โฆษกกมธ.แก้รธน. เผยมติเคาะเวลาทำรธน.ใหม่ภายใน 360 วัน เตรียมโหวตกำหนดกรอบพรุ่งนี้ พร้อมรับข้อห่วงใย ไม่แก้หมวด1หมวด2 ไว้พิจารณา
ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมกมธ. ว่า ที่ประชุมได้คุยรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนและกรอบการทำงานของกรรมาธิการ (กมธ.) ร่างรัฐธรรมนูญ เช่น เวลาการประชุม เบี้ยประชุม ข้อบังคับการประชุมเป็นต้น ซึ่งมีข้อสรุปที่ชัดเจนต่อกรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 360 วัน ซึ่งเป็นไปตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ ส่วนประเด็นเรื่องสูตรการคำนวณของที่มากมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ ด้วย 20 หยิบ 1 ที่มีการท้วงติงจากบางฝ่ายที่มองว่าไม่ช่วยกันเสียงข้างมากลากไปได้จริงนั้น กมธ.ไม่ได้นำมาพิจารณาหรือทบทวนแต่อย่างใด
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่าสำหรับการประชุมในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ย.) กมธ.จะพิจารณาในประเด็นสำคัญ ในร่างมาตรา 256/26 ว่าด้วยกรอบของการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่คุยกันมานานแล้ว ดังนั้นคงถึงเวลาที่ต้องใช้มติของกมธ.ตัดสิน และไม่มีเหตุอะไรที่ต้องดึงเวลาอีก
เมื่อถามว่ามีนักวิชาการเสนอว่าควรเขียนกรอบว่าไม่แก้หมวด 1 บททั่วไป และหมวด2 พระมหากษัตริย์ เพราะหากไม่เขียนชัดเจนอาจทำให้เป็นปัญหาได้ โฆษกกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เป็นประเด็นที่รับทราบแล้ว ดังนั้นกมธ.ต้องคุยกัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบแนวโน้มว่าหากจะโหวตจะมีข้อสรุปในทิศทางใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับร่างมาตรา 256/26 ที่กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภาจะหารือในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ย.) นั้น ตามเนื้อหาที่เสนอโดยพรรคประชาชน กำหนดเป็นเนื้อหาสำคัญที่ต้องเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีทั้งสิ้น 9 ข้อ ได้แก่
1.รับรองความเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวกันจะแบ่งแยกมิได้
2.ให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
3.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสวัสดิการขั้นพื้นนฐานของประชาชน
4.การออกแบบสถาบันการเมือง ให้มีที่มาที่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนตรวจสอบถ่วงดุลได้ และมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
5.วางกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ การใช้อำนาจโดยมิชอบ และผลประโยชน์ทับซ้อน
6.จำกัดขอบเขตการใช้อำนาจรัฐ ควบคุมไม่ให้องค์กรของรัฐใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ หรือขัดขวางเจตนารมณ์ของประชาชน
7.สร้างเสริมความเข้มแข็งของหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาล รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค
8.การบริหารราชการแผ่นดินและขับเคลื่อนนโยบายรัฐที่ยืดหยุ่น คล่องตัว และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงและความต้องการของประชาชน
และ 9.วางหลักเกณฑ์ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญญได้ตามฉันทามติของประชาชนหรือผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
ขณะที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของพรรคภูมิใจ ในประเด็นเดียวกันนั้น กำหนดไว้ในสาระสำคัญ ซึ่งห้ามทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ รวมถึงเปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติม หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากกมธ. สามารถผ่านการอภิปรายและนำไปสู่การลงมติได้ กมธ.ซีกของพรรคภูมิใจไทย 4 คน กมธ.สว. 10 คน และ กมธ.ซีกรัฐบาล 7 คน รวมประมาณ 21 เสียงจะลงมติสนับสนุนให้บัญญัติข้อความที่มีเนื้อหาห้ามแตะหมวด1 และหมวด 2 ส่วน กมธ.จากพรรคประชาชนจะสนับสนุนเนื้อหาของตนเอง ขณะที่กมธ.ที่เหลือ เช่น จากพรรคเพื่อไทยจะใช้วิธีงดออกเสียง





