วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

'สุรเดช' ของขึ้นซัด'กัมพูชา' เชื่อถือไม่ได้ ชม'นายกฯ' มอบ กองทัพ ตัดสินใจ

'สุรเดช' ของขึ้นซัด'กัมพูชา' เชื่อถือไม่ได้ ชม'นายกฯ' มอบ กองทัพ ตัดสินใจ

"สุรเดช"ของขึ้นซัด"กัมพูชา" กลับกลอก เชื่อถือไม่ได้ หนุนฟ้องสหประชาชาติ ประชาคมโลก ชื่นชม'นายกฯ' มอบการตัดสินใจให้กองทัพ

12 พ.ย.นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่ ทหารไทยเหยียบกับระเบิด เดินลาดตระเวนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แล้วจนขาขาดอีกแล้วว่า ตนขอพูดในนามส่วนตัวในฐานะที่ตนติดตามเรื่องนี้มาตลอด เคยพูดแล้วว่าเขมรเชื่อถือไม่ได้ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว ตนเคยเสนอให้ยกเลิกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเวที JBC  GBC หรือ RBC  ซึ่งรัฐมนตรีที่ไปเจรจาในอดีตและมีข้อตกลงกลับมา 13 ข้อ ก็คือ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบันนั่นเอง ซึ่งตอนนั้น ตนก็บอกแล้วว่าให้ยกเลิกให้หมด เพราะเขมรไม่มีความจริงใจ เมื่อเขาไม่มีความจริงใจ อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะต่างฝ่ายต่างอยู่ เราก็กั้นรั้วแบบถาวรไป โดยใช้แผนที่ 1/50,000 ยึดหลักเขตตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5  เพราะในหลักเขตจะมีสลักชื่ออยู่แล้วว่าเป็นแผ่นดินสยาม หรือกัมพูชา ซึ่งชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นเราสามารถสร้างกำแพงในหลักเขตของเราได้เลย 

 

นายสุรเดช กล่าวว่า เขมรต้องแสดงความจริงใจก่อน โดยเฉพาะการถอนอาวุธหนัก ถอนกำลังทหารออกไปให้หมด ไม่ต้องรอการเจรจา ตอนนี้ไม่ต้องมาพูดแล้วว่าเป็นพื้นที่พิพาทหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเขมรละเมิดเรามาตลอด ดังนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องมาสนใจแล้ว

ส่วนด่านที่บริเวณชายแดนนั้น ในเมื่อความสัมพันธ์ 2 ประเทศย่ำแย่แบบนี้ ก็ควรจะปิดด่านแบบถาวรไปเลย 

ส่วนคนไทยที่เคยค้าขายกับเขมรก็ต้องปรับตัว ไปหาตลาดอื่นต่อไป เพราะถ้าเขมรมีความจริงใจกับเราจริงๆ ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการสู้รบกันก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่จะต้องซ่อมให้เรา หรือการชดเชยให้ประชาชนที่เสียชีวิต 

‘อย่างที่ผมเคยพูดไว้ กัมพูชาคบไม่ได้จริงๆ โดยเฉพาะ 2 พ่อลูก ฮุนเซน และ ฮุนมาเนต และตราบใดที่รัฐบาลไทยพยายามจะเอาน้ำเย็นเข้ารูป หรือยังพยายามที่จะใจดีสู้เสือ สักวันหนึ่งก็ต้องถูกเสือกัดตาย เราไปลูบหัวมัน ใจดีกับมัน แต่พอถึงเวลามันก็มาแว้งกัดเรา เพราะฉะนั้นเลิกเจรจา ยกเลิกทุกอย่างรวมไปถึง MOU 43 -44 ด้วย เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว MOU ที่เราทำมา 25 ปีเราได้ไปประโยชน์ตรงไหนบ้าง กระทรวงการต่างประเทศซึ่งที่ผ่านมาแอคชั่นได้ดีอยู่แล้ว ก็อยากให้ขยายผลต่อ ด้วยการบอกทั้งโลก บอกสหประชาชาติ ให้รับรู้ถึงพฤติกรรมของกัมพูชา ไม่ใช่บอกเฉพาะมาเลเซียหรือ อเมริกาที่เป็นประเทศที่ 3 เท่านั้น แต่ต้องแจ้งให้ทั้งประชาคมโลกได้รู้ว่าเราไม่ได้เป็นคนเริ่ม กัมพูชาต่างหากที่เป็นคนเริ่มตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ยังไม่ทันได้เซ็นปฏิญญาสันติภาพ เขมรก็มาทำแบบนี้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นจบเลยดีกว่า อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด และถ้ากัมพูชายังรุกรานอีก เราก็จะต้องตอบโต้ให้สมน้ำสมเนื้อ เราต้องใช้ไม้แข็งได้แล้ว ถ้าจำเป็นต้องใช้กำลัง ใช้อาวุธ ก็ต้องใช้ 

นายสุรเดช กล่าวด้วยว่า ขอชื่นชมการตัดสินใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าจะมอบอำนาจการตัดสินใจให้กับกองทัพ การดำเนินการใดๆให้เป็นเรื่องของทหาร ซึ่งตนเห็นด้วย เพราะทหารมียุทธศาสตร์ในการดำเนินการอยู่แล้ว มีประสบการณ์ และมีความพร้อม รัฐบาลทำหน้าที่เป็นเพียงแค่พี่เลี้ยงให้ก็พอแล้ว ตนขอสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไป เพราะเรื่องนี้เรายอมต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้ากัมพูชายังคงลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิด และยังรุกล้ำเข้ามาอีก เราก็จำเป็นต้องมีการปะทะ ดังนั้นก็ปล่อยให้ทางทหารได้พิจารณาและตัดสินใจดำเนินการได้เลย