วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

3 เดือน‘ภูมิใจไทย’พ่ายสแกม ‘อนุทิน-ธรรมนัส’ดีลข้ามชอต ?

3 เดือน‘ภูมิใจไทย’พ่ายสแกม ‘อนุทิน-ธรรมนัส’ดีลข้ามชอต ?

ปมร้อน ภัยไซเบอร์ โดยเฉพาะปัญหา “สแกมเมอร์” เป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายรัฐบาลภูมิใจไทย จนมีเสียงเรียกร้องจากทั่วทุกสารทิศให้นายกฯอนุทิน ในฐานะผู้นำรัฐบาล เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามขบวนการสูบเลือดสูบเนื้อคนไทย

กระทั่ง “อนุทิน” ต้องประกาศ ยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 คณะ เมื่อ 24 - 25 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นั่งประธานอนุกรรมการฯ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในโครงสร้าง 

ทว่า ความล่าช้า ในการแอ็กชั่นของ “นายกฯอนุทิน-กรรมการสแกมเมอร์” กลับถูกสังคมตั้งคำถามว่า เอาจริงแค่ไหน หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลความเกี่ยวโยงเครือข่ายสแกมเมอร์ และทุนสีเทา ที่มีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองในรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ มีแรงกดดันมายังอดีต รมช.คลัง“วรภัค ธันยาวงษ์” ซึ่งมีการโยงชื่อไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจ BIC Group ในกัมพูชา จน“อนุทิน”ต้องให้เซ็นใบลาออก

ทว่า การลาออกของ“วรภัค”ไม่สามารถปลดบ่วงให้พ้นคอ“อนุทิน - รัฐบาล” เป็นเพียงตัดตอน ก่อนกระแสลุกลาม จนเกิดผลกระทบต่อความนิยมของรัฐบาล

ท่ามกลางการเดินเกมรุกของ “พรรคประชาชน” พุ่งเป้าโจมตี “พรรคกล้าธรรม” โฟกัสหลักไปที่ตัวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี รมว.เกษตรและสหกรณ์ แต่ “อนุทิน”ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะเป็นคนแต่งตั้ง“ธรรมนัส” นั่งเก้าอี้เสนาบดี

ล่าสุด“นายกฯหนู” เป็นประธานและสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีผู้บริหารระดับสูงจาก 15 เครือข่ายภาครัฐร่วมลงนาม

พร้อมวางแนวทางปฏิบัติการเชิงรุกใน 5 ด้าน ประกอบด้วย

1. บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด ไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

2. สร้างระบบประสานงานแบบบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวกรอง และการสืบสวน

3. ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทันที ตัดเส้นทางการเงิน อาชญากรไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินอีกต่อไป

4. ใช้เทคโนโลยี AI ตรวจจับเส้นทางเงินและพฤติกรรมของมิจฉาชีพ เพื่อสกัดก่อนเกิดเหตุ

5. สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน ส่งเสริมความรู้เท่าทัน และการแจ้งเบาะแส เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศ ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและเป็นส่วนหนึ่งของทีมไทยแลนด์ในสงครามครั้งนี้

“อนุทิน” ให้คำมั่นสัญญาว่า “เราต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด ผมก็ได้แจ้งไปยังทุกหน่วยงานว่า อะไรที่เราต้องการจากรัฐบาลใน การปราบปรามสแกมเมอร์ ขอให้เอ่ยมาเท่านั้น ผมมีหน้าที่บันดาลทุกอย่าง เพื่อให้หน่วยงานที่ท่านกำกับดูแลไปดำเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างเฉียบขาด เด็ดขาด ไม่มีหน้าอินทร์หน้าพรหม”

พร้อมทั้งตอบคำถาม กรณีมีคนกล่าวหาว่าคนในรัฐบาลเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ โดยนายกฯอนุทินกล่าวว่า ”ไหนล่ะครับ เอ่ยชื่อมาสิครับ”

แอ็กชั่นแข็งขันของ “อนุทิน” อาจจะตอบโจทย์ด้านการบริหารกระแสในระดับหนึ่ง แต่หาก“กรรมการ” ที่ตั้งขึ้น และ“เอ็มโอยู” ที่ร่วมกันลงนาม ไม่มีผลงานเชิงประจักษ์ กระแสสังคมจะทวงถามความจริงใจจากรัฐบาล และนายกฯทันทีเช่นกัน

ต้องยอมรับว่า ปม “สแกมเมอร์-ทุนเทา” ถูก“พรรคประชาชน” ผูกโยงกับ “ธรรมนัส-พรรคกล้าธรรม” จนส่งผลให้ “อนุทิน-ครูใหญ่ภูมิใจไทย” ขยับลำบาก เพราะต้องใช้บริการเสียง สส. จากพรรคกล้าธรรมในการค้ำยันรัฐบาล 4 เดือน

ที่สำคัญ หากหักกับ“ธรรมนัส”ตั้งแต่ไก่โห่ การเลือกตั้งปี 2569 อาจจะผลักให้เขากลับไปเลือกข้าง “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย อาจส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนให้“อนุทิน”นั่งเก้าอี้นายกฯสมัย 2

ในทางกลับกัน “ธรรมนัส” ก็คิดในใจดังๆ ว่า “พรรคน้ำเงิน-พรรคส้ม” แอบจับมือกันลับๆ เพื่อถล่ม“กล้าธรรม”หรือไม่ โดย“พรรคน้ำเงิน”ได้แพะรับบาปแทน ส่วน“พรรคส้ม”ได้คะแนนนิยม

ภาพ“อนุทิน - ธรรมนัส” ปิดห้องเคลียร์ใจกันสองต่อสองที่ทำเนียบรัฐบาล จึงเป็นฉากเซ็ตอัป เพื่อปล่อยออกมาให้ตีความทางการเมืองไปได้หลายทาง ทั้งการแก้เกม ก่อนยุบสภาฯ และการดีลข้ามชอตหลังเลือกตั้ง 69 

นอกจากนี้ปม “สแกมเมอร์-ทุนเทา” ที่ถูกเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจในรัฐบาล กับ“เครือข่ายผู้มากบารมี” ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับ“บิ๊กสีน้ำเงิน” จึงส่งผลให้หน่วยงานรัฐ ลังเลที่จะขยับดาบ

หลังจากนี้ ต้องติดตามว่า “นายกฯอนุทิน” จะสามารถดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อย่างเป็นรูปแบบได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะเอาผิดระดับ“บิ๊กบอส” เพราะหากจับแค่“แพะตัวเล็ก” 

3 เดือนของรัฐบาลภูมิใจไทยกำลังถูกเขย่า จนนายกฯอนุทิน อาจต้องทิ้งเก้าอี้ โดยคะแนนประชานิยมวูบหายไปกับสแกมอย่างง่ายๆ