"พริษฐ์" ย้ำสถานะฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล ปัดเป็นฝ่ายค้ำ ช่วยไว้วางใจ "รัฐบาล" มอง ยุบสภาก่อน แก้รธน.ผ่าน ไม่เป็นผลดีกับ "อนุทิน" ในสนามเลือกตั้ง
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ระบุว่าจะยุบสภา วันที่ 12 ธ.ค. หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งกระทบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า หากนายกฯ ตัดสินใจยุบสภา เชื่อว่าไม่ส่งผลดีต่อมุมมองของประชาชนที่มีต่อนายกฯ โดยเฉพาะในสนามเลือกตั้งที่จะมาถึง ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่าเบื้องหลังของเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร แต่ขอย้ำจุดยืนเดิมว่าถ้ายุบสภา เหมือนเป็นผู้รับเหมาทิ้งงานหรือปิดกิจการเพื่อหนีการตรวจสอบ ซึ่งในช่วงใกล้เลือกตั้งแบบนี้คงไม่ส่งผลดีแน่นอน ทั้งนี้ นายอนุทินได้ประกาศแล้วว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย
เมื่อถามว่า หากยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค. โดยที่รัฐธรรมนูญยังแก้ไขไม่เสร็จ จะถือว่าพรรคภูมิใจไทยผิดข้อตกลงกับพรรคประชาชนหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่าข้อตกลงทางการเมืองที่ลงนามไว้ มี 2 ประเด็นหลักคือต้องมีการยุบสภาภายใน 31 ม.ค. 2569 และการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และหากไม่มี 2 คำถามในการทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งก็ถือว่าผิดเงื่อนไขในข้อตกลง
เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลกังวลที่จะแพ้เสียงโหวตในสภาฯ ดังนั้นพรรคประชาชนอาจต้องเลือกว่าจะเป็นฝ่ายค้ำรัฐธรรมนูญและฝ่ายค้ำรัฐบาลหรือไม่ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า เงื่อนไขและท่าทีของพรรคชัดเจนว่าการยื่นอภิปรายเป็นอย่างไร และชัดเจนในข้อตกลงทางการเมือง โดยพรรคประชาชนตั้งใจให้คนที่เป็นคู่สัญญา ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นใครก็ตามมาดำรงสถานะในรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพื่อสามารถใช้กลไกอภิปรายไม่ไว้วางใจควบคุมให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยรักษาสัญญาตามเงื่อนไขข้อตกลงทางการเมือง
"การที่เราคงสถานะเป็นฝ่ายค้าน นอกจากจะสอดคล้องกับสิ่งที่เราประกาศมาโดยตลอดว่าเราจะเป็นฝ่ายค้านไปตลอดสภาชุดนี้ อีกส่วนเพื่อให้คงสถานะอิสระในการตรวจสอบรัฐบาล โดยใช้กลไกรัฐสภาในการตรวจสอบ" โฆษกพรรคประชาชน กล่าว
ถามย้ำว่า พรรคประชาชน จะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ เพื่อให้แก้รัฐธรรมนูญไปถึงปลายทาง นายพริษฐ์ กล่าวว่า "ภารกิจของทุกพรรคการเมืองตอนนี้ ไม่ใช่แค่พรรคประชาชนอยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สิ่งที่พยายามทำคือจูงมือทุกฝ่าย เพื่อทำให้การผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จเร็วที่สุด และเราเข้าใจดีว่าเรื่องนี้จะสำเร็จต้องอาศัยทุกฝ่าย"
เมื่อถามว่ามองว่าหากพรรคเพื่อไทยชะลอยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเป็นผลดีกับทุกฝ่ายหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า "ผมคิดว่าการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยว่าจะอภิปรายหรือไม่ ยื่นใคร ยื่นเมื่อไหร่ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคเพื่อไทย ผมไม่ก้าวล่วง"





