“อนุทิน” ร่วมสังเกตการณ์ ส่งกลับ 197ชาวอินเดีย เหยื่อสแกมเมอร์ กำชับ คุมเข้มลักลอบเข้าเมือง ก่ออาชญากรรมข้ามชาติ บังคับใช้กม.เด็ดขาด ตัดเส้นทางฟอกเงิน สั่ง9ข้อเร่งด่วน
ที่ท่าอากาศยานแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ภายหลังการหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สังเกตการณ์การส่งกลับบุคคลต่างชาติ (สัญชาติอินเดีย) จำนวน 197 ราย โดยสารเครื่องบินของกองทัพอากาศอินเดียกลับประเทศ
จากนั้น นายกฯ ได้ร่วมรับฟังรายงานสถานการณ์การบริหารจัดการบุคคลชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนมอบนโยบายแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันดูแลสถานการณ์ตามแนวชายแดน และเน้นย้ำว่าการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ เป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชน
นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่ปัญหาของไทยประเทศเดียว แต่เป็นภัยระดับโลก ทั้งอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และการหลอกลวงออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วโลก รัฐบาลไทยจะไม่ยอมให้ประเทศของเราเป็นฐานหรือทางผ่านของอาชญากรอีกต่อไป
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้ดำเนินการเชิงรุกหลายด้าน อาทิ การจัดตั้งบอร์ดปราบสแกมเมอร์แห่งชาติ เพื่อประสานความร่วมมือกับนานาประเทศในลักษณะGlobal Team การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และล่าสุด มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง 15 หน่วยงานของไทย เพื่อร่วมกันประกาศสงครามกับสแกมเมอร์และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนในระดับวาระแห่งชาติ
นายกฯ ยังสั่งการให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด บูรณาการข้อมูลข่าวกรองและการสืบสวนให้เป็นเอกภาพ พร้อมยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทันที เพื่อตัดเส้นทางการเงิน ไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงินอีกต่อไป
ในส่วนของ กระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการ 9 ข้อเร่งด่วน ได้แก่
1.ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอจัดทำแผนศึกษาปัญหาในพื้นที่
2.จัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษแก้ไขอาชญากรรมเทคโนโลยี
3.บูรณาการทุกฝ่ายร่วมสกัดภัยไซเบอร์
4.เข้มงวดการรักษาความสงบเรียบร้อยของชุดปฏิบัติการ
5.ให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอเป็นศูนย์ประสานช่วยเหลือผู้เสียหาย
6.ใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชรบ. เฝ้าระวังภัยในชุมชน
7.เข้มงวดจุดผ่านแดน ตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยง
8.ดำเนินคดีกับผู้ถือสัญชาติไทยที่ร่วมกระทำผิด
9.ส่งเสริมความรู้เท่าทันภัยดิจิทัลให้ประชาชน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นในการคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้ไทยเป็นประเทศทางผ่านด้วย รัฐบาลจะสนับสนุนทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนไม่นิ่งดูดายต่อช่องโหว่หรือความบกพร่องใดๆ ในระบบ และเสนอแนวทางแก้ไขอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันปกป้องประเทศจากภัยสแกมเมอร์ให้ได้อย่างสิ้นเชิง





