หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น หนึ่งในอดีตธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีต รมว.คมนาคม อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเมื่อ 16 ก.พ. 2566 ว่า เคยถือครองหุ้น หจก.แห่งนี้ โดยมี “ศุภวัฒน์ เกษมสุข” ครอบครองหุ้น และดูแลแทน “ศักดิ์สยาม” มาโดยตลอด ส่งผลให้เขาต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี กำลังกลับมาได้รับความสนใจจากสาธารณชนอีกครั้ง
ล่าสุด กรุงเทพธุรกิจ ตรวจสอบพบว่า ในปีงบประมาณ 2567-2568 หจก.บุรีเจริญฯ ยังคงดำเนินกิจการอยู่ และเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ อย่างน้อย 45 โครงการ (เท่าที่ตรวจสอบพบ) รวมวงเงิน 478.49 ล้านบาท
โดย 3 โครงการหลังสุด มีการลงนามในสัญญาในวันเดียวกันคือ 3 ก.ย. 2568 รวมวงเงิน 44.34 ล้านบาท จากกรมทางหลวง 2 โครงการ และกรมทางหลวงชนบท 1 โครงการ ได้แก่
1.ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานบำรุงรักษาทางหลวงชนบท เสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต ถนนสาย บร.3021 แยกทางหลวงหมายเลข 218 - บ้านกุง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 1 แห่ง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยกรมทางหลวงชนบท วงเงิน 14.98 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อ 3 ก.ย. 2568
2.ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานบูรณะทางผิวแอสฟัลต์ งานบำรุงพิเศษและบูรณะ ทางหลวงหมายเลข 2073 ตอน บัวตารุ่ง - ลำปลายมาศ ระหว่าง กม.28+810 - กม.29+450 ผลผลิต 1 แห่ง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยกรมทางหลวง วงเงิน 14.70 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อ 3 ก.ย. 2568
3.ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานเสริมผิวแอสฟัลต์ งานบำรุงตามกำหนดเวลา ทางหลวงหมายเลข ๒๒๖ ตอน ระกา - ลำน้ำชี ตอน 1 ระหว่าง กม.147+240 - กม.147+790 ผลผลิต 1 แห่ง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยกรมทางหลวง วงเงิน 14.66 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อ 3 ก.ย. 2568
สำหรับปีงบประมาณ 2568 พบว่าเป็นคู่สัญญารัฐอย่างน้อย 25 โครงการ รวม 227.80 ล้านบาท โดยเป็นคู่สัญญากับกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หลายแห่งในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เช่น อบต.บ้านปรื อบต.ห้วยสำราญ อบต.ตาเสา อบต.ลำดวน อบต.สูงเนิน อบต.ศรีภูมิ อบต.เมืองโพธิ เป็นต้น
ปีงบประมาณ 2567 พบว่าเป็นคู่สัญญารัฐอย่างน้อย 20 โครงการ รวม 200.99 ล้านบาท โดยเป็นคู่สัญญากับกรมทางหลวงชนบท และ อบต.หลายแห่งใน จ.บุรีรัมย์ เช่นกัน
หากนับรวมระหว่าง 11 ปีงบประมาณที่ผ่านมา (2558-2568) พบว่า หจก.บุรีเจริญฯ เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐไม่ต่ำกว่า 358 โครงการ (เท่าที่ตรวจสอบพบ) รวมวงเงินไม่น้อยกว่า 4,456.45 ล้านบาท
ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ปรากฏชื่อเป็น รมว.คมนาคม กระทั่งหลังเลือกตั้งปี 2566 ที่เก้าอี้ถูกผลัดเปลี่ยนมาอยู่ในพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ดีภายหลัง “พรรคภูมิใจไทย” ได้รับการผลักดันจากพรรคประชาชน (ปชน.) ให้จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้งเมื่อ ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้รับตำแหน่งเป็น รมว.คมนาคม ใน “ครม.อนุทิน ชาญวีรกูล” (โปรดเกล้าฯ 19 ก.ย. 2568)
สำหรับ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ข้อมูลล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (11 พ.ย. 2568) พบว่า จดทะเบียนเมื่อ 8 มี.ค. 2539 ทุนปัจจุบัน 119,504,000 บาท ตั้งอยู่ที่ 531/26 หมู่ที่ 18 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ วัตถุประสงค์ รับเหมาก่อสร้าง
ปรากฏชื่อหุ้นส่วน 4 คนได้แก่ ศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ ลงหุ้นด้วยเงินสด 119,499,000 บาท คิดเป็น 99.9958% วรางสิริ ระกิติ ลงหุ้นด้วยเงินสด 3 ล้านบาท คิดเป็น 0.0025% ปริชาติ ขันเสน ลงหุ้นด้วยเงินสด 1 ล้านบาท คิดเป็น 0.0008% เอกราช ชิดชอบ ลงหุ้นด้วยเงินสด 1 ล้านบาท คิดเป็น 0.0008%
นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 สินทรัพย์รวม 231,622,030 บาท หนี้สินรวม 527,059 บาท รายได้รวม 175,011,262 บาท รายจ่ายรวม 164,854,690 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 9,609 บาท เสียภาษีเงินได้ 2,029,392 บาท กำไรสุทธิ 8,117,570 บาท
สำหรับคำวินิจฉัยฉบับย่อของศาลรัฐธรรมนูญในคดี “ศักดิ์สยาม” ระบุในช่วงท้ายว่า กรณีเป็นข้อพิรุธน่าสงสัยว่า ศุภวัฒน์ และ หจก.บุรีเจริญฯ ไม่เคยเกี่ยวข้อง หรือสัมพันธ์ใด ๆ กับพรรคภูมิใจไทย แต่ช่วงเวลาภายหลังศักดิ์สยามโอนหุ้นให้ศุภวัฒน์ และ หจก.บุรีเจริญฯ กลับบริจาคเงิน หรือทรัพย์สินให้กับพรรคการเมือง ที่ศักดิ์สยามมีตำแหน่งเป็นเลขาธิการพรรค
จากข้อพิรุธหลายประการดังกล่าว ประกอบพฤติการณ์แวดล้อมทั้งปวงแห่งคดี จึงฟังได้ว่า ศักดิ์สยาม และศุภวัฒน์ เกษมสุข ตกลงนำเงินของศักดิ์สยาม ทำธุรกรรมต่าง ๆ ในนามศุภวัฒน์ โดยขั้นตอนสุดท้ายนำเงินนั้นซื้อกองทุนต่าง ในชื่อศุภวัฒน์ แล้วขายกองทุนดังกล่าว ชำระค่าหุ้นแก่ศักดิ์สยาม
เช่นนี้ เงิน 119.5 ล้านบาท ยังเป็นของศักดิ์สยาม จึงยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยมีศุภวัฒน์ ครอบครองหุ้นของ หจก.บุรีเจริญ และดูแล หจก.บุรีเจริญ แทนศักดิ์สยาม มาโดยตลอด อันเป็นการถือหุ้นของรัฐมนตรี อยู่ในความครอบครอง หรือดูแลของบุคคลอื่น ไม่ว่าโดยทางใด ๆ เป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้าม มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ดังนั้นความเป็นรัฐมนตรีของศักดิ์สยามจึงสิ้นสุดลงเฉพาะตัว มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187
อย่างไรก็ดีปัจจุบัน ยังไม่มีการร้องเรียนถึง หจก.บุรีเจริญฯ ในประเด็นเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างแต่อย่างใด ดังนั้นจึงยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ การเปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์สาธารณะเพียงเท่านั้น





