สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ กินพื้นที่ถึง 9 จังหวัด มีประชาชนกว่า 798,695 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
คนทั้งประเทศโฟกัสไปที่ “หาดใหญ่” ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ซึ่งเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงครั้งประวัติการณ์
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง กรณีความล่าช้าในการช่วยเหลือประชาชนระหว่างน้ำท่วมหาดใหญ่
อย่างเช่นการออกคำสั่งตั้งผู้รับผิดชอบสถานการณ์น้ำท่วม จ.สงขลา แยกหลายส่วน สะท้อนความไม่ลงตัวในการประเมินสถานการณ์และการจัดการภายในของรัฐ
มีทั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้อำนวยการ
แถมมีการตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ส่วนหน้า แม้ว่าจะมาถูกทาง แต่นับว่ามาช้าต่อวิกฤตของสถานการณ์น้ำท่วมเมืองใหญ่
นักวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองมองตรงกันว่า น้ำท่วมหาดใหญ่เที่ยวนี้ทำ “คะแนนนิยม” ของค่ายน้ำเงินหล่นหายไปกับสายน้ำ
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รู้ว่า “พลาด” ในระยะแรก จึงหวังแก้มือในระยะที่สองคือ ช่วงการเยียวยาและฟื้นฟู
ด้วยเหตุนี้ “อนุทิน” จึงลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี มอบหมายรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรับผิดชอบการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย
8 รองนายกฯและรัฐมนตรี ที่มีชื่อในคำสั่งของนายกฯอนุทิน มีทั้งมาจากพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพันธมิตรการเมือง และด้านหนึ่ง “น้ำเงิน-กล้าธรรม” ก็ยังเป็นคู่แข่งในสนามเลือกตั้งปักษ์ใต้
ดังนั้น การมอบหมายรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรับผิดชอบกำกับดูแลในพื้นที่ จึงถูกจัดวางตาม “ที่มั่นการเมือง” ของแต่ละพรรค
“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รับผิดชอบพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และปัตตานี
สังเวียนเมืองคอน เป็นความหวังของโกเกี๊ยะ ที่จะได้ สส.เพิ่มขึ้นจาก 2 ที่นั่งในสมัยที่แล้ว เมื่อมี สส.นครศรีธรรมราช ค่ายรวมไทยสร้างชาติและสส.ค่าย ปชป.บางคน มาเสริมทัพ
“โสภณ ชารัมย์” รับผิดชอบพื้นที่ จ.ยะลา ที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายของค่ายน้ำเงิน เนื่องจากฐานเสียงของ “วันนอร์” และพรรคประชาชาติ ยังแข็งแกร่ง
“ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รับผิดชอบพื้นที่ จ.สงขลา โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ ที่ต้องการการเยียวยาและฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน
พรรคกล้าธรรม มี สส.สงขลา 1 คนคือ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว และในอนาคต “ธรรมนัส” ยังหวังที่จะได้ เดชอิศม์ ขาวทอง และครอบครัวมาร่วมทัพในสมัยหน้า
ฝั่งค่ายน้ำเงิน มี ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เป็น สส.สงขลาเพียงคนเดียวมา 2 สมัย “โกเกี๊ยะ” อยากเพิ่ม สส.สงขลา ในสมัยหน้า จึงเจรจาดึงบ้านใหญ่ “บุญญามณี” , “โกถึก” สมยศ พลายด้วง และศาสตรา ศรีปาน มาร่วมทีม
“สุชาติ ชมกลิ่น” รับผิดชอบพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นความหวังของภูมิใจไทยอีกสนามหนึ่ง
สส.สุราษฎร์ฯ พรรค รทสช. ที่จะย้ายมาค่ายน้ำเงิน แยกเป็น 2 ปีกคือ สายเสี่ยเฮ้ง และสายบ้านใหญ่ตระกูล “กาญจนะ” ที่มีเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นพี่เลี้ยง
“สันติ ปิยะทัต” รับผิดชอบพื้นที่ จ.ตรัง หลายคนอาจแปลกใจ “รมต.สำนักนายกฯ” คนนี้ ทำไมจึงมาโผล่ที่เมืองตรัง
จริงๆแล้ว “สันติ” เป็นรัฐมนตรีในโควตาของกลุ่ม “ทวี สุระบาล” สส.ตรัง ที่พาเพื่อน สส.ใต้อีก 3 คน แหกค่ายลุงป้อมมาหนุนนายกฯอนุทิน
“นภินทร ศรีสรรพางค์” รับผิดชอบพื้นที่ จ.พัทลุง ซึ่งเป็นที่มั่นของ “เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ
สมัยที่แล้ว “เจ๊เปี๊ยะ” ผิดหวังมากที่ไม่มี สส.พัทลุงในสีเสื้อน้ำเงิน จึงหวังแก้มือในสมัยหน้า จึงดึงนริศ ขำนุรักษ์ อดีต สส.ค่ายสีฟ้ามาเป็นพันธมิตร
“ทรงศักดิ์ ทองศรี” รับผิดชอบพื้นที่ จ.สตูล สายตรงบุรีรัมย์ ที่ต้องมาดูแลที่มั่นค่ายน้ำเงินชายฝั่งอันดามัน
“อามินทร์ มะยูโซ๊ะ” รับผิดชอบพื้นที่ จ.นราธิวาส สมรภูมิหลักของพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัสตั้งเป้าชนะยกจังหวัด
พรรคภูมิใจไทย จะกอบกู้ศรัทธาและเรียกคะแนนนิยมคืนมาได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่ฝีมือการบริหารจัดการเรื่องเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบภัย หลังมหาอุทกภัยปักษ์ใต้
ที่แน่ๆ เป้าหมาย สส. 30 ที่นั่งจากทั้งหมด 54 ที่นั่งในสมรภูมิด้ามขวาน ของ “โกเกี๊ยะ” อาจจะเป็นเรื่องยากกว่าก่อนหน้าที่วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่เกิดขึ้น





