วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ยรรยง’ ฉะรัฐบาลอนุทิน ล้มเหลวแก้น้ำท่วม-ราคาข้าวตกต่ำ

‘ยรรยง’ ฉะรัฐบาลอนุทิน ล้มเหลวแก้น้ำท่วม-ราคาข้าวตกต่ำ

"ยรรยง" ซัดรัฐบาลอนุทินล้มเหลวบริหารประเทศ ทั้งแก้นํ้าท่วมหาดใหญ่-ราคาข้าวตกต่ำกระทบ เรียกร้องแจงขายข้าวแบบจีทูจีกับสิงคโปร์-ซาอุดีอาระเบีย

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2568 นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงปัญหาของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ที่ล้มเหลวทั้งในการแก้ปัญหานํ้าท่วมภาคใต้ และแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ว่า เรื่องนํ้าท่วมนายกรัฐมนตรีเอง ได้ออกมายอมรับผิด และขอโทษประชาชนไปแล้ว แต่เรื่องราคาข้าว และรายได้ชาวนา ยังไม่เห็นรัฐบาลได้เริ่มลงมือทำงานจริงจัง นอกจากการโฆษณาว่า สามารถขายข้าวบิ๊กล็อตแบบจีทูจีให้ต่างประเทศได้หลายแสนตัน

ซึ่งมาถึงขั้นนี้แล้ว นายกรัฐมนตรี และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ น่าจะเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตัวเองได้ชัดเจนแล้วว่า ประชาชนต้องการเห็นผลลัพธ์ หรือผลผลิตที่ชัดเจน ที่จะได้รับผลประโยชน์จริง ๆ เช่น รัฐบาลขายข้าวแบบจีทูจี และส่งออกได้แล้วกี่ตันในราคาเท่าใด มีผลทำให้ราคาข้าวเปลือกสูงที่ชาวนาขายได้จริงเท่าใด และราคาส่งออกข้าวสารที่เป็นรายได้เข้าประเทศเท่าใด เพราะประชาชนไม่ได้ต้องการเห็นนายกรัฐมนตรี ที่ขยันทำงานหามรุ่งหามคํ่า แต่ไม่ได้ผลที่เป็นรูปธรรมอย่างกรณีการโชว์ฝีมือปรุงอาหารเพื่อแจกผู้ประสบภัย

นายยรรยง ระบุว่า นางศุภจีที่ได้ตีปี๊บผ่านสื่อว่า ได้เดินสายขายข้าวได้หลายแสนตันให้แก่รัฐบาลสิงคโปร์และซาอุดีอาระเบียนั้น เป็นเพียงลมปาก หรือได้ทำสัญญาซื้อขายจริงแล้ว และมีออเดอร์ซื้อข้าวจากสิงคโปร์ ซาอุดีอาระเบีย แล้วจริงๆ กี่ตัน และถูกกดราคาหรือไม่

และรัฐบาลได้มอบให้หน่วยงานภาคเอกชนใด เป็นผู้จัดหาปรับปรุงและส่งมอบ และขณะนี้ส่งมอบได้แล้วกี่ตัน และใช้ระยะเวลายาวนานเท่าใด เพราะหากกำหนดระยะส่งมอบนานหลายปี หรือจนพ้นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวไปแล้ว การส่งออกข้าวแบบจีทูจี ก็จะไม่เป็นผลดีต่อชาวนาแต่อย่างใด เพราะข้าวหลุดมือชาวนาไปแล้ว

นายยรรยง ระบุถึงสถานการณ์ราคาข้าวในช่วงนี้ ว่า ไม่ได้พุ่งสูงขึ้นตามที่รัฐบาลพยายามประโคมข่าวผ่านสื่อ ซึ่งอาจสรุปได้ในภาพรวมว่า ราคาข้าวเปลือกเจ้า 5% ช่วงรัฐบาลนายอนุทินยังตกตํ่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนข้าวเปลือกหอมมะลิกระเตื้องดีขึ้นใกล้เคียงกับช่วงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ในช่วงเดือน พ.ย. 2566 ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเห็นตรงกันว่า รัฐบาลนายอนุทินล่าช้ามากในการช่วยเหลือชาวนา โดยเพิ่งเริ่มประชุม นบข. ครั้งแรก เมื่อ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา 2 เดือนหลังตั้งคณะรัฐมนตรีหรือครึ่งเทอมของรัฐบาล หลังจากที่ชาวนาได้เก็บเกี่ยวและขายข้าวเปลือกเจ้าไปเกือบหมด ในราคาขาดทุนและชาวนาอีสาน และภาคเหนือเริ่มเก็บเกี่ยวและขายข้าวหอมมะลิในราคาตํ่าไปมากแล้ว นอกจากนี้ มาตรการที่รัฐบาลจะช่วยพยุงราคาเป็นมาตรการเดิม ๆ ที่รัฐบาลก่อน ๆ ทำมาแล้วทั้งสิ้น เช่น ชดเชยค่าจัดเก็บข้าวเพื่อชะลอการขาย ก็ยังไม่ได้ดำเนินการเพราะยังทำไม่ได้เพราะคณะรัฐมนรรี ยังไม่ได้อนุมัตินาย ซึ่งตนเองรู้สึกผิดหวังในรัฐบาลอนุทิน และนางศุภจีมาก เพราะเคยตั้งความคาดหวังไว้สูงแต่เมื่อได้ติดตามดูการทำงานโดยละเอียด

จึงฟันธงได้ว่า รัฐบาลอนุทินล้มเหลวในการบริหารประเทศ ทั้งเรื่องแก้ไขปัญหานํ้าท่วมหาดใหญ่ และภาคใต้ และการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำและรายได้เกษตรกร พร้อมรู้สึกสงสาร และเห็นใจพี่น้องชาวนาทั่วทั้งประเทศ และพี่น้องชาวนาใต้และหาดใหญ่ที่ต้องมารับเคราะห์ เพราะรัฐบาลที่ไร้ฝีมือที่พวกเขาไม่ได้เลือกให้เข้ามาเป็นรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ แต่เข้ามาด้วยอุบัติเหตุทางการเมือง