วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ไขปริศนาฉากหลังรบ ‘กัมพูชา’ ปริศนาคำสั่งลับ ‘หยุดยิง’

ไขปริศนาฉากหลังรบ ‘กัมพูชา’ ปริศนาคำสั่งลับ ‘หยุดยิง’

ปมขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อสถานการณ์ล่าสุด ทหารไทยเหยียบกับระเบิด ขณะลาดตระเวนเส้นทาง บริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นรายที่ 7 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 พ.ย.2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้รัฐบาล โดยนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล มีคำสั่งระงับปฏิญญาไทย-กัมพูชา ซึ่งลงนามร่วมกันที่ประเทศมาเลเซีย

เป็นจังหวะที่ “แม่ทัพกุ้ง” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 "พล.อ.บุญสิน พาดกลาง" ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เพิ่งออกมาเปิดเผย เมื่อวันที่ 8 พ.ย.68 ณ พุทธสถานปฐมอโศก จ.นครปฐม ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังเหตุการณ์ปะทะกัมพูชาในวันแรก 24 ก.ค.2568 “ปะทะได้แค่ 6 ชั่วโมง มีคนโทรศัพท์มาให้หยุดยิง แต่ไม่หยุด” จนกลายเป็นกระแส ที่สังคมอยากรู้ว่า “ใครสั่ง”

พล.อ.บุญสิน ให้สัมภาษณ์รายการคมชัดลึก ทางเนชั่นทีวีช่อง 22 ถึงเรื่องดังกล่าว โดยเริ่มต้นเล่าว่า คำสั่งหยุดยิง หรือไม่หยุดยิงในห้วงแรกนั้น เราไม่อยากย้อนไปมากมาย มันผ่านไปนานแล้ว เป็นการหารือปกติทั่วไป ไม่ได้เป็นคำสั่งอะไร ผู้บังคับบัญชาทุกระดับทำหน้าที่ตัวเองได้อย่างดีที่สุดแล้ว ก็อาจจะเป็นความเข้าใจผิดของการสื่อสาร ความเข้าใจผิดของข้อมูล ผมเองก็ไม่อยากจะพูดถึง เพราะมันผ่านมาแล้ว

“การปฏิบัติการต่างๆ ผู้บังคับบัญชาไม่ได้สั่งการให้หยุด ไม่ได้เป็นคำสั่ง ที่ถูกต้องคือ วันที่ 28 ก.ค.68 ภายหลังที่มีการพูดคุยกันของรัฐบาลที่ประเทศมาเลเซีย ในห้วง 4 คืน 5 วัน เราได้ทวงคืนแผ่นดิน ซึ่งทำได้ดีที่สุดแล้ว แม้เราไม่สามารถเอาปราสาทตาควายคืนมาได้ทัน เราประกบปราสาทตาควายเอาไว้”

อย่างไรก็ตาม เมื่อไล่ตามสายบังคับบัญชาในช่วงที่มีการรบ ประกอบด้วย ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรมว.กลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในขณะนั้น พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.สส. ในขณะนั้น พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. โดย พล.อ.บุญสิน กล่าวตอบว่า “ไม่ใช่”

พร้อมกับย้ำว่า “ไม่ได้เป็นการสั่งการใดๆ เป็นการหารือของผู้บังคับบัญชา โดยสรุปแล้ว เราพร้อมที่จะปฏิบัติต่อไป เพื่อเอาแผ่นดินเราคืน จนกระทั่งวันที่ 28 ก.ค.68 ซึ่งเป็นคำสั่งอย่างเป็นทางการ ผมไม่อยากให้ย้อนไปจนสร้างความแตกแยกของคนในชาติ ผมอยากให้ตั้งหลัก และแก้ไขปัญหาต่อไป”

พล.อ.บุญสิน ยอมรับว่า พร้อมจะกลืนคำถามดังกล่าวไปกับชีวิตของตัวเอง โดยไม่บอกใคร พร้อมระบุว่า “แน่นอนครับ ผมไม่อยากให้ใครเสียหาย จริงๆ ผมไม่อยากมาพูด แต่มีพี่น้องมาถาม ผมก็เล่าให้ฟัง ผมไม่ได้ออกมาพูดเพื่อประเด็นการเมือง ไม่ได้ต้องการทำให้เกิดเรื่องเสื่อมเสียไปถึงผู้ใหญ่”

“ในทุกภารกิจ มันจะมีการหารือกันตลอด ถ้าท่านยังไม่สั่ง ไม่ลงดาบ ถือว่ายังหารือกันได้ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ 28 ก.ค.68 ผู้บังคับบัญชาอนุญาตให้เดินต่อ เป็นทหาร เราต้องปฏิบัติตามคำสั่งอยู่แล้ว”

เมื่อถามย้ำว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า หากมีคำสั่งให้ หยุดยิง แล้วยังไม่หยุด อาจจะมีความผิด เนื่องจากขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา พล.อ.บุญสิน ตอบทันทีว่า “ไม่ใช่คำสั่ง เป็นการขอความเห็น คำหารือ มันยังไม่ได้เป็นคำสั่ง ถ้าเป็นคำสั่งต้องปฏิบัติ เช่นวันที่ 28 ก.ค.68 ผมฝืนไม่ได้ครับ”

สำหรับกรณีของปราสาทตาควาย หากไม่มีคำสั่งหยุดยิง 28 ก.ค.68 สถานการณ์จะเป็นอย่างไรนั้น พล.อ.บุญสิน กล่าวว่า “เราจะต่อสู้ต่อ เราจะทำให้ดีที่สุด ผมยังคาใจที่ปราสาทตาควายจนถึงทุกวันนี้ มันกระทบความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ เพราะก่อนหน้านี้ ปราสาทตาควาย พบกันครึ่งทาง ก่อนขึ้นปราสาทต้องมีทหารสองประเทศมาคุยกัน ปัจจุบันปราสาทตาเหมือนธม เราเบ็ดเสร็จ แต่ปราสาทตาควาย ทหารกัมพูชาอยู่ในตัวปราสาท”

เมื่อถามว่า หากไม่มีคำสั่งให้หยุดยิงวันที่ 28 ก.ค.68 จะใช้เวลานานเท่าไร ในการยึดปราสาทตาควาย พล.อ.บุญสิน กล่าวว่า “เราก็จะทำให้ดีที่สุด ใช้เวลาสั้นที่สุด สูญเสียให้น้อยที่สุด”

ส่วนหลังจากนี้ การทวงคืนปราสาทตาควาย จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.บุญสิน กล่าวว่า ตอนนี้ต้องทวงคืนด้วยการเจรจา การทูต เรามั่นใจว่าอยู่ในประเทศไทย ขอคืนด้วยสันติวิธีได้ไหม”

พล.อ.บุญสิน วิเคราะห์สถานการณ์ หลังจากทหารไทยเหยียบกับระเบิดล่าสุด(10 พ.ย.2568) ส่งผลให้รัฐบาลต้องระงับการปฏิบัติตามปฏิญญาไทย-กัมพูชา เอาไว้ก่อน ว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นตัวชี้วัดหนึ่ง ที่ต้องถามกัมพูชาว่า จริงใจกับไทยหรือไม่ คงเป็นหน้าที่ของกองทัพ และฝ่ายความมั่นคง ที่จะพิจารณาดำเนินการตอบโต้ เพราะเขาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

“การเหยียบกับระเบิด มีได้ 2 กรณี 1.วางกับระเบิดใหม่ 2.ก่อนหน้านี้ เราตรวจไม่พบ ซึ่งก็เกิดขึ้นได้ ต้องขึ้นอยู่กับการตรวจสอบ และการข่าว”

เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่า วันหนึ่งกัมพูชาจะไม่เป็นปฏิปักษ์กับประเทศไทย พล.อ.บุญสิน ระบุว่า ขึ้นอยู่กับนโยบายผู้นำกัมพูชา ว่าเขาจะคิดอย่างไรกับเรา ถ้าผู้นำเปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนวิสัยทัศน์ดีๆ ก็มีโอกาส แต่ถ้าคิดจะเอาแผ่นดิน ทวงคืน แล้วฟ้องศาลโลก มันคงยาก

พล.อ.บุญสิน ยังกล่าวถึงการทำงานของกองทัพ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่า เกี่ยวพันกับการเมือง และมักจะมีเรื่องความนิยมควบคู่กันไป ว่า “กองทัพเราทำหน้าที่เป็นกลาง เราไม่เอนเอียง พรรคไหน ท่านไหนมาเป็น รมว.กลาโหม มาเป็นนายกฯ เราก็เคารพ เราไม่ได้มองว่า ท่านสีอะไร เพราะท่านคือ ผู้นำที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตอนที่ฝ่ายการเมืองจะสั่ง เขาก็หารือกับผู้นำเหล่าทัพอยู่แล้ว”

เมื่อถามว่า คิดว่าการยึดอำนาจในประเทศยังจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ พล.อ.บุญสิน กล่าวว่า “ผมคิดว่าคงยากนะครับ เพราะปัจจุบันนานาประเทศเขาไม่ยอมรับ เพราะมันเป็นเผด็จการ ความรู้สึกผมคือ มันไม่น่ามีแล้ว ปล่อยให้ฝ่ายการเมืองในระบบเขาดำเนินการไป กองทัพก็ต้องรักษาความมั่นคงภายใน ก็ต้องเป็นกลางเอาไว้ ประคับประคองให้ประเทศหมุนไป ตามที่สมควรจะเป็น”

พล.อ.บุญสิน ทิ้งท้ายว่า “ทหารต้องเป็นแก่นให้ประเทศ สถาบันหลักจะต้องอยู่ การเมืองหมุนไปตามสิ่งที่มันจะเป็น ฝ่ายการเมืองทำหน้าที่บริหารประเทศชาติ ให้เป็นที่น่าเชื่อถือของนานาประเทศ”

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์