กำลังเป็นวิกฤติ “มหาอุทกภัย” ที่ร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี ในพื้นที่ภาคใต้ 9 จังหวัด โดยเฉพาะใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่มวลน้ำจากเทือกเขานครศรีธรรมราช พร้อมด้วยฝนกระหน่ำ ส่งผลให้ต้องจมบาดาลติดต่อกันเป็นวันที่ 5 และสถานการณ์ยังดูเหมือนยังไม่คลี่คลาย
เบื้องต้นรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้แต่งตั้ง “ธรรมนัส พรหมเผ่า” รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็น “แม่งาน” ลงพื้นที่ แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความคืบหน้าเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังตั้ง “วอร์รูม” โดยมี “ภราดร ปริศนานันทกุล” รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นผู้อำนวยการ
ขณะเดียวกัน “พรรคส้ม” ส่ง “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) คนหาดใหญ่แท้ ๆ ลงพื้นที่เป็นคนแรก ๆ พร้อมด้วยทีมงาน ถัดมาไม่กี่วัน “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ปชน. ก็บินตามมาติด ๆ เพื่อช่วยเหลือ และให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหูว่า สาเหตุประการสำคัญที่ทำให้ “น้ำท่วมใหญ่” ในพื้นที อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็น “เขตเศรษฐกิจสำคัญ” ในปลายด้ามขวาน ต้องอยู่ในจุดวิกฤติเช่นนี้ เกิดจากการบริหารจัดการน้ำที่ไม่ทันท่วงที คนในพื้นที่หลายคนโฟกัสไปยัง “นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่” ซึ่งไม่ยอม “ปักธงแดง” แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ทันเวลา พอมวลน้ำมหาศาลทะลักเข้ามา ประกอบกับฝนกระหน่ำ แถมน้ำทะเลยังหนุนสูง ส่งผลให้ “หาดใหญ่” สาหัสจนถึงวันนี้
แม้ว่า “หาดใหญ่” คือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการเลือกตั้งภาคใต้ เพราะเป็นเขตเศรษฐกิจระดับ “หมื่นล้าน” ที่ผ่านมามีหลาย พรรค พยายามจะเกาะกุมปักธงยึดหัวหาดให้ได้ โดยในการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา “หาดใหญ่” ถูกผ่าออกเป็น 2 เขตเลือกตั้ง คือ
เขตเลือกตั้งที่ 2 (เฉพาะตำบลคลองอู่ตะเภาและตำบลหาดใหญ่) มี ศาสตรา ศรีปาน สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ปัจจุบันย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย
เขตเลือกตั้งที่ 3 (เฉพาะตำบลพะตง ตำบลบ้านพรุ ตำบลคอหงส์ ตำบลทุ่งใหญ่ ตำบลท่าข้าม และตำบลน้ำน้อย) มี “โกถึก” สมยศ พลายด้วง สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่มีกระแสข่าวว่าจะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน เป็นเจ้าของพื้นที่
ขณะเดียวกันในการเลือกตั้งครั้งหน้าพื้นที่ “หาดใหญ่” ถูกภูมิใจไทยโฟกัสเป็นพื้นที่หลัก เนื่องจากคาดว่าจะมี สส.ย้ายมาสังกัด และลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเดิม ขณะเดียวกันพรรคกล้าธรรมของ “ผู้กอง” ก็ใช่ว่าจะยอมได้โดยง่าย เพราะมีกระแสข่าวว่าพรรคนี้จะส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งเช่นกัน
ท่าทีของ “พรรคส้ม” ที่ผ่านมาก็มีความพยายามจะ “ปักธง” พื้นที่ภาคใต้เพิ่มเติม หลังจากทำให้ “ภูเก็ต” กลายเป็น “เกาะส้ม” ยกจังหวัดมาแล้ว จึงไม่แปลกที่เมื่อเริ่มเกิดวิกฤติน้ำท่วมภาคใต้ “ลิซ่า ภคมน” จึงรีบบินด่วนมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นคนแรก ๆ โดยเดินสายจาก จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่วิกฤติในช่วงแรก ร่วมกับ “ปกรณ์ อารีกุล”ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 1 ก่อนจะเดินทางต่อมายัง “หาดใหญ่” ซึ่งประสบภัยในเวลาต่อมา
โดยผลการเลือกตั้งปี 2566 ในพื้นที่หาดใหญ่ แม้ว่า “พรรคส้ม” จะพ่ายแพ้ โดยได้เพียงอันดับที่ 2 และ 3 เท่านั้น ทว่ากลับได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์รวมกันกว่า 6.2 หมื่นแต้ม แบ่งเป็น เขตเลือกตั้งที่ 2 “พรรคส้ม” ได้คะแนนเขต 20,385 เสียง คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 30,324 เสียง และเขตเลือกตั้งที่ 3 ได้คะแนนเขต 19,885 เสียง คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 32,224 คะแนน
ดังนั้น ในการเลือกตั้งรอบหน้าที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 คาดว่าจะเป็นการชนกันของ 3 พรรค ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะเจ้าของพื้นที่ พรรคกล้าธรรมของ “ผู้กอง” และพรรคประชาชน ซึ่งคาดว่าจะวางตัวผู้สมัคร “หน้าเดิม” เพราะในการหารือกันภายในของ ปชน.สัปดาห์ก่อน มีการวางตัว และคัดสรรผู้สมัคร สส.เขตไว้เกือบครบแล้ว โดยผู้ชนะ สส.เขตรอบก่อน 112 คน ประสงค์ลงสมัครเขตเดิมราว 86 คน
ด้าน “ค่ายน้ำเงิน” ดูเหมือนจะเพลี่ยงพล้ำเสียเหลี่ยมไปพอตัว เพราะ “หาดใหญ่” อยู่ภายใต้การดูแลของ “นายกฯแป้น” ณรงค์พร ณ พัทลุง ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่าย “สีน้ำเงิน” เฉือนเอาชนะไปกว่า 2 พันแต้มจาก พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี แชมป์เก่าค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมลงได้ ในการเลือกตั้งเมื่อ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา
ทว่าในการบริหารจัดการน้ำรอบนี้ ดูเหมือน “นายกฯแป้น” จะถูกวิจารณ์หนัก เรื่องการบริหารหน้างาน ทั้งการเคยออกมาตรวจตราสถานการณ์น้ำก่อนเกิดวิกฤติน้ำท่วมราว 1 สัปดาห์ ยืนยันว่า “เอาอยู่” ขณะเดียวกันในช่วงเกิดวิกฤติน้ำท่วมไล่เรียงมาตั้งแต่บางพื้นที่ใน จ.สุราษฎร์ธานี จนมาถึง จ.นครศรีธรรมราช นั้น ยังไม่มีท่าทีใด ๆ ถึงขนาดมี “สัญญาณเตือน” จากส่วนกลาง ก็ยังไม่ยอม “ยกธงแดง” แจ้งเตือน แต่มาทำเอา “นาทีสุดท้าย” จนหาดใหญ่ต้องจมบาดาลในขณะนี้
ส่งผลให้ ปชน.พลิกวิกฤติเป็นโอกาส “เท้ง ณัฐพงษ์” บินด่วนจาก กทม.ลงมาช่วยเหลือชาวบ้านในทันที พร้อมกับ “ลิซ่า ภคมน” ที่ลงพื้นที่มาก่อนอยู่แล้ว แถมยังใช้ “ทีมไอที” ภายในพรรค ซึ่งเป็นเครือข่ายเดิมของ “เท้ง ณัฐพงษ์” ผู้ก่อตั้งกลุ่ม “ก้าว Geek” เขียนแพลตฟอร์ม และ Dashboard รวบรวมข้อมูลดาต้าทั้งหมดในพื้นที่แบบ “เรียลไทม์”ทำให้มีการไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ “คนรุ่นใหม่” เรียกคะแนนนิยมได้มากยิ่งขึ้น
แถมยังตอกย้ำถึงการบริหารจัดการผิดพลาดของ “พรรคน้ำเงิน” หลายครั้ง โดยเฉพาะคำให้สัมภาษณ์ของ “ณัฐพงษ์” กระทบชิ่งทั้ง 2 พรรคทั้ง “น้ำเงิน-กล้าธรรม” ที่ว่า การทำงานของอาสาสมัครในเวลานี้ยังไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากความไม่ชัดเจนของข้อมูลหลายด้าน แม้ปัจจุบันรัฐบาลจะมีการตั้งศูนย์รับมือสถานการณ์ของรัฐแล้ว
แต่ก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าใครคือผู้บัญชาการสถานการณ์กันแน่ มีความสับสนว่าศูนย์การสั่งการอยู่ที่ใคร ระหว่างผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือว่า ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ ทั้งภาครัฐและอาสาสมัครภาคประชาชนที่ต้องเข้าพื้นที่ต้องฟังคำสั่งการหรือคำขอความร่วมมือจากใครเป็นที่สุด
“ที่สำคัญไปกว่านั้น นอกจากรัฐบาลไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองที่มีการแจ้งเตือนไม่ชัดเจนและไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว รัฐบาลยังชี้แจงราวกับเป็นการกล่าวโทษประชาชน ปัดภาระให้พ้นตัว หรือหากจะไม่ยอมรับความผิด อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะเน้นสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ มากกว่าที่จะปัดภาระและโทษประชาชนเช่นนี้” ณัฐพงษ์ ระบุ
ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งหน้า สมรภูมิ “หาดใหญ่” น่าจับตา หลังคลี่คลายวิกฤติอุทกภัยครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์เสร็จเรียบร้อย พรรคไหนจะได้ “ปักธง” ต้องติดตาม





