เลขาธิการพระปกเกล้า เปิดตัว “พล.ท.บุญสิน” นั่งผอ.หลักสูตร 4ส พร้อมมองทางสร้างสังคมสันติสุข ต้องเน้นคน-พื้นที่ แนะเจ้าหน้าที่รัฐต้องลงพื้นที่ให้มากแม้อันตราย
ที่ สถาบันพระปกเกล้า มีการจัดงานเสวนาวิชาการเรื่อง “ความเข้าใจ MOU 43-44 ไทย-กัมพูชา :จากข้อตกลงสู่การปฏิบัต” โดยมีนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า พล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาค 2 ที่ปรึกษา ผบ.ทบ. ในฐานะที่ปรึกษาพิเศษสถาบันพระปกเกล้า และ ผอ.หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข(สสสส.) พล.ท.ชาคร บุญภักดี เจ้ากรมแผนที่ทหาร และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมเสวนา
โดย นายอิสระ กล่าวว่า การยกเลิกข้อตกลงใดๆ ระหว่างรัฐ ต้องจัดทำประชามติ ซึ่งการทำประชามติแต่ละครั้ง รัฐมีค่าใช้จ่าย ราว ๆ 18,000 ล้านบาท แต่หากนำมาจัดทำรวมกัน กับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้น ย่อมประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีทุกอย่าง การประหยัดค่าใช้จ่ายนั้น อาจต้องแลกมากับความสับสนของประชาชนในคูหา ล
"ครั้งนี้นอกจากมีบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบแล้ว ต้องเพิ่มมากอีก 2 ใบ รวมเป็น 4 ใบ โดยประกอบด้วย 5 คำถาม เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับประชาชน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 40 ล้านคน ดังนั้น สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะคลังสมองของประเทศ จึงควรที่ลดความสับสน สร้างความเข้าใจสร้างข้อมูลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึก ซึ่งความรู้สึกอารมณ์รักชาติเป็นสิ่งที่ดี แต่หากไม่มีข้อเท็จจริงประกอบ อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้" นายอิสระ กล่าว
ขณะที่ พล.ท.บุญสิน กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ตนไม่ใช่นักวิชาการ แต่ทั้งชีวิตปฏิบัติงานจริง มาตั้งแต่จบเป็นร้อยตรี อยู่กับสังคม ที่ไม่สันติสุขเยอะมาก ทั้ง สังคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออยู่กับพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4ปี ตนและทีมงานออกลงพื้นที่ไปด้วยกันตลอด หยุดเพียงวันอาทิตย์ ถ้าตนไม่ลงพื้นที่ ไม่รู้ว่าประชาชนในพื้นที่คือใคร กินอยู่อย่างไร เดือดร้อนเรื่องอะไร ประเทศไทยเหมือนกัน ถ้าเจ้าที่รัฐที่รับผิดชอบนั่งโต๊ะให้น้อย งานที่ท่านรับผิดชอบสันติสุขแน่นอน
พล.ท.บุญสิน กล่าวต่อว่า ตนเน้นการปฏิบัติมาตลอดทั้งชีวิต ทุกครั้งที่มีปัญหาตอนเข้าหาปัญหาตลอดแม้ว่าปัญหานั้นจะอันตรายมาก อยู่กับปัญหาพวกนี้มาบ่อยมาก ยิ่งห่างยิ่งเจ็บ ดังนั้นการเสริมสร้างสันติสุข จึงมีอยู่ 2 อย่าง คือ คน กับพื้นที่ ดังนั้นหากจัดการเรื่องคนกับพื้นที่ได้ จะเกิดสันติสุข รวมไปถึงผู้นำดีมีวิสัยทัศน์ที่พัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่จะเกิดสันติสุข ทั้งนี้ต้องร่วมกันฟันฝ่าให้ประเทศชาติต้องได้เปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ดี





