วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ถอดรหัสอีเวนต์ ‘ฝันให้ไกล’ 2 ขาปั่นแต้มนิยม ‘เพื่อไทย’

ถอดรหัสอีเวนต์ ‘ฝันให้ไกล’ 2 ขาปั่นแต้มนิยม ‘เพื่อไทย’

“ร่วมฝันไกลไปด้วยกัน” คือ แคมเปญที่ พรรคเพื่อไทย โหมโรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ภายใต้บริบททางการเมืองที่เข้มข้น การคิดแคมเปญดังกล่าว แม้จะถูกมองจาก สส.และ อดีต สส.บางส่วนในพรรคเพื่อไทย ทำนองว่าคิดชื่อได้จับใจความเข้าใจยาก เพราะชาวบ้านอาจจับต้องไม่ได้ แต่แนวคิดดังกล่าวเป็นอีกสเต็ปหนึ่ง ในการปลุกฐานเสียงของพรรคค่ายแดง ซึ่งเคยใช้ในช่วงปี 2565-2566 ก่อนที่ “แพทองธาร ชินวัตร” จะรับบทบาท แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย และก้าวขึ้นสู่จุดสุงเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 31

“เมื่อเราฝันไปด้วยกัน ความฝันนั้นจะยิ่งไปได้ไกลและพาเราขยับเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นในทุกๆ ก้าว เตรียมพบก้าวสำคัญครั้งใหม่ของ #ครอบครัวเพื่อไทย ที่คุณ…คือส่วนหนึ่งของพลัง ที่ร่วมกำหนดเส้นทางนี้ร่วมกัน“ เฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย ระบุ

ถอดรหัสอีเวนต์ ‘ฝันให้ไกล’ 2 ขาปั่นแต้มนิยม ‘เพื่อไทย’

ถอดรหัส ไขความกระจ่างกับธีม “ฝันไกลไปด้วยกัน” นั้น ถือเป็นอีเวนต์สำคัญที่ “นายน้อย” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นผู้ผลักดันอยู่เบื้องหลัง เพื่อสร้างกระแสอีกขาในเชิงปั้นผลงานให้กับพรรค ให้กลับมาฟื้นแต้มนิยมทางการเมืองหลังพรรคเผชิญมรสุมขาลงในช่วงปลายรัฐบาลแพทองธาร

ขณะที่ อีกขาหนึ่งของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” จะเน้นมิติการเมืองและงานนิติบัญัตติเป็นหลัก ซึ่งหัวหน้าหนิม จะมีความเชี่ยวชาญงานด้านนี้เป็นจุดแข็ง

โดยล่าสุดพรรคเพื่อไทย วางกำหนดการไว้จัดงานสำคัญดังกล่าวในวันอังคารที่ 2 ธ.ค. 2568 ภายในงานจะเป็นการดึงศักยภาพกลุ่มชาติพันธุ์ LGBTQ รวมทั้งกลุ่มสุราพื้นบ้าน ซึ่งเคยต่อยอดไว้เมื่อครั้งเป็นรัฐบาลมาผลักดันต่อในระหว่างที่กำลังชูแคมเปญ “ยกเครื่องพรรคเพื่อไทย” เพื่อรอการเลือกตั้งใหญ่ในต้นปี 2569

รวมทั้งก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทย ยังวางไทม์ไลน์งานกิจกรรมทางการเมืองในภารกิจครอบครัวเพื่อไทย โดยเบื้องต้นจะมีกิจกรรมที่ห้างอิมพีเรียล สำโรง วันที่ 12 ธ.ค. นี้

แต่ปฏิทินอาจขยับออกไปก่อน โดยกิจกรรมขานี้ จะเน้นยุทธศาสตร์ฟื้นเอฟซีมวลชนคนเสื้อแดง เป็นหลัก การใช้ห้างอิมพีเรียล สำโรง ทาง แพทองธาร เคยนำมาปลุกกระแสก่อนเลือกตั้งใหญ่ในปี 2566 เพื่อรั้งแฟนคลับคนเสื้อแดงไม่ให้ตีจาก

ถอดรหัสอีเวนต์ ‘ฝันให้ไกล’ 2 ขาปั่นแต้มนิยม ‘เพื่อไทย’

ขณะที่ขาครอบครัวเพื่อไทยอีกขา คือ วันที่ 2 ธ.ค. จะเน้นมิติด้านเศรษฐกิจ และสังคม เชื่อมโยงกับแนวคิดต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ ผ่าน OTOP และ ODOS ซึ่งถือเป็นงานถนัดของ “นายกฯ อิ๊งค์”โดยตรง

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา เรตติ้งของพรรคเพื่อไทย ยังคงมีปัญหาอยู่ในบางภูมิภาค คะแนนยังไม่กระเตื้องขึ้นเท่าใดนัก โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออก ที่เจาะไม่เข้าเป้าในแต้มกระแสพรรคการเมือง ยังเป็นรองพรรคประชาชนในภาคอีสานและภาคเหนือ

เห็นได้ชัดจาก “นิด้าโพล” สะท้อนความนิยม พรรคการเมืองที่คนอีสานจะสนับสนุนในวันนี้ สำรวจเมื่อ 27-30 ต.ค. 2568 พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 26.05 พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 24.65 ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 3 ร้อยละ 16.85 พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 15.75 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย

ส่วนภาคเหนือ สำรวจความนิยมของพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 30 ต.ค. - 4 พ.ย. 2568 พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 28.40 ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 28.10 พรรคประชาชน อันดับ 3 ร้อยละ 16.60 พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 10.40 พรรคภูมิใจไทย

ยุทธศาสตร์ฟื้นภารกิจครอบครัวเพื่อไทย ของ “แพทองธาร” จึงจำเป็นต้องปั่นเรตติ้ง ปั้นผลงานอีกขาให้สอดคล้องกับภารกิจของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยประคองและขับเคลื่อนไปด้วยกัน เพื่อสื่อสารให้มวลชนและฐานเสียงรับรู้ว่า แบรนด์พรรคเพื่อไทย ยังเป็นชินวัตร และต่อยอดผลงานในอดีตให้นำไปใช้ต่ออีกครั้งในรัฐบาลหน้าหากพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล

ถอดรหัสอีเวนต์ ‘ฝันให้ไกล’ 2 ขาปั่นแต้มนิยม ‘เพื่อไทย’

งานมวลชนทางการเมืองจึงต้องใช้ภารกิจครอบครัวเพื่อไทยคอยปลุกกระแส โดยมี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย รับบทบาทเดิม อย่างไรก็ตาม คงต้องจับตาภารกิจนี้ของสุภาพบุรุษไพร่ ว่าจะสามารถชักชวนอดีตคนเสื้อแดงที่ปันใจไปอยู่ค่ายสีส้มให้กลับมาเป็นโหวตเตอร์เพื่อไทยได้เพียงใด ในบริบทที่พรรคสีส้มไม่ปังเหมือนเช่นปี2566

เพราะการแย่งแต้มนิยมพรรคการเมืองจำเป็นที่ต้องดึงฐานเสียงแย่งส่วนแบ่งทางการเมืองกับพรรคประชาชนโดยตรงในสมรภูมิเลือกตั้งปี 2569

ถอดรหัสอีเวนต์ ‘ฝันให้ไกล’ 2 ขาปั่นแต้มนิยม ‘เพื่อไทย’

หากยังพลิกฟื้นจากโอกาสตรงนี้ไม่ได้ ย่อมมีผลต่อภารกิจ 200 สส.ของค่ายแดง เป้าหมายเป็นแชมป์เลือกตั้งเหมือนเช่นพรรคไทยรักไทยเรืองอำนาจและพรรคเพื่อไทยในอดีต คงเป็นเพียงความฝันที่ไกลห่างออกไปอีก

แคมเปญ อีเวนต์ “ร่วมฝันไกลไปด้วยกัน” จึงไม่ใช่ธีมที่คีย์แมน นักคิดของพรรคเพื่อไทย มองภายใต้บริบทสั้นๆทางการเมือง แต่พยายามมองเป้าใหญ่วางให้ไกลไปถึงขั้นให้พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมืองที่ไม่ใช่แค่พรรคคนชินวัตร