วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

เลขา กกต.ยันรู้หมดใครขายเสียง แต่ไร้หลักฐานมัดแน่น ปัดทำงานช้า

เลขา กกต.ยันรู้หมดใครขายเสียง แต่ไร้หลักฐานมัดแน่น ปัดทำงานช้า

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2568 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ฯ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บรรยายพิเศษ “เตรียมความพร้อม เลือกตั้ง อบต. กับประเด็นความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ” ว่า การเมืองดีการบริหารจัดการบ้านเมืองดี ซึ่งการเมืองดีก็มาจากการเลือกตั้งที่ดี การเลือกตั้งที่ดีก็คือการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งการเมืองที่ดีนั้นสังคมไทยโหยหามานานพิจารณาได้จากรัฐธรรมนูญที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 จนมาถึงทุกวันนี้ที่เราพยายามทำให้การเมืองผ่านกระบวนการการเลือกตั้ง แต่มาถึงวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเดินไปคัดหรือถอยหลังเพราะทุกคนก็น่าจะมีคำตอบ

เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า คงจะไม่พูดความพร้อมเพราะเรามีความพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งอะไรในวันไหนแต่สิ่งที่เราพร้อมก็ต้องคำนึงถึงประชาชนและผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งด้วย อย่างกรณีที่เกิดน้ำท่วม ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจะครบวาระอีกไม่กี่วันนี้ แล้วจะมีการสมัครถ้าหากจังหวัดที่เกิดน้ำท่วมรวมทั้งภาคกลางถ้าไม่สะดวกก็อาจจะต้องมีการขยับหรือเปลี่ยนแปลงในบางเรื่อง แต่การเลือกตั้งก็ยังมีอยู่

นายแสวง กล่าวว่า ส่วนนโยบายประชานิยมของพรรคการเมือง ที่ประชาชนบอกว่ากกต. ไม่ทำอะไรเลยเพราะกฎหมายให้ทำได้คือให้พรรคการเมืองเสนอนโยบายที่จะใช้หาเสียง พรรคต้องไปประชุมในสาขาหรือให้ความเห็นก่อนแล้วค่อยออกมาเป็นนโยบายหาเสียง และนโยบายที่ใช้หาเสียงต้องระบุว่านำเงินมาจากไหนและมีประโยชน์อะไรกับประเทศชาติ มีความเสี่ยงอย่างไรต้องให้ประชาชนได้ศึกษาและลงคะแนน

โดย กกต. ไม่มีอำนาจที่จะไปบอกว่านโยบายนี้ดีหรือไม่ดี เพราะนโยบายบางนโยบาย มีการหาเสียงกว่า 500 นโยบายที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอมาซึ่งเข้าข่ายเป็นประชานิยม เป็นเงินหลาย 100,000 ล้านบาท เราก็ไม่มีศักยภาพที่จะวิเคราะห์ว่า นโยบายไหนดีหรือไม่ดี เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต้องให้ข้อมูลกับประชาชนเข้าใจและให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

นี่เป็นองค์ประกอบที่จะทำให้การเลือกตั้งออกมาคือมีทั้งผู้สมัครพรรคการเมือง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และกรรมการ สิ่งที่จะทำให้ลูกจ้างคือการให้ประชาชนมีส่วนร่วม อย่างการให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากที่สุดคือการออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นความชอบธรรม

ส่วนจะทำให้การเลือกตั้งเป็นความสุจริตและเที่ยงธรรมได้อย่างไรนั้น ตนมองว่าไม่ว่าจะการเลือกตั้งแบบไหนเราออกแบบหน่วยเลือกตั้งเพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมอยู่ในหลักการคือหลักการของสิทธิในการเลือกตั้งตามปฎิญาสากล และกฎหมาย รวมถึงหลักการมีส่วนร่วมเพราะเราออกแบบวันเลือกตั้งการมีส่วนร่วมคือให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมาเป็นกรรมการประจำหน่วย เป็นคนของประชาชนที่เป็นอาสาสมัคร

รวมถึงการพยายามรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้เสียงลงคะแนนให้มากที่สุดซึ่งเป็นปัญหาของระบบในประเทศไทย เพราะการเลือกตั้งครั้งที่สูงสุดมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์กว่า 76% แต่ตอนนี้ปัญหาของระบบคือเป็นกันทั่วโลกและต้องเป็นทฤษฎีศึกษาว่าเกิดอะไรขึ้นที่ประชาชนไม่ออกใช้สิทธิ์เลือกตั้ง คงจะเป็นมุ่งหมายที่ต้องได้ข้อสรุปและนำมาแก้ไขว่าเราจะทำให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพราะเป็นระบบที่ประชาชนสามารถเลือกตัวแทนได้อย่างโดยตรง

เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงเรื่องปัจจัยที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรก คือความสุจริตที่อาจเกิดขึ้นในหน่วยเลือกตั้ง กับอย่างที่สองคือ นอกหน่วยเลือกตั้ง ในหน่วยเลือกตั้งนั้นเราได้ออกแบบเรื่องความโปร่งใส ทั้งการแสดงตน การรับบัตร การหย่อนบัตรลงไปในหีบ การนับคะแนนขานคะแนน มีผู้สงสัยว่าเราสามารถจะเปลี่ยนคะแนนได้หรือไม่ และคะแนนที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไปกาเบอร์หนึ่งจะออกมาเป็นเบอร์หนึ่งหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้คือ สามารถถ่ายรูปหรือวิดีโอได้หน้าหน่วยเลือกตั้ง

ส่วนต่อมาคือความโปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้ในเชิงระบบเหมือนการลงคะแนนคือนับคะแนนศึกที่หน่วยเลือกตั้งหลังจากที่นับคะแนนเสร็จ มีข้อมูลแสดงชัดเจนว่าหน่วยนั้นมีบัตรเท่าไหร่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเท่าไหร่และมีประชาชนมาทั้งหมดเท่าไหร่

นายแสวง กล่าวว่า สำหรับปัญหาใหญ่ที่เป็นคำถามทุกการเลือกตั้งคือมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมี กกต. ไม่รู้อยู่หน่วยเดียว เป็นทุกการเลือกตั้ง แสดงว่ายังมีการทำลักษณะนี้อยู่ หากถามว่าเราทราบหรือไม่จริง ๆ นั้น มีระบบคือมีศูนย์ข่าวมีชุดตรวจเคลื่อนที่เร็ว และความเคลื่อนไหวของผู้สมัคร รู้พรรคการเมืองนั้น เรามีบัญชีหัวคะแนนหมด แต่สิ่งที่ยากคือการหาพยานหลักฐานที่จะนำมาใช้ในการวินิจฉัยเพื่อจะว่าใครกำลังทำผิดกฎหมาย อันนี้จะมีลักษณะมีความซับซ้อน

ถ้ามองภายในแง่ดีคือหากผู้สมัครไม่ทำเสียเองหรือประชาชนไม่รับซื้อเองมันก็จะไม่เกิดขึ้น ตนก็แปลกใจว่าผู้สมัครจะเห็นกฎหมายก็อ่านให้เข้าใจ ถ้ายังทำอยู่ก็ถือว่าผิดกฎหมายและถ้าทำอย่างนี้จะไปรับผิดชอบบ้านเมืองได้อย่างไร ถ้าเริ่มต้นการกระทำผิดแต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเป็นหน้าที่ กกต. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น

นายแสวง กล่าวอีกว่า ส่วนความเที่ยงธรรมคือการใช้กฎหมายให้เที่ยงตรงตามเนื้อหา เราต้องตีความให้ชัดเจนเพราะคนที่ได้รับผลกระทบคือผู้สมัครพรรคการเมืองหรือประชาชน ต่อมาคือเมื่อบังคับผิดกฎหมายก็ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เสมอภาคกันบางเรื่องกฎหมายไม่ได้เป็นความผิดแต่ว่าจะหักความรู้สึกของประชาชน

ยกตัวอย่างกรณีคดีที่ประชาชนสนใจ คือ คดียุคพรรคการเมืองซึ่งมีอยู่ใน กกต. ประมาณ 50-60 คดี ในความรู้สึกของประชาชนถ้าคนของพรรคการเมืองทำจะเป็นสมาชิกหรืออย่างไรก็จะมีคนมาร้องทันทีให้ยุบพรรคและความรู้สึกคนก็จะติดตามไปว่าเป็นเข้าข่าย แต่ถ้ามาดูตามกฏหมายการยุบพรรคได้ ก็ต้องเป็นพรรคทำผิด ไม่ใช่สมาชิกไปทำแล้วผิดก็ทำในนามส่วนตัวต้องต้องดูว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดอะไรบางอย่างอาจจะผิดกฎหมายอื่นแต่ไม่ใช่เหตุยุบพรรคตามกฏหมายพรรคการเมือง

เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงกรณีที่หลายคนสอบถามมาที่จะใช้เทคโนโลยีในการเลือกตั้งเพราะในการเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะใช้เทคโนโลยีเพื่อบอกว่าหน่วยเลือกตั้งอยู่ที่ไหนและมีคนเลือกตั้งเท่าไหร่ เพื่อให้ประชาชนเตรียมการในการเลือกตั้งได้และเสียเวลาน้อยที่สุด ส่วนการนำเทคโนโลยีมาใช้คือเครื่องลงคะแนนที่จะทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม

อย่างการใช้โทรศัพท์โหวต และจะไม่มีบัตรของ กกต. ก็มีอยู่แล้วไม่ใช่เราไม่มี ไม่ได้ติดขัดเรื่องงบประมาณ ถ้าเราเอาเทคโนโลยีมาใช้ เพราะการนำเทคโนโลยีมาเพื่ออำนวยความสะดวก ช่วงปัญหาไม่ได้อยู่ที่การบริหารจัดการ แต่อยู่ที่การเชื่อใจในระบบเทคโนโลยี ที่จะเลือกตั้งไปว่าสามารถทำได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ เป็นเรื่องที่ประชาชนจะต้องท้าทายว่า จะนำระบบนี้มาใช้ในการเลือกตั้งหรือไม่ แต่ในการเลือกตั้งครั้งหน้านั้นยังไม่ได้ใช้อย่างแน่นอน เพราะในรัฐธรรมนูญระบุว่า ต้องใช้การเลือกตั้งแบบกระดาษ ดังนั้นต้องไปแก้ในกฎหมาย

นายแสวง กล่าวด้วยว่า บางครั้งเราไม่ใช่ว่าไม่พัฒนาเหมือนกับโลกมันไปไกลแล้ว และกกต. ไม่คิดทำอย่างไรเพราะเราก็พยายามนำเทคโนโลยีเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกและการบริหารจัดการในการที่จะให้คนมาลงคะแนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสิ่งที่คนมาลงคะแนนได้เยอะคือความชอบธรรมของระบบประชาธิปไตย ซึ่งมีมีปัญหาอยู่ทั่วโลก

"มันคือความท้าทายอย่างหนึ่งของตัวระบบและคนก็อยู่ในระบบเองว่าจะทำอย่างไรให้มีความชอบธรรม เพราะเรากำลังจะเลือกผู้บริหารเข้าไปทำหน้าที่แทนเรา เขาควรจะได้รับความชอบธรรมด้วย อยากให้มั่นใจว่าความสุจริตที่เที่ยงธรรม ที่จะเกิดในการเลือกตั้ง ผมกล้ารับประกันว่า มีความสุจริตและเที่ยงธรรมและโปร่งใสในหน่วยเลือกตั้ง เราออกแบบการตรวจสอบไว้ทุกขั้นตอน” นายแสวง กล่าว