วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ทสท.ผุดโครงการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า-ยานพาหนะ ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

ทสท.ผุดโครงการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า-ยานพาหนะ ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึง โครงการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะ หลังน้ำลด คือหนึ่งในความตั้งใจสำคัญของพรรคไทยสร้างไทย ที่อยากให้พี่น้องประชาชน กลับมาใช้ชีวิตได้เร็วที่สุด หลังวิกฤตอุทกภัย ครั้งใหญ่

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า เพราะเมื่อบ้านถูกน้ำท่วม สิ่งแรกที่เสียหายไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ หรือของใช้ แต่คือเครื่องมือทำมาหากิน ในชีวิตประจำวัน ทุกอย่างล้วนเป็นหัวใจของการเริ่มต้นใหม่ หลายบ้านกำลังลำบากกับค่าใช้จ่ายมหาศาล ค่าซ่อมรถ ค่าซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า แค่คิดก็หนักเกินไหวในช่วงที่รายได้หยุดลงทันทีจากน้ำท่วม

พรรคไทยสร้างไทย เราเตรียมจับมือกับ วิทยาลัยเทคโนโลยีสงขลา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ช่าง และ นักศึกษาอาสา มาช่วยซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะให้พี่น้อง ลดค่าใช้จ่ายตรงหน้า และทำให้ประชาชนกลับมายืนบนลำแข้งของตัวเองได้เร็วที่สุด

"ในวันที่วิกฤตกระทบทุกอย่างในชีวิต การช่วยที่ดีที่สุด คือการทำให้เขากลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม มีตู้เย็นแช่อาหาร มีเตาให้ทำกับข้าว มีรถให้ไปทำงาน คือการคืนความหวังอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด พรรคไทยสร้างไทย จะอยู่เคียงข้าง และช่วยเหลือจนกว่าทุกครอบครัวจะกลับมายืนได้อีกครั้ง" คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ

อนึ่ง วานนี้ (28 พ.ย.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์รูปภาพและข้อความระบุว่า โปรดใช้หัวใจฟังความทุกข์ที่แสนสาหัสของพี่น้อง ดิฉันเดินทางมาให้กำลังใจพี่น้องที่หาดใหญ่  โดยจุดแรกที่ไปคือมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่รองรับผูัอพยพกว่า 9000 ราย ซึ่งดิฉันขอชื่นชมท่านอธิการบดี คณะผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ที่เสียสละอย่างยิ่ง และมีการบริหารงานอย่างมืออาชีพ ทำให้สามารถดูแลผู้อพยพกว่า 9000 ได้อย่างมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม ดิฉันขอคารวะจากหัวใจ

จุดแรก ดิฉันได้เข้าเยี่ยมผู้ป่วยจากโรคเรื้อรัง และผู้ป่วยจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่บาดเจ็บจากของมีคม เช่นถูกสังกะสีบาด ขณะต้องหนีเอาตัวรอดขึ้นไปอาศัยบนหลังคา ซึ่งส่วนใหญ่จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องแช่น้ำและติดอยู่บนหลังคา โดยไม่ได้กินข้าวมาไม่ต่ำกว่า 3 วันทั้งสิ้น

มีคุณลุงท่านหนึ่งอายุ 83 ปีเล่าให้ดิฉันฟังว่าแกติดอยู่ 3 วัน โดยไม่มีอาหารกินเลยสักมื้อ อาศัยกินน้ำที่ท่วมรอบๆตัวประทังชีวิตพอเข้าวันที่ 4 คุณลุงตัดสินใจว่ายน้ำออกมา โดยบอกว่ารออยู่อยู่บนหลังคาก็ตาย ลองสู้ดูเผื่อจะรอด แต่กระแสน้ำแรงมากพัดคุณลุงไปอย่างรวดเร็ว โชคดีที่คุณลุงเกาะต้นไม้เอาไว้ได้ ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็มีทีมกู้ภัยเข้ามาช่วยพาคุณลุงออกมาได้

ทุกคนที่ดิฉันได้คุยในวันนี้ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ต่างระบายความทุกข์ใจ ออกมาพร้อมน้ำตาที่พรั่งพรู ว่าตอนติดอยู่บนหลังคาเวลาเดินช้ามาก วันแล้ววันเล่า ทั้งหวาดกลัว และทุกข์ทรมาน เมื่อรอดชีวิตออกมาได้ ก็ดีใจได้เพียงชั่ววูบ แต่ความกังวล และความทุกข์ว่าจากนี้จะมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร ในสภาพที่สิ้นเนื้อประดาตัว มันบีบหัวใจพี่น้องเหลือเกิน

ดิฉันได้ซึมซับเอาความทุกข์อย่างแสนสาหัสของพี่น้องทุกคนเข้ามาสู่หัวใจของดิฉัน ผ่านการ“กอด”  ดิฉันพยายามพูดปลอบปะโลมใจ และให้กำลังใจกับพี่น้องทุกคน

ดิฉันขอวิงวอนนายกและรัฐบาล ได้โปรดใช้หัวใจในการฟังความทุกข์ของพี่น้อง แล้วเร่งช่วยเหลือพี่น้องทุกคน ด้วยการดูแลทุกคนอย่างเต็มที่ ให้เขาสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติสุขอย่างที่เขาเคยมีก่อนที่น้ำจะท่วม เร่งจ่ายเงินเยียวยาตามความเสียหายจริง ไม่ใช่แค่ 9,000 บาทต่อหลัง เร่งซ่อมแซมบ้านเรือน เครื่องใช้ พาหนะ ที่เสียหายยับเยิน ให้พี่น้องกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้

"แม้สังคมจะให้นายก“สอบตก”ในการกู้ภัย แต่ยังมีโอกาสแก้ตัวในการฟื้นฟู ดิฉันหวังว่านายกจะไม่สอบตกอีกครั้งนะคะ" คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ