ไส้ในสำนักงานประกันสังคม เลิกผลิต ‘ปฏิทิน’ ประจำปี 69 เหตุมีการร้องเรียนในขั้นตอนประกวดราคา พบ ‘เมย์ฟลาวเวอร์’ ผู้ชนะ เสนอราคาต่ำ 26.5 ล้าน จากราคากลาง 48.6 ล้าน
เรียกเสียงเฮให้ฝ่ายผู้ประกันตน และทีมงานประกันสังคมก้าวหน้าได้ไม่น้อย พลันที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ยกเลิกการผลิตปฏิทินประจำปี 2569 (ใช้งบประมาณแผ่นดินปี 2568) โดย น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงเหตุกรณี ยกเลิกการจัดทำ "ปฏิทินประกันสังคม ปี 2569" เป็นความจำเป็น ที่เกิดจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ล่าช้าจากการอุทธรณ์ผลการประกวดราคา ส่งผลให้ไม่สามารถผลิตและส่งมอบปฏิทินได้ทันกำหนดในเดือนธันวาคม 2568 หากดำเนินการต่ออาจก่อให้เกิดความเสียหายและไม่คุ้มค่าต่อการใช้งบประมาณจึงจำเป็นต้องยุติการจัดจ้าง
“แม้จะไม่มีการจัดทำปฏิทินในปีนี้ แต่สำนักงานประกันสังคมจะยังคงเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แก่นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน และประชาชน ผ่านทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และทันสมัยต่อไป” เลขาธิการ สปส.กล่าว
ขณะที่ สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ที่เป็นตัวตั้งตัวตีเปิดโปงเรื่องนี้ และมีจุดยืนว่าไม่ควรผลิตปฏิทินไปแจกอีก เนื่องจากเป็นการใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า เช่น น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. และนายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี แสดงความยินดีที่ สปส.ยกเลิกการผลิตปฏิทินดังกล่าว
ประเด็นที่น่าสนใจ เมื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า การผลิตปฏิทินดังกล่าว ได้ตัวผู้ชนะการประกวดราคามาแล้ว และเอกชนผู้ชนะการประกวดราคารายนี้ เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางราวครึ่งหนึ่ง แต่กลับถูกร้องเรียน ยื่นอุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการประกวดราคา ส่งผลให้ สปส.ต้องส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ แต่คาดว่าน่าจะพิจารณาไม่ทันตามกรอบการผลิตปฏิทิน ส่งผลให้ต้องยกเลิกไปในที่สุด
เรื่องนี้ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยไว้เช่นกันว่า โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างครบถ้วน โปร่งใสและตรวจสอบได้ ต่อมาได้มีผู้ยื่นอุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการประกวดราคา ทำให้สำนักงานประกันสังคมต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมบัญชีกลางพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง แม้ว่าคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะมีความเห็นว่า ข้อโต้แย้งฟังไม่ขึ้น และอนุญาตให้สำนักงานประกันสังคมเดินหน้ากระบวนการจัดจ้างต่อได้ แต่เวลาที่ล่วงเลยไปทำให้ไม่สามารถผลิตปฏิทินได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน TOR จึงต้องยกเลิกการจัดทำปฏิทินประจำปี 2569 ในที่สุด
ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร กรุงเทพธุรกิจสรุปให้ทราบดังนี้
เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2568 ในช่วงเหตุการณ์ที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ และระหว่างเหตุการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สำนักงาน สปส.ออกประกาศประกวดราคาจ้างพิมพ์ปฏิทินประกันสังคมประจำปีด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ “สหัสวัต คุ้มคง” ออกมาตั้งคำถามว่าว่า สำนักงานประกันสังคม อาศัยจังหวะชุลมุน ทำปฏิทิน เคยฟังเสียงผู้ประกันตนบ้างมั้ย
เช่นเดียวกับทีมประกันสังคมก้าวหน้า ระบุว่า บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังดูในช่วงเวลาภัยพิบัติทางธรรมชาติและความขัดแย้งตามแนวชายแดน ประกันสังคม เปิดประกวดราคาผลิตปฏิทิน พวกเราบอร์ดประกันสังคม 6 ใน 21 เสียงได้ยืนยันอย่างให้ยกเลิกอย่างเต็มที่แล้วต้องขออภัยที่เรายังทำไม่สำเร็จ
ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2568 สปส.ออกประกาศราคากลาง วงเงินงบประมาณ 50 ล้านบาท กำหนดราคากลางที่ 48,685,000 บาท โดยสืบราคากลางจาก 3 บริษัทได้แก่ บริษัท ไอติง แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด บริษัท โกลบ์เบิล ครีเอชั่น จำกัด และบริษัท รำไทยเพรส จำกัด
ต่อมาเมื่อ 2 ก.ย. 2568 ได้ออกประกาศเชิญชวนเอกชนมาเสนอราคา หลังจากนั้นได้จัดการประกวดราคาในเดือนเดียวกัน โดยมีผู้ยื่นเสนอราคาทั้งหมด 3 ราย ต่อมาเมื่อ 17 ก.ย. 2568 สปส.ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาจ้างพิมพ์ปฏิทินประกันสังคมประจำปี คือบริษัท เมย์ฟลาวเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เสนอราคาต่ำสุดเป็นเงินทั้งสิ้น 26,590,000 บาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของราคากลาง
หลังจากนั้นมีการยื่นเรื่องอุทธรณ์การประกวดราคาจ้าง อย่างไรก็ดีไม่มีการเผยแพร่เอกสารการยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวต่อสาธารณะ และในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแต่อย่างใด
กระทั่งในวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา สปส.ยกเลิกประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา และยกเลิกประกาศเชิญชวนเอกชนมาเสนอราคา โดยระบุสาเหตุเบื้องต้นว่า เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการจัดพิมพ์และแจกจ่ายปฏิทินประกันสังคมประจำปี 2569 ได้ทันภายในระยะเวลาที่เหมาะสม อันทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของสำนักงาน สปส. และกระทบต่อการใช้ประโยชน์ปฏิทินของผู้ประกันตน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
สำหรับบริษัท เมย์ฟลาวเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 1 ก.ย. 2535 ทุนปัจจุบัน 40 ล้านบาท ประกอบธุรกิจโรงพิมพ์และประมูลงานสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 สินทรัพย์รวม 423,880,740 บาท รายได้รวม 370,964,272 บาท กำไรสุทธิ 6,673,869 บาท
บริษัทแห่งนี้ปรากฏเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐมาแล้วอย่างน้อย 43 โครงการ รวมวงเงินไม่ต่ำกว่า 343,877,486 บาท





