ศาลอาญา พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวกลุ่มจำเลยคดี ตึกสตง.ถล่ม 6 คน ตีราคาประกัน 1.5 ล้านบาท ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ติดกำไลอีเอ็ม
เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2568 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว นายพิมล เจริญยิ่ง จำเลยที่ 3, นายธีระ วรรธนะทรัพย์ จำเลยที่ 5, นายสุพล อัครอารีสุข จำเลยที่ 6, นายชัยณรงค์ เสียงไพรพันธ์ จำเลยที่ 7, นายอภิชาติ รักษา จำเลยที่ 8 นายวิศาล จุลพัลลภ จำเลยที่ 23
โดยจำเลย 6 ราย ที่ยื่นปล่อยตัว เป็นกลุ่มบริษัท ไมนฮาร์ท เเละบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกลุ่มวิศวกรผู้ออกเเบบอาคาร ยังไม่มีนายเปรมชัย
โดยศาลเปิดบัลลังก์ไต่สวนจำเลย 6 ปาก วันนี้รวมถึงเรียกอัยการโจทก์ โดย น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรืออัยการดาว เเละคณะเข้าคัดค้านการไต่สวน
เมื่อเริ่มไต่สวนอัยการโจทก์ยื่นคัดค้านการปล่อยชั่วคราวและ ยื่นคำร้องต่อศาล โดยให้เหตุว่า เนื่องจากยังไม่ปรากฎหลักฐานการเยียวยาค่าเสียหาย เเก่รัฐเเละประชาชน เเละเป็นคดีสะเทือนขวัญ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งกลุ่มจำเลยที่ขอปล่อยตัว เป็นกลุ่มวิศวกรทั้งหมด เป็นบุคคลในวงการวิศวรกร ซึ่งรู้จักพยานสำคัญในคดี อาจไปยุ่งเหยิงกับพยานบุคคลที่เป็นพยานสำคัญได้
โจทก์ขอให้สืบพยานบุคคลดังกล่าวก่อนเพื่อให้เกิดความยุติธรรม เเละมองว่ายังไม่มีเหตุพฤติการณ์เปลี่ยนเเปลงการควบคุมตัว ขอให้ยกคำร้อง
ศาลพิเคราะห์ตามทางไต่สวนประกอบกับรายงานประเมินความเสี่ยงของศาลอาญาซึ่งระบุ ว่าความเสี่ยงจะหลบหนีหรือก่ออันตรายประการอื่นอยู่ในระดับความเสี่ยงต่ำ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าคดีนี้ มีการกระทำความผิดรวม 67 กรรม จำเลยที่ 3,5-8 และจำเลยที่ 23 ถูกฟ้องว่าร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องข้อ 2.1 เพียงกรรมเดียว จำเลยที่ 3,5-8 และจำเลยที่ 23 ประกอบอาชีพวิศวกรมีภูมิลำเนาที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี
อีกทั้ง ยังให้การปฏิเสธและถูกคุมขังโดยตลอดมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และได้ความตามทางไต่สวนว่าจำเลยที่ 3,5 -8 และจำเลยที่ 23 ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องและมาพบพนักงานสอบสวนตามมนัด พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งสำนวนให้พนักงานอัยการโจทก์มีการนัดตรวจ พยานหลักฐานมาบ้างแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3,5-8 และจำเลยที่ 23เป็นผู้มีอิทธิพลที่สามารถไป ขู่หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
ดังนั้น แม้ศาลนี้และศาลอุทธรณ์ จะเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว แต่เมื่อพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ จึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 3,5-8 และจำเลยที่ 23 ในระหว่างพิจารณา ตีราคาประกันคนละ 1.5 ล้านบาท ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล





