาะที่อ.หาดใหญ่ ผูกโยงไปถึงมหาอุทกภัยปี 2554 เพื่อเสนอแนวทางป้องกันมิให้เกิดความเสียหายใหญ่ในอนาคต
พร้อมรื้อระบบ และกำหนดแนวทางใหม่ เช่น การเตือนภัย ป้องกันภัย ศูนย์อพยพ ยานพาหนะ เครื่องมือเครื่องใช้ คลังอาหาร เวชภัณฑ์สำรอง และสิ่งจำเป็นอื่น
ระบบสาธารณูปโภค ให้พร้อมรับมืออุทกภัย ทั้งไฟฟ้า ประปา การโทรคมนาคม ระบบสาธารณสุข และโรงพยาบาลให้พร้อมรับมืออุทกภัย
การทำคู่มือประชาชนและเจ้าหน้าที่ เพื่อรับมืออุทกภัย จัดฝึกซ้อมจริงปีละหนึ่งครั้ง ตั้งศูนย์บัญชาการการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยที่มีเอกภาพ
ตลอดจนถึงศึกษาการดำเนินการของประเทศที่มีความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย หรือภัยธรรมชาติอื่น และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอความร่วมมือให้มาช่วยสร้างระบบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีประสิทธิภาพ
ทว่า งานเร่งด่วนของบอร์ดชุดนี้ คือกำหนดแผนเฉพาะหน้าป้องกัน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ห้วงเดือน ธ.ค. โดยมีผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับจังหวัด ท้องถิ่น นั่งเป็นกรรมการด้วย
ทั้ง"รัฐศาสตร์ ชิดชู" ผู้ว่าฯสงขลา "สุพิศ พิทักษ์ธรรม" นายก อบจ.สงขลา"ณรงค์พร ณ พัทลุง" หรือ นายกแป้น นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ ตลอดจนถึง อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมรมราชูปถัมภ์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา
ภายหลัง บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ลงพื้นที่รับฟังปัญหา หาจุดโหว่ จุดบกพร่อง ที่ต้องเร่งดำเนินการให้ทันท่วงทีเพื่อรับฝนตกหนักระลอกใหม่
เช่น การควบคุมการเปิด-ปิด ประตูน้ำ โดยเฉพาะ การปิดประตูน้ำคลองเรียน รวมถึงวางแนวกระสอบทรายในจุดสำคัญ เพื่อบังคับให้มวลน้ำไหลไปลง คลองร.1 และคลองอู่ตะเภา ไม่ให้น้ำทะลักเข้าหาดใหญ่
การเตรียมพร้อมเรือให้การช่วยเหลือประชาชน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 30-40 ลำ กรณีเกิดวิกฤติ และติดตั้งเครื่องระบายน้ำ
พร้อมให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้าเร่งสำรวจพื้นที่สูงต่ำ ดูเส้นทางระบายน้ำ และกำหนดเป็นพื้นที่ตั้งศูนย์อพยพ และจอดรถของประชาชน แทนการใช้ถนน สะพาน กีดขวางการนำความช่วยเหลือเข้าพื้นที่
นอกจากนี้ ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดหาโดรนติดตั้ง WiFi ป้องกันเน็ตล่มอุปสรรคสำคัญในการส่งความช่วยเหลือประชาชน
ขณะที่แผนป้องกันระยะยาว การสร้างอุโมงค์ใต้เมืองหาดใหญ่ ซึ่งต้องเจาะลงไปใต้หิน ให้เป็นช่องทางระบายน้ำไปทางคลองระบายน้ำ 1 คลองระบายน้ำ 5 คลองระบายน้ำ 4 ออกไปทางคลองระบายน้ำ 3
นอกจากนี้ ให้นำร่องครัวละ 1 ชุมชน จุดรับบริจาค ประกอบอาหาร นำไปแจกจ่ายในชุมชนตัวเอง แทนการรับจากหน่วยงานราชการ หรือมูลนิธิต่างๆ เพื่อความทั่วถึง ครอบคลุมประชาชนทุกครัวเรือน
เวลานี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างเกาะติดสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนภาคใต้ ในห้วงเดือน ธ.ค.โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอย และหาแนวทางป้องกันอย่างยั่งยืน





