“อนุทิน” โยน ก.ท่องเที่ยว-กกท. แจง เหตุใด สัญญาMotoGp แพง เฉียด4,000ล้าน ยันไม่เกี่ยว “เนวิน” สนามแข่งขาดทุนทุกปี
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณต่อสัญญาการแข่งขันรถจักยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ MotoGP ที่บุรีรัมย์ ออกไปอีก5ปี วงเงินเกือบ 4,000 ล้านบาท ว่า เรื่องดังกล่าวอนุมัตินานไปแล้วผ่านไปกว่า 2 สัปดาห์
เมื่อถามว่า การใช้เงินภาษีประชาชนดำเนินการเรื่องโมโตเหตุใดค่าลิขสิทธิถึงแพงกว่าเดิม นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องไปถามผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพราะเรื่องนี้คนที่ทำเรื่องเสนอขึ้นมาคือ กกท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คู่สัญญาคือตรงนั้น เขาพูดถึงเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ การส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้คนเข้ามาสนใจ
เมื่อถามว่า แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับนายเนวิน ชิดชอบ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยว
ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า แต่นายเนวิน เป็นเจ้าของสนามแข่งMotoGP นายอนุทิน กล่าวว่า เขาก็ต้องมีสัญญาอะไรกันแต่เท่าที่ทราบเขาก็ขาดทุนมาตลอดทุกปี
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะเดินหน้าการจัด F1 และ Tomorrowland ที่รัฐบาลที่รัฐบาลก่อนดำเนินการหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่ความเหมาะสม MotoGP ค่าลิขสิทธิ์เกือบ 4 พันล้าน ค่าลิขสิทธิ์ของF1 ราคาเท่าไหร่ไปถามF1ก่อน แล้วค่อยมาถามค่าลิขสิทธิ์ตรงนี้ อันไหนทำได้เลยก็พร้อมอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ทำไมถึงมาดำเนินการในรัฐบาลนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ดำเนินการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่าถามแบบนี้สิ พอถามแบบนี้เหมือนเป็นการมาหาเรื่องกัน แต่ไม่ใช่มาหาเรื่องผม เป็นการหาเรื่องทำให้ประชาชนเข้าใจผิด มันไม่ใช่รัฐบาลนี้แต่เริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วยซ้ำ ปีแรกผมก็ไปรับชมการแข่งขันที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในขณะนั้น ไปเป็นประธานเปิดและมีการสนับสนุนเรื่อยมา รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็สนับสนุน แล้วทำไมมาถามว่ามาดำเนินการในรัฐบาลนี้มันไม่ใช่
เมื่อถามอีกว่า เมื่อมีคนมองทั้งบวกและลบจะอธิบายอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ประโยชน์คือคนคนนั้นต้องได้ประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด แต่เท่าที่ทราบตอนนี้เขาต้องยกสนามให้เป็นไปตามข้อตกลงของ MotoGP เพราะจะไปแข่งที่ซูเปอร์ไฮเวย์ที่ไหนก็ไม่ได้ หากจังหวัดอื่นมีสนามแบบนี้ทุกคนก็ต้องเสนอในส่วนที่ดีที่สุดเข้ามา แต่ทุกปีที่ผ่านมาสมัยที่ตนกำกับกระทรวงกาคท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้รับรายงานว่าได้รับเงินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ 4 พันกว่าล้านบาทต่อปี ยังไม่รวมเรื่องการท่องเที่ยวและผลพลอยได้ในจังหวัดข้างเคียง ส่งผลประโยชน์ไปยังสุรินทร์ นครราชสีมา ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน คุ้มค่ากับการที่รัฐบาลโปรโมทกีฬาประเภทนี้





