เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2568 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในชั้น กมธ.พิจาณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม และการส่งสัญญาณถึงรัฐบาลให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ว่า มีการหารือกันมาตั้งแต่มีการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ วาระที่ 1 ว่า ในการพิจารณาทำได้โดยเร็ว และเสร็จในช่วงเดือน พ.ย. อย่างไรทางเราก็ขอให้มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ตรงนี้ทางรัฐบาลก็รับทราบ และรับรู้โดยตลอด ประเด็นจริง ๆ คือคิดว่าการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะเสร็จในวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมีหลายประเด็น คิดเห็นแตกต่าง ทำให้เราพิจารณาล่าช้ากว่ากรอบเวลาที่วางไว้ อย่างไรก็ตามคาดว่าในเชิงเนื้อหาสาระทั้งหมด ในเชิงรายมาตรา น่าจะแล้วเสร็จไม่เกินสัปดาห์หน้า ไม่เกินวันที่ 21 พ.ย.นี้ อาจมีขั้นตอนทางธุรการนิดหน่อย เช่น การเชิญผู้แปรญัตติ ไม่ว่า สส. หรือ สว.ที่ใช้สิทธิแปรญัตติไว้ 6 คน ต้องมาชี้แจง และเราต้องทำรายงานฉบับสมบูรณ์ส่งสภาฯอีกครั้ง
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ กมธ. เราก็เน้นย้ำว่า อยากให้เนื้อหาสำเร็จก่อน ขณะที่ นายภราดร ตัวแทนรัฐบาลด้วย และ กมธ.ด้วย ก็รับปากว่ากรณีมีความชัดเจนว่า ร่างการพิจารณาของเราใกล้แล้วเสร็จเมื่อไหร่ ให้แจ้งมา เขาจะได้แจ้งรัฐบาลเพื่อเปิดประชุมสมัยวิสามัญ คิดว่าตรงไปตรงมาไม่น่าจะมีประเด็นอะไรซับซ้อน ในเรื่องเปิดประชุมวิสามัญ อยู่ที่เนื้อหาแล้วเสร็จเมื่อไหร่ เมื่อเสร็จแล้วเราส่งสัญญาณไปที่รัฐบาล ก็รอดูว่าจะตอบรับอย่างไร
“ส่วนประเด็นนอกเหนือจาก กมธ. ไม่ว่าจะเป็นกรณีพรรค ปชน.ส่งสัญญาณว่า ถ้าไม่มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ จะนำไปสู่การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือพรรคอื่นส่งสัญญาณลักษณะอย่างไร คงเป็นเรื่องแต่ละพรรคการเมือง แต่เรื่อง กมธ.เราคุยทั้งหมด ไม่ว่า สส. หรือ สว.ว่า เราจะทำให้เสร็จให้รอบคอบโดยเร็วที่สุด ส่วนเสร็จแล้วเปิดวันไหนอย่างไร เป็นเรื่องแต่ละฝ่ายมาคุยทีหลัง เกินไปกว่าสิ่งที่ กมธ.กำหนดได้” นายณัฐวุฒิ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.นัดคุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะมีการหารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ทราบมาจากทั้ง 2 ฝ่าย คือนายจุลพันธ์เคยให้ข่าวว่าจะพูดคุยกัน ตนไม่ทราบว่าการคุยกันระหว่าง ปชน. และเพื่อไทย จะมีจริงหรือไม่ อย่างไร หรือหารือเรื่องใด เข้าใจว่าติดพันกันมาตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว เดิมพอมีการเปลี่ยนรัฐบาล ฝ่ายที่ไม่ใช่รัฐบาลทั้งหมด ต้องมาเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็มีการตั้งคำถามว่าอันไหนฝ่ายค้านแท้ หรือเทียม คงพูดคุยเชิงหยอกกัน แต่ท้ายที่สุดฝ่ายค้านเดิม คือพรรค ปชน.ในฐานะแกนนำ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้เปิดช่องไว้ตลอดว่า ถ้าเพื่อไทยพร้อมเมื่อไหร่ ให้ส่งรายชื่อบุคคลเข้ามา ได้ตั้งเป็นวิปฝ่ายค้านร่วมกัน เลยไม่แน่ใจว่า ประเด็นที่เห็นว่าจะมีการนัดคุยกันนั้น เป็นเรื่องใดบ้าง คาดว่าทั้งหมดเรื่องของการร่วมมือทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ขณะเดียวกันอาจมีเรื่องรัฐธรรมนูญ หรืออื่น ๆ ประกอบด้วย ไม่ทราบรายละเอียดว่าจะนัดคุยเมื่อไหร่อย่างไร
เมื่อถามว่า เชื่อว่ารัฐบาลจะกำหนดวันประชุมวิสามัญให้เราก่อน 12 ธ.ค.นี้ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าเราเชื่อหรือไม่ แต่ตัวแทนรัฐบาลเองก็ส่งสัญญาณมาโดยตลอด ไม่ว่าการอภิปรายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระที่ 1 หรือนายกฯก็พูดชัด ขณะที่เราเองในฐานะเป็นพรรคการเมืองที่เคยเสนอเรื่อง MOA มีถึง 2 ข้อด้วยกันที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และตอนทางนู้นมาตกลง MOA เขาก็ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขใน MOA ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นไม่มีเหตุอื่นใดที่จะไม่มีการเปิดประชุมวิสามัญ
นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ส่วนถ้าถามว่าทำไมต้องเปิดประชุมวิสามัญ เพราะเกี่ยวข้องกับการพิจารณาวาระ 3 และเกี่ยวกับช่วงเวลาในการที่ต้องเปิดจัดทำประชามติ เพราะกรณีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่เหมือนกฎหมายอื่น มันต้องมี 3 ขั้นตอน
1.การเปิดวาระ 2 ขั้นตอนต่อไปคือ
2.ต้องรอ 15 วัน ถึงพิจารณาวาระ 3 ได้
3.หากวาระ 3 ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว ต้องมีญัตติจากสภาฯไปอีก ขอให้รัฐบาลจัดทำประชามติ
ตามกฎหมายใหม่ต้องมีการตั้งคำถามไว้ล่วงหน้าให้ประชาชนได้ศึกษาไม่น้อยกว่า 60 วัน หากเห็นว่าจะมีการเลือกตั้งแน่ ๆ
ดังนั้นกำหนดกรอบ MOA ถ้าจะมีการยุบสภาฯปลายเดือน ม.ค. 2569 และอาจเลือกตั้ง มี.ค. 2569 ต้องทำทุกอย่างให้แล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป ไม่ติดขัดเรื่องกรอบเวลาต่าง ๆ ฉะนั้นเป็นเรื่องของ MOA ด้วย เรื่องทุกฝ่ายส่งสัญญาณร่วมกันปลดล็อกแก้ไขรัฐธรรมนูญ
“ผมต้องยอมรับว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ไม่ได้ไปต่างประเทศ รอประชุมตั้งแต่กลางเดือนนี้เป็นต้นไป แต่ด้วยความล่าช้าของ กมธ.ที่ต้องพิจารณารอบคอบ ขอเวลาอีกนิด ถ้า กมธ.ทำแล้วเสร็จอย่างไร จะเร่งส่งให้ประธานรัฐสภา เมื่อประธานฯส่งไป เชื่อว่าการเปิดประชุมวิสามัญเกิดขึ้นแน่ ๆ ต้นเดือน ธ.ค.แน่ ๆ ส่วนวันใดคงไม่อาจกำหนดได้ ยังไม่มีสัญญาณ หรือประเด็นอื่นใด ทำให้การเดินหน้าครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ เชื่อว่าทุกคนเห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 มีปัญหา ข้อจำกัดหลายประการต่อเสถียรภาพทางการเมือง และการแก้ไขปัญหาประเทศ ดังนั้นถ้าทุกคนเห็นตรงกัน นี่คือโอกาสดีสุดที่จะปลดล็อกการแก้ไข และนำไปสู่การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในอนาคต” นายณัฐวุฒิ กล่าว





