วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

จับตา ‘ส้ม’ Grand Crompromise ดันหน้าใหม่ฝ่าด่าน ‘คดี 44 สส.’

จับตา ‘ส้ม’ Grand Crompromise ดันหน้าใหม่ฝ่าด่าน ‘คดี 44 สส.’

ยุทธศาสตร์ Grand Compromise ของ “ธนาธร” ที่วางแผนเอาไว้ ทำให้แกนนำ ปชน.หลายคน เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า “ก๊กส้ม” กวาดเก้าอี้ สส.แบบถล่มทลาย และน่าจะเกิน 200 ที่นั่ง

โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2569 ท่ามกลางการจับตา 2 สูตรของ “รัฐบาลสีน้ำเงิน” ว่าจะเคาะออกมารูปแบบใด 1.ยุบสภาฯในเดือน ธ.ค. 2568 ก่อนเปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ “ฝ่ายแค้น-ฝ่ายค้าน” ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ก่อนเลือกตั้ง 

หรือ 2.ยุบสภาฯตามกรอบ MOA เดิมภายใน 31 ม.ค. 2569 ปูทางสู่การจัดการเลือกตั้ง และทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ภายใน 29 มี.ค. 2569 ตามไทม์ไลน์เดิม

สมรภูมิการเมือง 3 ก๊กแบบในปัจจุบัน สปอร์ตไลท์ทางการเมืองกำลังฉายไปที่ “ค่ายน้ำเงิน” เพราะระดมสรรพกำลังทางการเมือง ดึงตัว สส.-นักเลือกตั้งทั้งระดับ “บิ๊กเนม-บ้านใหญ่” เข้าพรรคจำนวนมาก แตกต่างจาก “ค่ายแดง” ที่กำลังบอบช้ำเพลี่ยงพล้ำหนักทางการเมือง และเลือดไหลออกไม่หยุด

ขณะที่ “ก๊กส้ม” กำลังมาแรงในช่วงเวลานี้ หลังชิงจังหวะได้เปรียบทางการเมือง พลันเกิดเหตุภัยพิบัติครั้งใหญ่ใน 9 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระดมขุนพลลงไปช่วยเหลือประชาชน และฟื้นฟูปักษ์ใต้ โดยมี “สส.ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ คนหาดใหญ่แท้ ๆ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในเรื่องนี้ 

ส่วน “เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค บินด่วนลงไปคอนโทรลถึงหาดใหญ่เช่นเดียวกัน เรียกเรตติ้งให้พรรคได้จำนวนไม่น้อย แม้ว่าผลจาก “นิด้าโพล” จะชี้ว่าคนปลายด้ามขวาน “ยังรัก” และจะเลือก “ค่ายสีฟ้า” อยู่ก็ตาม

ประเด็นที่น่าสนใจเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ผู้นำทางจิตวิญญาณ “พรรคส้ม” เอ่ยปากบนเวทีสัมมนาถึงการ “Grand Crompromise” หรือ “การประนีประนอมครั้งใหญ่” กับฝ่ายต่าง ๆ ภายใน 2 ปี เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งที่คาราคาซังในสังคมไทยมายาวนาน ตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2549 เพื่อเปิดทางให้ “ประชาธิปไตย” ก้าวเดินไปข้างหน้า

ดังนั้นยุทธศาสตร์ Grand Crompromise น่าสนใจ เพราะจะเป็นการลบข้อครหา “ซ้ายจัด” ที่เขา และปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เคยถูก “บิ๊กทหาร” บางคนตราหน้าเอาไว้ ก่อนจะมีการ “ยุบพรรคอนาคตใหม่” ในเวลาต่อมา ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จาก “ด้อมส้ม” บางคนว่า เพื่อหวังเปิดทางให้ได้ “ใบอนุญาตใบที่ 2” ปูทางจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

ปฏิบัติการ “ประนีประนอมครั้งใหญ่” เห็นเค้าลางมาตั้งแต่ภายหลัง “ยุบพรรคก้าวไกล” เป็นต้นมาจนถึง “พรรคประชาชน” (ปชน.) โดยมีการลบนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ออกจากเว็บไซต์ หลังจากนั้นมีน้อยครั้งมากที่แกนนำพรรค หรือพรรคจะมีจุดยืนเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างโจ่งแจ้ง หากเทียบกับยุค “อนาคตใหม่-ก้าวไกล” โดยว่ากันว่า “แกนนำส้ม” เตรียมเล่นเกมยาว รอจนกว่าจะมี “ฉันทามติ” ร่วมกันก่อน

ถัดมาในการเลือกตั้ง “นายก อบจ.” เมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมา “ค่ายส้ม” เริ่มต้นใช้แผน “กระแส+บ้านใหญ่” ทำให้คว้าชัยใน “ลำพูน” ได้นายกอบจ.มา 1 เก้าอี้ เป็นของ “โกเฮง” วีระเดช ภู่พิสิฐ “อดีตบ้านใหญ่ลำพูน” ลูกชาย “โกเก๊า” ประเสริฐ ภู่พิสิฐ อดีตนายก อบจ.ลำพูนหลายสมัย อดีตนักธุรกิจดัง ที่เคยมีสายสัมพันธ์อันดี ยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทยในอดีต

หลังปรากฏการณ์ดังกล่าว ในการเลือกตั้งปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง มีผู้สมัคร สส.ของพรรค ปชน.หลายคนที่เคยเป็น “อดีตบ้านใหญ่” มาก่อน 

ไม่ว่าจะเป็น “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” อดีต รมช.คมนาคม ค่ายพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลูกชาย “วิรัช รัตนเศรษฐ” อดีต สส.โคราช หลายสมัย “น็อต” ภูวนาถ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ อดีตรองนายก อบจ.กาญจนบุรี “ซุ้มบ้านใหม่เมืองกาญจน์” รวมถึง “มดแดง” ศุกติชา ตันเจริญ ลูกชาย “พิเชษฐ์ ตันเจริญ” พี่ชาย “สุชาติ ตันเจริญ” แห่งกลุ่มบ้านริมน้ำ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นต้น

ที่น่าสนใจบรรดา “อดีตบ้านใหญ่” หลายคนที่สนใจมาลงสมัครสส.กับ ปชน.นั้น เพราะรู้ดีว่า “กระสุน” สู้ “ก๊กน้ำเงิน-ก๊กแดง” ไม่ไหว แถมบางพื้นที่ถูกจับจองไว้จนเต็มแล้ว เมื่อไม่มีหนทางจึงจำเป็นต้องหาทางเลือกใหม่ ก่อนมาลงเอยที่ “พรรคส้ม” ในที่สุด แน่นอนว่า ปชน.ยินดีรับคนเหล่านี้มาอยู่แล้ว หากไม่ถึงขั้นภาพลักษณ์เสียหายหนัก ก็ถือว่าสมประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย

แต่อุปสรรคประการสำคัญที่ ปชน.รอขึ้นเขียงนั่นคือกรณี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปัจจุบันเป็น สส.ในนาม ปชน.ถึง 25 คน จำนวนนี้มีชื่อ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และ “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายเศรษฐกิจ 2 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯของพรรคก็ติดร่างแหไปด้วย ไม่นับแกนนำพรรคในปัจจุบันหลายคน เช่น รังสิมันต์ โรม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ วรภพ วิริยะโรจน์ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล เป็นต้น

การประกาศเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯของ ปชน.เมื่อปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา น่าจะใช้งานได้จริงเพียงแค่ “ต้น” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ผู้อยู่หลังม่านวางยุทธศาสตร์ให้พรรคมาตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่ และหนึ่งใน “วงใน” ของ “กลุ่มเพื่อนเอก” เพียงเท่านั้น

ส่วนแกนนำพรรครุ่นถัดมา เริ่มมีการวางตัวเอาไว้บ้างแล้วตั้งแต่ช่วงรอยต่อยุบพรรคก้าวไกล-พรรค ปชน. เช่น “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคคนปัจจุบัน ที่มากด้วยเครือข่ายคอนเนกชั่นกับนักกิจกรรมภาคประชาชนหลายคน “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อดีตดาวรุ่งจากแบงก์ชาติ ที่ย้ายมาร่วมงานกับพรรคก้าวไกล และถูกส่งสมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 15 ในการเลือกตั้งปี 2566 ถือว่าลำดับสูงมาก สะท้อนความสำคัญของเขากับพรรค 

“รอมฎอน ปันจอร์” อดีตนักเคลื่อนไหวด้านสันติวิธี 3 จังหวัดชายแดนใต้ 1 ใน “วงใน” กลุ่มเพื่อนเอกเช่นกัน “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ อดีตนักข่าว อดีตหัวหน้าทีมพีอาร์ของพรรค ก่อนจะถูกดันมาลงสส. และเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมี สส.เขตอีกหลายคน เช่น “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม. ที่มักติดสอยห้อยตาม “ธนาธร” ไปหลายพื้นที่ “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี ในอดีตเธอคือคนประสานงานของฝ่ายนักกิจกรรมทางการเมืองแม้ทั้ง 2 คนจะมีคดีมาตรา 112 ติดตัว แต่ยังคงเป็นกำลังหลักให้แก่พรรคในอนาคตได้อยู่

ที่น่าสนใจคือ สส.กทม. เขต 28 ที่เดิมเป็นพื้นที่ของ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ตัวตึงค่ายสีส้ม ในช่วงปีที่ผ่านมาบทบาทของเธอค่อนข้างเด่นชัดในการขุดคุ้ยเปิดโปงเรื่องราวความไม่โปร่งใสของหน่วยงานรัฐหลายแห่ง กลับถูกแทนที่ด้วย “ปาล์ม” ชลณัฏฐ์ โกยกุล อดีตสื่อ และนักกิจกรรมทางการเมือง มาลงสมัครแทน

ว่ากันว่า ปชน.เดินเกมดัน สส.ที่เคยมีคดีความคาโรงคาศาล ไปลงสส.ปาร์ตี้ลิสต์แทบทั้งหมด เพื่อหวังปูทางให้ สส.หน้าใหม่ ลงสมัครสส.เขตแทน เนื่องจากหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นมา อย่างน้อยก็ไม่ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ และสามารถเลื่อนคนอื่นขึ้นมาเป็นสส.ได้แทน ไม่ต้องเสียเสียงในสภาฯให้หลุดลอยไปไหน อีกนัยหนึ่งคือการ “แก้เกม” คดี 44 สส. หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา

มีรายงานว่าเมื่อปลายเดือน พ.ย. มีการซาวด์เสียงของผู้ประสงค์ลงสมัคร สส.ในพรรค พบว่า สส.เขตยุคอดีตพรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือ ปชน.) จำนวน 112 คนจากการเลือกตั้งปี 2566 นั้น มีอย่างน้อย 86 คนประสงค์ลงสมัคร สส.เขตพื้นที่เดิมต่อ เท่าให้มีที่ว่างอย่างน้อย 26 ที่นั่ง เปิดกว้างดัน “หน้าใหม่” เข้ามาเป็น สส.ได้ แม้บางคนอาจไม่ได้ “มีแสง” ติดตัวมากนัก แต่เชื่อว่าสามารถอาศัย “กระแส” หอบหิ้วเข้าสภาฯได้

ที่สำคัญ ณ ขณะนี้ กระแส “ชาตินิยม” จากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มเบาบางลง เนื่องจากเกิดวิกฤติอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งกำลังเป็นอุปสรรคฉุดเรตติ้งจาก “ค่ายน้ำเงิน” ที่หวังประคับประคองคะแนนเสียง หวังเป็นพรรคอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป

ดังนั้นด้วยยุทธศาสตร์ Grand Compromise ของ “ธนาธร” ที่วางแผนเอาไว้ ทำให้แกนนำปชน.หลายคน เชื่อว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า “ก๊กส้ม” จะกวาดเก้าอี้ สส.แบบถล่มทลาย และน่าจะเกิน 200 ที่นั่ง ส่วนจะถึงขั้น “แลนด์สไลด์” ได้จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวอย่างที่ฝันไว้หรือไม่ คงต้องรอลุ้นกัน