"รมว.ยุติธรรม" สั่ง ทบทวนระเบียบส่งตัวผู้ต้องขังรักษานอกเรือนจำ -พิจารณาพักโทษ กำหนดสถานที่อื่นที่ไม่ใช่เรือนจำ ลดโอกาสเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขัง
วันที่ 18 พ.ย. มีการเผยแพร่เอกสารกระทรวงยุติธรรม เรื่อง ขอให้พิจารณาทบทวนปรับปรุงกฎ ระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ และแนวทาง การส่งตังตัวผู้ต้องขัง ไปรักษาตัวนอกเรือนจำ การพิจารณาการพักการลงโทษ และการกำหนดอาณาเขตในสถานที่อื่นที่มิใช่เรือนจำ ให้เป็นสถานที่คุมขัง ถึง ปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยเนื่อหาระบุว่า ด้วยปรากฏว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ต้องขัง ซึ่งพบว่ากระบวนการพิจารณาและการตีความระเบียบ หลักเกณฑ์อาจก่อให้เกิดความไม่ชัดเจน ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของหน่วยงาน
เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความถูกต้อง ชัดเจน รอบคอบ รัดกุม โปร่งใส และเป็นไปตามหลักนิติธรรม จึงขอให้พิจารณาทบทวนปรับปรุงกฎระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ และแนวทาง ดังนี้
1.การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ เช่น การใช้ดุลยพินิจของพยาบาลในการส่งตัวผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วย ออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำ มีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใด
2.การพิจารณาการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เช่น การใช้ดุลยพินิจของพยาบาลในการประเมินแบบประเมินคัดกรอง ควรเป็นแพทย์ผู้ทำการประเมินหรือไม่ แบบประเมินคัดกรองที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีมาตรฐานหรือไม่ ในการพิจารณากรณีไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ตามประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่องหลักเกณฑ์การคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดเข้าโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุ 70 ปีขึ้นไป ประกาศ ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2563
3.การดำเนินการคุมขังสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง ให้พิจารณาทบทวนการดำเนินการ กับระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 และอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง โดยต้องจัดทำหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข หรือแนวทางปฏิบัติต่างๆ ในการบริหารเรือนจำ และการบริหารโทษ ตามอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน เพื่อลดโอกาสการใช้ดุลพินิจที่อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขังบางราย ตามมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการประชุมครั้งที่ 78/2568 วันที่ 19 สิงหาคม 2568
4.เรื่องอื่นๆ ที่เห็นควรให้มีการปรับปรุงแก้ไข จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการแล้วรายงานผลการดำเนินการให้ทราบโดยด่วน
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม





