"รมว.ยุติธรรม" เผย มีคำสั่งผอ.ส่วนควบคุมผู้ต้องขัง-เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ออกจากราชการไว้ก่อน อีก 4 นาย หลักฐานมัดรู้เห็นคุกVIP ไม่ระงับยับยั้ง
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 พ.ย. ที่ อาคารกรมบังคับคดี ถ.บางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานในพิธีสงฆ์ในงาน "วันคล้ายวันสถาปนากรมบังคับคดีครบรอบ 51 ปี" ก่อนเปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เอื้อประโยชน์แก่ ผู้ต้องขังจีนเทา ภายหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ขีดเส้น 5 วัน สำหรับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง นำโดย นายไพฑูรย์ มงคลหัตถี ผู้หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ประธานคณะกรรมการฯ ดำเนินการตรวจสอบ หลังเกิดเหตุการณ์ครบ 12 วัน นับแต่วันที่ 16 พ.ย.
พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรมราชทัณฑ์ ราว 1 ชม. ว่า ตนได้ประชุมร่วมกับนายไพฑูรย์ มงคลหัตถี ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรับรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบ
รวมถึงหารือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อดำเนินการในส่วนคดีอาญา อย่างไรก็ดี เบื้องต้นพบการกระทำผิดชัดเจนเรื่องของวินัยร้ายแรงและได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน 4 นาย โดยเป็นผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง 1 นาย และอีก 3 นายเป็นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเรือนจำฯ ซึ่งรับรู้เรื่องการกระทำความผิดและไม่ดำเนินการตามระเบียบ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ 4 นายนี้ก็อยู่ในจำนวน 20 รายชื่อที่ถูกคำสั่งย้ายไปเรือนจำต่างจังหวัดก่อนหน้านี้ และมีพยานหลักฐานจากการสอบปากคำพยานและอีกหลาย ๆ ส่วนที่จะยืนยันการกระทำความผิดวินัยร้ายแรงได้ โดยคณะทำงานจะรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุดก่อนจะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อไป
พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยอีกว่า ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เหลืออีก 14 นาย ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากบางคนก็อาจอยู่ในสภาวะจำยอมจากการที่ผู้บังคับบัญชาการสั่งการ อีกทั้งตอนที่ตนได้เข้าไปตรวจเรือนจำวันแรก ก็มีเจ้าหน้าที่บางส่วนเขียนจดหมายน้อยแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นยัดใส่มือตนเอง ดังนั้น ใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด บางคนอาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่ไปอยู่ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุเท่านั้น บางคนอาจมีความผิดเล็กน้อยตามลำดับชั้น ดังนั้น ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยอีกว่า ส่วนประเด็นที่ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ ผบ.เรืแนจำฯ และพวกนั้น ทราบว่าดำเนินการไปได้ค่อนข้างมากแล้ว และตรวจสอบไปแล้วหลายชั้นจนถึงกลุ่มเครือญาติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีการสรุปรายงานอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ในรายละเอียดสำนวนการสืบสวนตนไม่สามารถเปิดเผยได้ รวมไปถึงกระแสข่าวลือว่าหญิงนางแบบชาวจีนทั้ง 2 คน ได้รับเงินค่าจ้าง 5 แสนบาทด้วยนั้น ก็ต้องดำเนินการขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริง
ส่วนเรื่อง รูปถ่ายครอบครัวชินวัตร ภายหลังการเยี่ยมญาติใกล้ชิดที่เรือนจำกลางคลองเปรม ว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพถ่ายจริง ซึ่งเกิดขึ้นในโครงการการเยี่ยมญาติใกล้ชิด ซึ่งเป็นโครงการที่มีมานานแล้วกว่า 10 ปีแล้ว ก็เป็นภาพทั่วไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์ฉาวเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ห้องเชือดใต้บันได ล่าสุด ได้มีข้าราชการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน รวมทั้งสิ้น 6 ราย ประกอบด้วย 1.ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 2.เลขานุการ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 3.ผอ.ส่วนควบคุมผู้ต้องขัง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และอีก 3 เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร





