เปิด 2 แคนดิเดตชิงดำ 'เลขา ป.ป.ช.' เปิดรับสมัครแล้ว 10 พ.ย.-9 ธ.ค.

เปิด 2 แคนดิเดตชิงดำ 'เลขา ป.ป.ช.' เปิดรับสมัครแล้ว 10 พ.ย.-9 ธ.ค.

เปิดชื่อ 2 แคนดิเดตเข้าชิงดำเก้าอี้ 'เลขา ป.ป.ช.' คนใหม่ คณะกรรมการสรรหาฯ เปิดรับสมัครแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.-9 ธ.ค.นี้

KEY

POINTS

  • สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน - 9 ธันวาคม 2568
  • มี 2 แคนดิเดตที่เป็นตัวเต็งชิงตำแหน่ง คือ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร และ พล.ต.ต.อรุณ อมรวิริยะกุล ซึ่งเป็นรองเลขาธิการฯ ทั้งคู่
  • นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เป็นรองเลขาธิการฯ ที่มีอาวุโสสูงสุด (วัยวุฒิ) และเป็น "ลูกหม้อ" ของสำนักงานที่เคยลงสมัครในครั้งก่อน
  • พล.ต.ต.อรุณ อมรวิริยะกุล เป็นรองเลขาธิการฯ ที่มีอาวุโสทางตำแหน่ง (คุณวุฒิ) สูงสุด และเป็นคนสนิทของอดีตประธาน ป.ป.ช.

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2568 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า คณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัคร คือ ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ เป็นกลาง มีจริยธรรมที่ดี และปราศจากอคติทั้งปวง และมีคุณวุฒิ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญอันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ตามที่กำหนด

ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับการสรรหาต้องยื่นใบสมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหรือหลักฐานประกอบการสมัคร ณ สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนนนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ในวันและเวลาราชการ 

ทั้งนี้ ผู้สนใจสมัครสามารถดูรายละเอียดพร้อมดาวน์โหลดเอกสารได้ทางเว็บไซต์ www.nacc.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2528 4907 ในวันและเวลาราชการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแคนดิเดตผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเป็นเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.มี 4 คน โดยมีอยู่ 2 คนที่มีแนวโน้มเข้าชิงดำ ได้แก่ 1.สุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่มี “วัยวุฒิ” อาวุโสที่สุดในบรรดา 4 รองเลขาธิการส่วนกลาง เขาเคยเข้ารับการสรรหาเป็นเลขาธิการ ป.ป.ช.เมื่อปี 2567 แต่พ่ายแพ้แก่ “สาโรจน์” ไป โดย “สุรพงษ์” ถูกแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการฯ ตั้งแต่ปี 2563 เป็น “ลูกหม้อ” ของสำนักงาน มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และมีผลงานด้านการปราบปรามการทุจริตเป็นที่ประจักษ์ ทำงานลักษณะ “ปิดทองหลังพระ” และมี “คนใน” คอยสนับสนุนพอสมควร ทั้งนี้ “สุรพงษ์” มีอายุราชการเหลืออีก 1 ปี โดยจะเกษียณเมื่อ ต.ค.2569

2.พล.ต.ต.อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มี “คุณวุฒิ” อาวุโสที่สุด เพราะถูกแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขาธิการฯ และถูกดันเป็นรองเลขาธิการฯ นานที่สุดในบรรดา 4 รองเลขาธิการฯ ที่เหลือ โดยเขาคือ “คนสนิท” ของอดีตประธานกรรมการ ป.ป.ช.คนก่อน (พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ) เดิมทีเขาถูกผลักดันให้มานั่งเก้าอี้เลขาธิการ ป.ป.ช.ตั้งแต่รอบก่อน แต่กลเกม “รัฐตำรวจ” พ่ายแพ้ “ลูกหม้อ” ไป ดังนั้นในยุคปัจจุบันที่ “รัฐตำรวจ” ถูกล้างภาพออกจาก “สนามบินน้ำ” ไปแล้ว “พล.ต.ต.อรุณ จะยังท้าชิงเลขาธิการ ป.ป.ช.อีกหรือไม่ ต้องรอดู โดยเขายังเหลืออายุราชการอีก 3 ปี เกษียณในปี 2571