วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

จุดอ่อน-แข็ง 3 แคนดิเดตปชน. ‘วีระยุทธ’ หนึ่งเดียวไร้แผลนำพรรค

จุดอ่อน-แข็ง 3 แคนดิเดตปชน. ‘วีระยุทธ’ หนึ่งเดียวไร้แผลนำพรรค

การเมือง 3 ก๊ก ณ เวลานี้กำลังร้อนแรง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะมีการ “ยุบสภาฯ” เลือกตั้งใหม่ โดยสมการการเมืองปัจจุบันเหลือเพียง 2 พรรคที่มีโอกาสแย่งที่นั่งอันดับ 1 ในสภาฯหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า นั่นคือ “ก๊กน้ำเงิน” ที่กำลังติดลมบน มี สส.ระดับบ้านใหญ่ เข้ามาสวามิภักดิ์จำนวนมาก

ส่วน “ก๊กส้ม” เพิ่งจัดงาน “รีชาร์จประชาชน” เปิดแคมเปญสู้เลือกตั้ง และเปิดนโยบายต่าง ๆ นำโดยผู้นำทางจิตวิญญาณอย่าง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” 

นอกจากนี้ยังเปิดตัว 3 แคนดิเดตบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค ได้แก่ ลำดับแรก“เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) คนปัจจุบัน ลำดับสอง “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย โต้โผหลักผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจ และลำดับสุดท้าย “ต้น” วีระยุทธ กาจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์ ต้นหนเรือที่วางยุทธศาสตร์-นโยบายของพรรคมาตั้งแต่แรกเริ่ม

ประวัติส่วนตัว-ผลงานของ 3 แคนดิเดตดังกล่าว ได้แก่ ลำดับที่ 1.ณัฐพงษ์ อายุ 38 ปี หัวหน้าพรรคประชาชน ก่อนทำงานการเมือง ณัฐพงษ์เคยเป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัทเอกชนที่ให้บริการด้านโซลูชันคลาวด์ งานการเมืองในการเลือกตั้งปี 2562 ณัฐพงษ์ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กทม. เขต 28 (เขตบางแค) ในนามพรรคอนาคตใหม่ 

ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2566 ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคก้าวไกล เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลในเดือนสิงหาคม 2567 ณัฐพงษ์ได้รับเลือกจากที่ประชุมวิสามัญของพรรคประชาชน ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาชน และปัจจุบันเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ตลอดการทำงานการเมือง ณัฐพงษ์ได้ผลักดันวาระการปฏิรูประบบงบประมาณ การกำหนดนโยบายโดยใช้ข้อมูล (Data-driven) นำนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้ในภาครัฐ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและระบบธรรมาภิบาล โดยขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องผ่านบทบาทต่างๆ นอกจากนี้เขายังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม ‘ก้าว Geek’ มีส่วนสำคัญในการผลักดันหลักการ Open Data, Open Government 

รวมทั้งการ Digitize งบประมาณแผ่นดินให้เป็นรูปแบบของ Machine-readable ทำให้กระบวนการตรวจสอบและจัดทำงบประมาณแผ่นดินนั้นสะดวกมากยิ่งขึ้นทั้งต่อหน่วยงานรัฐและประชาชนทั่วไป

ลำดับที่ 2. ศิริกัญญา อายุ 44 ปี รองหัวหน้าพรรคประชาชน นักนโยบายและนักเศรษฐศาสตร์ที่จะปฏิรูประบบราชการและงบประมาณให้เป็นไปได้จริง ก่อนทำงานการเมือง เคยเป็นที่ปรึกษาอาวุโส บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินและยุทธศาสตร์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย สถาบันอนาคตไทยศึกษา นักวิจัย สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) หลังจากนั้น ศิริกัญญา เข้าสู่งานการเมืองในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย อดีตพรรคอนาคตใหม่ 

ก่อนได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งปี 2562 ต่อมาเมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ศิริกัญญาได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคในการเลือกตั้งปี 2566 ภายหลังพรรคก้าวไกลถูกยุบ ศิริกัญญาได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาชน

ศิริกัญญามีบทบาทนำในการตรวจสอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาล ตั้งแต่ปี 2562 ได้ทำหน้าที่ในกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ เป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจของสภาผู้แทนราษฎร วิเคราะห์และเสนอแนะแนวนโยบายทางการคลังต่อสาธารณะ ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวอย่างกว้างขวางในการร่วมตรวจสอบการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการเมืองไทย

โดยข้อเสนอสำคัญคือการปฏิรูประบบราชการ และระบบงบประมาณแผ่นดินให้ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลง ผลักดันให้รัฐบาลมีการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-based budgeting) ที่ไม่ได้จัดทำงบโดยอ้างอิงจากการจัดงบในอดีตเป็นหลักแล้วปรับเพิ่มงบเข้าไปในแต่ละปี แต่อ้างอิงจากความเร่งด่วนและขนาดของปัญหาที่ประเทศเผชิญในแต่ละปีเป็นหลัก

ลำดับที่ 3.วีระยุทธ รองหัวหน้าพรรคประชาชน นักยุทธศาสตร์การพัฒนาที่จะวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยในเวทีโลก ปัจจุบันอายุ 46 ปี อยู่ในทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคประชาชน เขาเคยทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น หลังเรียนจบปริญญาเอกด้วยทุนการศึกษาจาก Cambridge Trust นายวีระยุทธทำงานเป็นอาจารย์ที่ National Graduate Institute for Policy Studies หรือ GRIPS มหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านนโยบายสาธารณะ แห่งกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 11 ปี จนได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์

สอนและทำวิจัยด้านนโยบายอุตสาหกรรม กับดักรายได้ปานกลาง ซัพพลายเชนการผลิตข้ามชาติ มีประสบการณ์ทำงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น Overseas Development Institute (ODI) แห่งกรุงลอนดอน รวมถึง IMF, UNCTAD, United Nations ESCAP เขียนหนังสือภาษาไทยเรื่อง “เศรษฐกิจสามสี: เศรษฐกิจแห่งอนาคต”

วีระยุทธทำงานในฐานะที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจให้กับพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล เคยเปิดตัวเป็น 1 ใน 7 สมาชิกทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 ต่อมาหลังเลือกตั้ง วีระยุทธดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และทำงานในคณะกรรมาธิการหลายชุด

แม้ว่า “จุดแข็ง” ของ 3 แคนดิเดตนายกฯของ ปชน.ดังกล่าว เช่น “เท้ง” เด่นเรื่องนวัตกรรม รู้เท่าทันเทคโนโลยี “ไหม” มีความรอบรู้ด้านเศรษฐกิจ นโยบายการเงินการคลังของประเทศ ขณะที่ “ต้น” มีความสามารถด้านเกี่ยวกับนโยบายทางเศรษฐกิจ และเป็นผู้วางยุทธศาสตร์นโยบายของพรรคมาตั้งแต่ต้น แถมเป็นระดับ “วงใน” คนสนิทของ “ธนาธร” ก็ตาม

แต่ “จุดอ่อน” ประการสำคัญของ 3 แคนดิเดตนายกฯ ปชน.คือ “เท้ง” แม้จะมีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยี เรียกได้ว่ามีความ “เนิร์ด” ทางไอทีอย่างมาก และมี “ฐานทุน” จากธุรกิจส่วนตัวหนุนหลังพอสมควร แต่ข้อเสียคือ บุคลิกยังไม่ถึงขั้นเป็น “ผู้นำ” ยังสู้ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ที่มี “คาแรคเตอร์เฉพาะตัว” ไม่ได้ ดังนั้นในด้านภาพลักษณ์จึงกลายเป็นจุดอ่อนของเขาไปโดยปริยาย

ส่วน “ไหม ศิริกัญญา” แม้จะมีความสามารถค่อนข้างโดดเด่น และเคยถูก “โปรโมท” ในพรรคช่วงแรก ทว่าภายหลังเปลี่ยนมาเป็นยานพาหนะคันที่ 3 อย่าง “ปชน.” ชื่อของ “ไหม” แทบไม่ค่อยมีบทบาทมากนักในหน้าสื่อ ขณะเดียวกันภาพลักษณ์ด้านความเป็นผู้นำก็ยังสู้ “ธนาธร-พิธา” ไม่ได้เช่นเดียวกัน แถมไม่ได้เป็น “สายตรง” ของวงใน “กลุ่มเพื่อนเอก” อีกด้วย นั่นจึงทำให้เธอพลาดการเป็นหัวหน้าพรรคให้ “เท้ง” ไปก่อนหน้านี้

ขณะที่ “ต้น วีระยุทธ” ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้รับการโปรโมทผ่านหน้าสื่อมากนัก มักเน้นทำงานอยู่ “หลังม่าน” มากกว่าเช่นเดียวกับ “ศรายุทธิ์ ใจหลัก” 1 ใน 3 “กลุ่มเพื่อนเอก” ดังนั้นแม้ว่าเขาจะเป็นมือทำยุทธศาสตร์หลักของพรรค เปรียบได้กับ “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช แห่งค่ายเพื่อไทย ทว่าคนทั่วไปไม่ค่อยรับรู้ผลงาน ดังนั้นการจะดันเขาขึ้นมามีบทบาทนำ “หน้าฉาก” อาจต้องใช้เวลาปลุกปั้นอีกพอสมควร

ที่น่าสนใจ 2 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯของพรรค ปชน.มีชนักปักหลังเป็นคดีสำคัญในชั้นการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั่นคือคดี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ร่วมกันยื่นเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ โดย “เท้ง-ไหม” ตกเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา และเป็น 2 ใน 25 สส.ปชน.ปัจจุบันที่มีคดีดังกล่าว

ดังนั้นหากถึงจุด “ทีเด็ดทีขาด” แคนดิเดตนายกฯของ ปชน.อาจเหลือเพียงชื่อของ “ต้น วีระยุทธ” แค่คนเดียวก็เป็นไปได้ ซึ่ง ปชน.มีการประเมิน “ฉากทัศน์” ดังกล่าวไว้เช่นกัน จึงดันแคนดิเดตนายกฯให้มี 3 คน แตกต่างจากตอน “อนาคตใหม่-ก้าวไกล” ที่มีแคนดิเดตนายกฯแค่คนเดียว

หลังจากนี้ต้องรอจับตาดูบทบาทของ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” ให้ดี เพราะมีแนวโน้มสูงที่เขาจะก้าวขึ้นมานำพรรค หลังวิกฤติคดี 44 สส.ส้มสิ้นสุดลง เขาจะกอบกู้พรรคส้มขึ้นมาใหม่ โดยร่วมมือกับแกนนำพรรคที่เหลือ และยังไม่มีคดีติดตัว เช่น “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ กับกลุ่มเพื่อน สส.ที่เหลือได้หรือไม่ ต้องรอวัดฝีมือ