วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

มี‘หนู’ ต้องมี'นัส' ลุยไฟไปต่อ ฝ่ากระแสเทา กอดคอรัฐบาล 4 ปี

มี‘หนู’ ต้องมี'นัส' ลุยไฟไปต่อ ฝ่ากระแสเทา กอดคอรัฐบาล 4 ปี

ในจังหวะที่รัฐบาลโดนกดดันอย่างหนักจากปัญหาทุนเทาและสแกมเมอร์ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย กลายเป็นตำบลกระสุนตก ไม่ต่างจากธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรฯ ที่อยู่ในข่ายโดนถล่มจากพรรคส้มอย่างหนัก

แรงบีบของพรรคประชาชน ต้องการให้อนุทิน ปลดธรรมนัส พ้นตำแหน่ง เพิ่มเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีให้รัฐบาล แต่อนุทิน เองก็รู้ดีว่า ต้องคำนึงถึงเสถียรภาพทางการเมือง เพราะตัวเองเป็นเสียงข้างน้อย เลยทำอะไรได้ไม่สุด ทำนองว่าขาดเธอไปฉันจะอยู่อย่างไร

ท่ามกลางข้อสังเกตของฝ่ายการเมือง เกมโจมตีธรรมนัส ของสีส้ม มีขบวนการสมรู้ร่วมคิดของคนในรัฐบาลด้วยกันเองหรือไม่ เพื่อลดแรงเสียดทานที่จะพุ่งตรงถึงนายกฯ หรือภูมิใจไทย เพราะเอาเข้าจริง ค่ายน้ำเงินกับกล้าธรรม ก็เป็นคู่แข่งสำคัญในหลายพื้นที่เลือกตั้ง

ตัวอย่างเช่น เพชรบูรณ์ ภายในการนำของสันติ พร้อมพัฒน์ ที่ย้ายจากพลังประชารัฐ ไปภูมิใจไทย พร้อมสส.ในสังกัด และเครือข่ายท้องถิ่น นำโดยนายกฯด๊อยซ์ อัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ แต่ล่าสุด สส.โอเล่ จักรัตน์ พั้วช่วย เขต 2 ตัดสินใจแยกตัวจากขั้วสันติ มีโอกาสสูงจะซบกล้าธรรม กับภารกิจตีแตกปักธงเมืองมะขามหวาน

ภาพที่เห็นระดับแกนนำทั้งอนุทิน และธรรมนัส ความสัมพันธ์ ดูดีนั้น แต่บริบทแวดล้อมในระดับที่ลดหลั่นลงมา การขับเคี่ยวแข่งขันถือว่าสูงมาก คนมีของ มีกลไกห้ำหั่นในมือต้องมาเจอกัน

ควันหลงปิดห้องทำงานนายกฯ บนตึกไทยคู่ฟ้าคุยกัน 3 ชั่วโมง ระหว่าง“หนู-นัส” พร้อมภาพที่ตั้งใจโชว์ให้เห็นว่าคู่นี้สัมพันธ์แนบแน่น ไม่มีอะไรแยกจากกันได้ อย่างน้อยก็ตอนนี้ แม้เจอขย่มหนักแค่ไหนก็ตาม

มีข้อสังเกตมากมายว่า การพูดคุยของ 2 แกนหลักรัฐบาล กำลังช่วยกันแก้เกมการเมืองหรือไม่ อย่างไร ธรรมนัส เองยอมรับว่าได้ถามอนุทิน พูดจริงหรือว่า จะชิงยุบสภาก่อน 4 เดือน หากฝ่ายค้านซักฟอกแล้ว สู้เกมการเมืองไม่ได้ ไม่ยอมให้โดนด่าฟรี คำตอบที่ได้จากนายกฯ ก็คือจริง

แต่ไฮไลต์สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งที่ หนู-นัส คุยกัน และเริ่มมีเสียงเล็ดลอดออกจากห้องทำงานนายกฯ คือ กรณีที่ฝ่ายหนึ่งต้องการฟอกขาวตัวเองในพ้นข้อครหาที่ถูกสังคมมองมาตลอดว่า โลดแล่นอยู่ในอาณาจักรเกรย์แอเรีย

ประเด็นที่คุยกัน เริ่มถูกขยายผลออกมา ว่ากันว่ามีแผนจะยืมมือ สว.บางกลุ่ม ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นจริยธรรมจากกรณีที่เคยต้องคำพิพากษาของศาลในประเทศออสเตรเลีย

ดูเหมือนว่าเรื่องนี้ ธรรมนัส มีความมั่นใจอย่างมากว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หาก สว.เข้าชื่อร้อง ผลจะออกมาเป็นบวก เนื่องจากกรณี“มันคือแป้ง” เจ้าตัวเคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างหนักโดยพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น สุดท้ายก็ผ่านมาได้

ทั้งมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยคุณสมบัติของธรรมนัส ซึ่งช่วงนั้นเปรียบตัวเองเป็นเส้นเลือดใหญ่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรากฎว่า ศาลฯ ชี้ขาด คุณสมบัติความเป็นสส.และรัฐมนตรี ของธรรมนัส ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว เนื่องจากคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศ ไม่ใช่ในศาลไทย จึงไม่มีลักษณะต้องห้าม กลับมามีตำแหน่งอีกครั้ง

เป้าหมายใหญ่ทางการเมืองของธรรมนัส ไม่ได้หยุดที่ตำแหน่งรองนายกฯ การกรุยทางไปสู่จุดนั้นจึงมีความจำเป็น อาจได้เห็นเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของกล้าธรรมก็ได้ และเป็นความจำเป็นของอนุทิน ภูมิใจไทย เช่นกัน หากจะเป็นรัฐบาลครั้งหน้า ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องมี ธรรมนัส กล้าธรรม

ในเมื่อภูมิใจไทยตั้งเป้า 120 สส.ในการเลือกตั้ง กล้าธรรมมีตัวเลขประมาณ 80 ที่นั่ง เสียงก็ยังไม่ถึงกึ่งหนึ่ง จึงต้องเป็นแกนหลักรวมเสียงจากพรรคอื่นเข้ามาเพิ่ม ที่สำคัญ VIP ที่คุมดีล และดันหลังรัฐบาลสีน้ำเงิน ยังไม่มีอะไรแปรเปลี่ยน

หน้าตาของรัฐบาลหน้า ก็น่าจะคล้ายกับรัฐบาลนี้ ที่ต้องดิ้นรนฝ่าเกมการเมือง และกระแสเทาทิ่มแทง กับเดิมพันอำนาจที่ต้องจัดการให้อยู่หมัด จาก 4 หรือไม่ถึง 4 เดือน สู่ 4 ปีที่รอคอย