วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'รัฐบาล-กองทัพ' ฟาด กัมพูชา ละเมิดปฏิญญา วางระเบิดใหม่ เร่งเก็บกู้ 13 พื้นที่

'รัฐบาล-กองทัพ'  ฟาด กัมพูชา ละเมิดปฏิญญา วางระเบิดใหม่ เร่งเก็บกู้ 13 พื้นที่

”รัฐบาล-กองทัพ“ยกทีมแจง ชายแดนไทย-กัมพูชา “กห” งัดหลักฐานฟาดวางระเบิดใหม่-ละเมิดปฏิญญาสันติภาพ“ เร่งเก็บกู้13 พื้นที่ให้ประชาชนปลอดภัย

 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 พ.ย.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ 
โฆษกกระทรวงกลาโหม พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก น.ส.โชติมา เอี่ยม
สวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นายนิกรเดช พลางกูร
อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และการเจรจาการค้าไทยกับต่างประเทศ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุทหารเหยียบกับระเบิดใหม่หลังลงนามปฏิญญาสันติภาพ และมีข้อมูลหลากหลาย ทั้งจากกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ล้วนแต่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง แต่ช่วงเวลาที่นำเสนออาจทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงกรณีการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศ ซึ่งทัเงหมดขอยืนยันว่า นายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องการให้การค้าเดินหน้าเป็นไปต่อเนื่องควบคู่กับอธิปไตยของประเทศไทย

” หากกลไกทวิภาคีของไทย-กัมพูชา ดำเนินการต่อได้จะทำต่อ แต่หากดำเนินการไม่ได้จะดำเนินการต่อในระดับพหุภาคี ที่จะเป็นกลไก รวมถึงการขับเคลื่อนสแกมเมอร์ ยืนยันว่าเราจะใช้แนวทางสันติวิธี แต่และสงวนสิทธิ์ตอบโต้หากโดนยั่วยุตามความเหมาะสม“ 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ความชัดเจนเรื่องการปฏิบัติการด้านทุ่นระเบิด นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ตั้งแต่วันที่16 ก.ค.-วันที่10 พ.ย.ที่ผ่านมา รวม 7 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 20 ราย ขาขาด7 ราย ในอาณาเขตของไทย ทำให้มีข้อสงสัยว่าเรามีหน่วยปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่มาตลอด แต่ทำไมยังเกิดเหตุการณ์ได้นั้น ต้องชี้แจงว่าจากหลักฐานที่เก็บได้บ่งชี้ว่าเป็นฝ่ายกัมพูชาดำเนินการวางใหม่นั้น เนื่องจากพบตัวทุ่นเป็นระเบิดใหม่ วางบนพื้นที่ขุดใหม่ในลักษณะวางเป็นกลุ่ม มีเป้าหมายถึงชีวิต ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่กัมพูชาทำมาตลอดใน 6 พื้นที่ก่อนหน้านี้ อีกทั้งก่อนหน้านั้นไทยได้รายงานอนุสัญญาออตตาวา โดยย้ำว่าประเทศไทยไม่มีการเก็บสะสมทุ่นระเบิดสังหาร และไม่มีครอบครองเพื่อวิจัยและศึกษา และไม่มีทุ่นระเบิดPMN-2 ตั้งแต่สมัยสงครามในครอบครอง จึงเป็นหลักฐานว่าทุ้นระเบิดที่พบไม่ใช่ของไทย ดังนั้นที่พาดพิงว่าเราไปวางเอง เราได้ยืนยันไปแล้วว่าไม่ใช่ตามอนุสัญญาออตตาวา ทั้งนี้แม้จะระงับแผนปฎิญญาสันติภาพ แต่ฝ่ายมั่นคง ยังเดินหน้าในการเก็บกู้ระเบิด โดยเหลือพื้นที่ต้องการและตรวจสอบ 12.8 กิโลเมตร 15 อำเภอ 6 จังหวัด บริเวณแนวชายแดน รวม64 พื้นที่ ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ กองบัญชาการกองทัพไทย มีเป้าหมายจะเก็บให้หมด แต่ยังถูกขัดขวางจากกำลังพลกัมพูชา 16 ครั้ง ที่เข้ามาแทรกแซงและขอให้ไทยยุติการดำเนินการ นอกจากนั้นหลังเหตุปะทะ ไทยตรวจพบทุ่นระเบิดพร้อมเพิ่มที่ภูมะเขือ และปราสาทตาควาย เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคล 72B เพื่อนำไปวางต่ออีกด้วย 

“เรามีวิดีโอหลักฐาน จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่มีการถ่ายจริงไม่ใช่เอไอ ที่มาจากจากกล้องและที่เก็บกู้ได้จากโทรศัพท์มือถือของฝ่ายกัมพูชาที่เก็บได้จากเหตุปะทะในพื้นที่ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเป็นคนถ่ายไว้เอง หลักฐานทั้งหมดมีความชัดเจนว่ากัมพูชาละเมิดปฏิญญาร่วม (Join Declaration) อย่างชัดเจน และเป็นภัยคุกคามต่อการเจรจาโดยสันติวิธี พล.ร.ตสุรสันต์ กล่าว 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการต่อไปในอนาคตของฝ่ายไทย ด้านความมั่นคง ต้องระงับการ ปฏิบัติตามที่ได้ตกลงไว้ในปฏิญญาร่วม โดยระงับปฎิบัติตามแผน แต่ยังคงเดินหน้าเรื่องเก็บกู้ทุ่นระเบิดในดินแดนไทย บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 13 พื้นที่ ได้แก่ 1. กองกำลังบูรพา3 พื้นที่ บ้านหนองหญ้าแก้ว ,บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ,บ้านเนินสมบูรณ์ จ,สระแก้ว 2.กองกำลังสุรนารี 6 พื้นที่ ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ,ช่อง
อานม้า อ.น้ำยืน ,หมู่บ้านสายทอง 10 ใต้ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ , ช่องกลาง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ,ช่องเหว อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ,ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยนำร่องการเก็บกู้และกวาดล้างทุนระเบิดใน5 พื้นที่ 
และ3.กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด 4 พื้นที่ บ้านตระการ จ.ตราด,บ้านของ อ.เมือง จ.ตราด ,บ้านโขดทราย อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ,หมู่บ้านชำราก อ.เมือง จ.ตราด จาก 16 พื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่หลักที่เป็นพื้นที่เร่งด่วน ตามที่ได้เสนอในการประชุมจีบีซี วาระพิเศษเมื่อวันที่ 23 ต.คที่ผ่านมา และจะเดินหน้าต่อไปโดยไม่สนฝ่ายกัมพูชา เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับการดำรงชีวิตของประชาชนคนไทยในพื้นที่ ขณะที่การปล่อย18 เชลยศึกรู้จะดำเนินการเมื่อเห็นว่ากัมพูชาสิ้นสุดความเป็นปรปักษ์และความจริงใจ ทั้งกองทัพไทยยืนยันว่าจะปกป้องอธิปไตยไทย