วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

'วิโรจน์' ชี้สืบเส้นเงิน สำคัญกว่าภาพ 'บิ๊กเนม' ร่วมเฟรม เบน สมิธ

'วิโรจน์' ชี้สืบเส้นเงิน สำคัญกว่าภาพ 'บิ๊กเนม' ร่วมเฟรม เบน สมิธ

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แสดงความเห็นถึงกรณี นายชนะ ผาสุกสกุล นักข่าวในเครือกลุ่มแมเนเจอร์ ได้โพสต์ภาพนายเบน สมิธ ถ่ายร่วมเฟรมกับบุคคลระดับสูงในแวดวงการเมืองไทยได้แก่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) นายอุปกิต ปาจรียางกู อดีต สว. พล.ต.อ. วิสนุ ปราสาททองโอสถ อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น 

โดยนายวิโรจน์ ระบุว่า เส้นทางการเงิน และการลากคอคนไทยตัวใหญ่มาลงโทษ สำคัญกว่าภาพถ่าย กรณีภาพถ่ายที่ปรากฏว่ามีบุคคลสำคัญถ่ายภาพร่วมกับคุณอนุททิน ชาญวีรกูล และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผมได้กลับมาวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง และพบว่าภาพถ่ายเหล่านั้นสามารถแยกได้ออกเป็น 2 บริบทที่แตกต่างกัน และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมตัดสินใจลบโพสต์ก่อนหน้าออกไปก่อน เพื่อจะได้กลับมาเรียบเรียงเป็นข้อสังเกตใหม่ที่รอบคอบมากขึ้น

ในบริบทของภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับ ดร.เอกนิติ ผมเข้าใจว่า น่าจะเป็นงานพบปะพูดคุยทั่วไปในบริบทของงานบางอย่าง ซึ่งต่อมา ดร.เอกนิติ ได้ชี้แจงว่าเป็นงานเลี้ยงของหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ดร.เอกนิติ เป็นอาจารย์และวิทยากรในหลักสูตรนี้ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่การพบปะกับนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ซึ่งในภาพถ่ายมีบุคคลอื่นๆ ปะปนรวมอยู่ด้วยนั้น เป็นเพียงการพบปะตามบริบทของงานในพื้นที่เปิด มิใช่การนัดหมายพบปะกันเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ยังมีภาพถ่ายอีกบริบทหนึ่ง ซึ่งนายเบนจามิน ถ่ายภาพร่วมกันกับบุคคลสำคัญจำนวนมาก โดยเฉพาะภาพที่มีอิริยาบถสนิทสนม เช่น การกอดคอกันถ่ายภาพ รวมถึงภาพถ่ายในบรรยากาศโต๊ะอาหารภายในห้องเฉพาะ ซึ่งบ่งชี้ว่า อาจจะเป็นการนัดพบส่วนตัว ภาพถ่ายในบริบทนี้หลายภาพมีคุณอนุทินปรากฏร่วมอยู่ด้วย ซึ่งคุณอนุทิน ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า ตนรู้จักกับนายเบนจามิน แต่ไม่ได้สนิท และไม่มีธุรกรรมใดเกี่ยวข้องกัน ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นได้ แต่สิ่งที่ผมเชื่อว่าคุณอนุทินทราบแน่นอน ก็คือ คนที่พาเขามาให้รู้จักกับคุณอนุทิน นั้นเป็นใคร และเครือข่ายคนไทยคนไหนบ้าง ที่สนิทชิดเชื้อกับนายเบนจามิน

ข้อมูลในส่วนนี้ หากนายเบนจามินมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสืบสวนเส้นทางการเงิน และขยายผลเพื่อจับกุมเครือข่ายนายทุน นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวพันกับเขา เพราะการปราบปรามขบวนการประเภทนี้ จะต้องไล่ให้ถึง “เครือข่ายไทยระดับบน” ให้ได้ มิฉะนั้น การสืบสวนก็จะถูกตัดตอน ไม่อาจเข้าถึงตัวการสำคัญได้เลย

จากการยึดและอายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของนายเฉินจื้อ นายก๊ก อาน นายเบนจามิน และนายยิม เลียก ตามที่ปรากฏเป็นข่าว เท่าที่ตรวจสอบรายชื่อคนไทยที่ถูกยึดอายัดทรัพย์ในตอนนี้ ล้วนเป็นเพียงตัวแทนอำพราง หรือนอมินี ในระดับลูกสมุนทั้งสิ้น ยังไม่พบการดำเนินการต่อเครือข่ายคนไทยที่อยู่ในระดับผู้ร่วมขบวนการเลยแม้แต่รายเดียว ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่ชาวต่างชาติเหล่านี้จะสามารถจัดตั้งเครือข่ายใหญ่โตเช่นนี้ได้ โดยไม่มีการหนุนหลังจากนายทุน นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง หรือผู้มีอิทธิพลบางกลุ่ม

"มังกรพลัดถิ่นย่อมต้องมีงูดินเจ้าที่คอยอุ้มชู แต่วันนี้รัฐบาลพอจับมังกรได้แล้ว กลับจับต่อได้เพียงไส้เดือน ขณะที่งูดินเจ้าที่ยังคงกบดานอยู่ในรูได้อย่างปลอดภัย" นายวิโรจน์ ระบุ

นายวิโรจน์ ระบุอีกว่า นี่จึงเป็นประเด็นสำคัญที่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี กำกับทั้ง ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องสั่งการให้ทั้งปปง. และตำรวจไซเบอร์เร่งรัดการจับกุมเครือข่ายคนไทยที่ร่วมขบวนการอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้การยึดอายัดทรัพย์ของนายเฉินจื้อ นายก๊ก อาน นายเบนจามิน และนายยิม เลียก ถูกมองข้ามจนกลายเป็นเพียง “การยืมเงินมาถ่ายรูปสร้างกระแส แล้วค่อยนำเงินกลับไปคืนให้พวกเขาในภายหลัง” หากภายในสองสัปดาห์ยังไม่สามารถลากตัวเครือข่ายคนไทยระดับใหญ่ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีได้ ประชาชนก็ย่อมมีสิทธิที่จะตั้งข้อสงสัยว่า เครือข่ายไทยเทาที่ว่านี้ นั้นอาจโยงใยกลับมาถึงบุคคลในรัฐบาลนี้เสียเอง

โดยทั่วไปแล้ว อาชญากรข้ามชาติมักจะพยายามเข้าหาคนใหญ่คนโตด้วยการปรนเปรอผลประโยชน์ และเงินทองให้ แล้วให้คนใหญ่คนโตคนนั้นแนะนำต่อไปยังเครือข่ายอำนาจอื่น ๆ จนท้ายที่สุดก็จะสามารถสร้างอาณาจักรที่ตนเองสามารถทำทุกอย่างได้ตามอำเภอใจ โดยไม่ต้องเกรงกลัวกฎหมายอีกต่อไป ใช้เงินซื้อได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือข้าราชการระดับสูง ถ้าพวกมันคิดจะซื้อ ก็สามารถซื้อให้มาเป็นลูกสมุนรับใช้พวกมันได้ ขนาดติดคุกพวกมันก็ยังไม่กลัวเลย ขอแค่มีเงิน อยากจะพานางแบบไปปรนเปรอหาความสุขในคุกเมื่อไหร่ก็ทำได้ คิดแล้วเจ็บหัวใจจริงๆ

นายวิโรจน์ ระบุด้วยว่า หากเราไม่สามารถหยุดขบวนการสามานย์เหล่านี้ได้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อประเทศชาติ จะไม่ใช่เพียงความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมเท่านั้น แต่สิ่งที่คนไทนทุกคนรู้สึกเจ็บปวดที่สุด จะเกิดขึ้น นั่นก็คือ การที่ประเทศไทยของเรา ต้องถูกโจรต่างชาติดูถูก และเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ว่าเงินสกปรกของพวกมันสามารถซื้อทุกอย่างในประเทศของเราได้ ซื้อจนประเทศไทยตกไปเป็นทาสของพวกมันได้อย่างง่ายดาย

"ได้เวลาล่างูดินเจ้าที่แล้วครับ ภายใน 2 สัปดาห์ ถ้าดำเนินการอย่างจริงจัง จะต้องยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายคนไทยที่ร่วมขบวนการได้เพิ่มเติมอีก และจะต้องลากคอขบวนการคนไทยผู้ร่วมขบวนการของพวกมัน มาลงโทษตามกฎหมายอย่างสาสมให้จงได้" นายวิโรจน์ ระบุ