วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เกม ‘ส้ม’ ผสม’ แดง’ คอนโทรลร่าง รธน.สู้ ‘น้ำเงิน’ คุมซักฟอก

เกม ‘ส้ม’ ผสม’ แดง’ คอนโทรลร่าง รธน.สู้ ‘น้ำเงิน’ คุมซักฟอก

เกมแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังถูก “พรรคส้ม” คอนโทรลไว้เสร็จสรรพ โดยหยิบยกมาเป็น “ตัวประกัน” กับ “พรรคน้ำเงิน” เลี่ยงไม่ให้มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะด้วยหมาก “รัฐบาลข้างน้อย-ฝ่ายค้านข้างมาก” ที่ “พรรคส้ม” ประเมินเล็งเห็นผลไว้ตั้งแต่แรก

อย่างไรก็ดีกลหมากของ “พรรคส้ม” ดูจะไม่ง่ายดายนัก เพราะ “นักเลือกตั้ง เขี้ยวลากดิน โดยวานนี้ (12 พ.ย.) ใน กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ที่มี ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นประธานกมธ. ได้พิจารณาวาระการลงมติเพื่อตัดสินเนื้อหาของมาตรา 256/1 ว่าด้วยองค์กรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ที่ประชุม กมธ.ต้องเลือกระหว่างให้มี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพียงองค์กรเดียว หรือ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ควบคู่ไปกับสภาที่ปรึกษาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปได้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ “พรรคส้ม” ซึ่งผลการลงมติพบว่า เสียงข้างมากเห็นด้วย กำหนดให้มี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพียงองค์กรเดียว จำนวน 35 คน เพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ส่วนกลไกสภาที่ปรึกษาร่างรัฐธรรมนูญ เดิมที่จะเป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากภาคประชาชนนั้น ได้ถูกเปลี่ยนเป็น กมธ.รับฟังความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 35 คน ซึ่งรัฐสภาแต่งตั้งแทน

โดยในขั้นตอนต่อไป กมธ.จะหารือในรายละเอียดเพื่อกำหนดที่มาของ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ กรรมการรับฟังความคิดเห็น การวางบทบาท รวมถึงคุณสมบัติ ดังนั้นคนที่จะสมัครเข้ามาจะแตกต่างตามบทบาทหน้าที่ ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบ ซึ่งในกระบวนการคัดเลือกต้องให้รัฐสภาเป็นผู้เลือก

ส่วนการกำหนดกลไกเพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองใช้อิทธิพล หรือ เข้ามาครอบงำการเลือกกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมการรับฟังความเห็นอย่างไร นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะโฆษก กมธ. ระบุว่า  มาตราที่จะพิจารณาต่อจากนี้ คือ กระบวนการที่ป้องกันที่จะเกิดความเสี่ยงที่ทำให้เสียงข้างมากของรัฐสภาลากไป ซึ่งเป็นกระบวนการที่ป้องกันการครอบงำของฝ่ายการเมือง

อย่างไรก็ดี “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.เสนอว่า จะให้ใช้การรวมกลุ่มของสมาชิกรัฐสภา คือ สส. และ สว.จำนวน 20 คน เลือก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 1 คน เบื้องต้นคาดว่าที่ประชุมจะสนับสนุน แต่ต้องหารือกันอีกครั้งเพื่อให้เป็นข้อสรุปที่ชัดเจน

แม้ “พรรคส้ม” พยายามแก้เกมดังกล่าวด้วยการให้สมาชิกรัฐสภา 20 เลือก 1 ก็ตาม นัยว่าเป็นพรรคเสียงข้างมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร มีเสียงสนับสนุนกว่า 140+ เสียง ที่เหลืออาจอาศัยเสียงจาก “พรรคแดง” คือ “เพื่อไทย” ที่มี สส.ในสภาฯ หากไม่นับรวม “งูเห่า-แปรพักตร์” ขณะนี้ราว 130+ เสียง รวมถึง “พรรคตัวแปร” อีกราว 20-30 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชาติ พรรคชาติพัฒนา และกลุ่มพรรคเล็ก เป็นต้น

ต่อมาอาจนับรวม สว.อิสระ-สว.พันธุ์ใหม่ ที่มีแนวโน้มทัศนคติทางการเมืองไปทาง “แดง-ส้ม” อีกราว 50-60 คน เบ็ดเสร็จจะมี “พันธมิตรทางการเมืองแดง-ส้ม” ราว 350-360 เสียง เกือบจะเป็นเสียงข้างมากในรัฐสภา และจะมีสิทธิเลือก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ราว 17-18 คน เท่ากับว่ามีแนวโน้มสูงจะได้คุม “เสียงข้างมาก” ใน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

เพราะเครือข่าย “สีน้ำเงิน” ที่เป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ราว 170 เสียง (รวมกลุ่ม “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ที่อาจย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรมราว 10 เสียง) แต่หากนับ “บารมี” ที่ยังเบ่งบานเต็มที่ใน “สภาฯสูง” อีก 140-150 เสียง จะได้เสียงราว 310-320 เสียง เลือก กมธ.ได้ 15-16 คน

ยังเหลือตัวแปรอีก 1 พรรค ที่ยังเหลือ สส.ในกำมือไม่เกิน 10 เสียง นั่นคือ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกฯ คัมแบ็กกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกคำรบ ต้องรอดูว่าจะไปเลือกอยู่ “ขั้วไหน” ในสงคราม 3 ก๊กครั้งนี้ ซึ่งจะช่วยฝ่ายนั้นได้เสียง กมธ.เพิ่มเติมอีก 1 เสียง รวมจะครบ 35 อรหันต์ร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ที่สำคัญหมากเกมนี้ “ก๊กส้ม” ต้องอาศัยสรรพกำลังสำคัญจาก “คู่แค้น” อย่าง “เพื่อไทย” ที่แม้จุดยืนร่วมกันคือการต่อต้านรัฐประหาร และมีกลุ่มฐานเสียงใกล้เคียงกัน แต่ “ใส้ใน” แตกต่างกันแทบจะสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์ทางการเมือง-เศรษฐกิจ-สังคม ดังนั้นต้องรอดู “ดีลเฉพาะกิจ” ระหว่าง “ส้ม-แดง” จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ แต่ถ้าสุดท้ายไม่เกิดขึ้น อาจเรียกว่า ยากเสียยิ่งกว่ายาก หากหวังว่าจะ “คุมเกม” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

แน่นอน “ก๊กน้ำเงิน” ยังเหลือ “ไพ่ตาย” ใบสุดท้าย นั่นคือเกมชิงยุบสภาฯ ก่อนที่กลไกการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้น โดยอาจอ้างสารพัดสาเหตุต่าง ๆ โดยเฉพาะสาเหตุประการสำคัญคือ การถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่ากันว่า “พรรคส้ม” เตรียมข้อมูลหมัดเด็ดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว พุ่งเป้าไปที่ขบวนการสแกมเมอร์ ซึ่งอาจพาดพิง “รัฐมนตรีกล่องดวงใจ” ของรัฐบาล เหลือแค่ให้ สส.ลงชื่อ และยื่นญัตติเท่านั้น

เช่นเดียวกับ “พรรคแดง” ที่จ้องจะ “เอาคืน” ศัตรูคนสำคัญอย่าง “ก๊กน้ำเงิน” แน่นอนว่าเตรียมพร้อมข้อมูล และจำนวน สส.มีจำนวนเกิน 1 ใน 5 ตามรัฐธรรมนูญ สามารถยื่นญัตติซักฟอกได้อย่างแน่นอน ในสมัยประชุมหน้าคือ 12 ธ.ค.เป็นต้นไป

ด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ ข้างต้นค่อนข้างโรมรันพันตูไปหมด นั่นคือ “ส้ม” จำเป็นจับมือ “แดง-เครือข่าย” เพื่อกุมเสียงข้างมาก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ แต่อาจต้อง “งดซักฟอก” หากหวังให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้า ทว่าจะเข้าทาง “น้ำเงิน” ที่อาจต่อรองกับ “แดง-ส้ม” หากต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญเดินหน้า จะต้อง “รอมชอม” ในเรื่องเสียงข้างมากใน กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ

ดังนั้นกลเกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังน่าจะเหลือให้สู้-แก้เกมกันอีกหลายยก ระหว่าง 3 ก๊กคือ “ส้ม-แดง-น้ำเงิน” โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ทำให้ทันก่อนที่จะมีการยุบสภาฯภายใน 120 วัน หรือไม่เกิน 31 ม.ค. 2569 มิฉะนั้นแล้วอาจจะต้องเสียคะแนนนิยมกันทุกฝ่าย จนอาจเพลี่ยงพล้ำในการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็เป็นไปได้