เมื่อช่วงดึก คืนวันที่ 12 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา พรรคประชาชน (ปชน.) ชี้แจงถึงกรณี สส.ปชน. ลงมติใน กมธ.พิจารณารัฐธรรมนูญ ให้มี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แทน สสร. ว่า อย่าเข้าใจผิด พรรคประชาชนไม่ได้ลงมติอะไรเกี่ยวกับกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ต่างจากร่างที่พรรคเสนอมาตั้งแต่ต้น พรรคประชาชนยืนยันว่า เรายึดตามร่างหลักที่เราเสนอมาตั้งแต่วาระ 1 ซึ่งเป็นร่างที่รัฐสภารับหลักการและมีมติให้เป็นร่างหลักในการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ
พรรคประชาชน ไม่ได้ตัด สสร. ที่มีอยู่แล้วออก แต่เราไม่เห็นด้วยกับการเพิ่ม สสร. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เข้ามาในร่าง โดยต้นปี 2568 ที่ผ่านมา พรรคประชาชนเคยเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ซึ่งเป็นหลักการที่เรายึดถือมาโดยตลอด และหลายพรรคเห็นชอบด้วย
แต่คำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง” ทำให้ทุกพรรคไม่สามารถเสนอ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนได้อีกต่อไป พรรคประชาชนจึงเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เพื่อพยายามส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้ได้มากที่สุดโดยไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลไกตามที่อธิบายไปแล้วข้างต้น คือ
(1) มีผู้ร่างเป็นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน ที่มีหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ และมาจากการเลือกตั้งทางอ้อม และ
(2) มี “ผู้รับฟังความเห็น” ซึ่งเป็นสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมมนูญ 100 คน ที่มีหน้าที่รับฟังความเห็น และมาจากการเลือกตั้งโดยตรง
12 พ.ย. 2568 มีการลงมติ 2 เรื่อง โดย กมธ. พรรคประชาชน ลงมติให้คงไว้ตามเนื้อหาในร่างของพรรคประชาชน
(1) เรื่องกลไกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ กมธ. มีมติ 21-9 เห็นด้วยกับ กมธ. พรรคประชาชน ให้คงไว้ซึ่ง “คณะกรรมาธิการยกร่าง” (35 คน) ตามร่างพรรคประชาชน
(2) เรื่อง กลไกผู้รับฟังความเห็น กมธ. มีมติ 23-8 ให้ตัดออกข้อเสนอของร่างพรรคประชาชนให้มี “สภาที่ปรึกษา” ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง (โดย 8 เสียงข้างน้อย คือ กมธ สัดส่วนพรรคประชาชน)
สิ่งที่ กมธ. พรรคประชาชน โหวตแพ้ และถูกตัดออกไปจากร่างในวันนี้ คือ สภาที่ปรึกษา ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ดังนั้น สิ่งที่ถูกตัดออกไปจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนในวันนี้ ไม่ใช่ สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. (ซึ่งตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญทำให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนไม่ได้) แต่เป็น #สภาที่ปรึกษา ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
ด้วยข้อจำกัดของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง” พรรคประชาชนได้พยายามออกแบบกลไกสภาที่ปรึกษา เพื่อหวังให้เรายังคงมีกลไกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แต่ กมธ. บางส่วนยังมีความเห็นต่าง จึงทำให้ กมธ. พรรคประชาชน จึงแพ้ไป
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องน่าเสียดาย ว่าแม้ กมธ. พรรคประชาชน เรา 8 คน พยายามลงมติยืนยันกลไกทั้งหมดตามร่างของพรรคประชาชน ที่ยึดโยงกับประชาชนแล้ว แต่เรายังไม่สามารถโน้มน้าว กมธ. จากพรรคอื่นและวุฒิสภา ให้คล้อยตามจนเป็นฉันทามติร่วมกันได้





