แม้เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง หรือ “แม่ทัพกุ้ง” ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ยังปรากฎข่าวคราวตามหน้าสื่อ และโซเชียลมีเดีย
ล่าสุด “แม่ทัพกุ้ง” เตรียมนั่งประธานมูลนิธิ ซึ่งอยู่ระหว่างจดทะเบียนอีกตำแหน่ง โดยเป้าหมายเป็นศูนย์รวมให้ความช่วยเหลือ ประชาชน ครอบครัวทหาร ในทุกโอกาส
สืบเนื่องมาจาก ความพยายามเชื่อมโยงเรื่อง “เบน สมิธ” ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ กับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล และเงินบริจาคของ “มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้” ซึ่งนำไปซื้อสิ่งของมอบให้กองทัพ พัวพันไปถึง “มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า”
ควบคู่ไปกับกรณี พรรคประชาชนรุกไล่ตรวจสอบเรื่อง “ทุนสีเทา” อย่างต่อเนื่อง จนประกาศแคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” เป็นยุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้ง หวังกวาดเก้าอี้สส.250 ที่นั่ง
ต้องยอมรับว่า แคมเปญพรรคประชาชนรอบนี้ “กองทัพ”โดนเพียงเฉียดฉิว หากเทียบกับสมัยพรรคอนาคตใหม่ กับพรรคก้าวไกล ที่ใช้กระแสเรื่องต้านรัฐประหาร ไม่เอา คสช.-ไม่เอา 3 ป. ไม่เอาสืบทอดอำนาจมาเป็นตัวนำ
แต่ปัจจุบันบริบทการเมืองเปลี่ยน กองทัพถอยกลับมาอยู่ในกรมกอง ขุดกลบรัฐประหารแน่นสนิท ปล่อยให้การเมืองแก้ปัญหากันเองด้วยวิถีการเมืองตามกลไกประชาธิปไตย
ขณะที่ ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา พลิกฟื้นความเชื่อมั่นกองทัพคืนสู่ประชาชนในรอบหลายปี โดยมี “แม่ทัพกุ้ง”เป็น สัญลักษณ์ เดินสายขึ้นเวทีบรรยายปลูกฝังเยาวชน คนรุ่นใหม่ รักสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
อีกทั้งการปะทะ ไทย-กัมพูชา ยังตอบคำถามทุกข้อของพรรคประชาชนก่อนหน้านี้ ทั้งทหารมีไว้ทำไม ยกเลิกเกณฑ์ทหาร การตัดงบประมาณ ลดจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ไม่สามารถนำมาต่อยอดหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้าได้
แม้พรรคประชาชนพยายามใช้กลไกคณะกรรมาธิการทหาร สภาฯ เชิญ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก มาซักไซ้ไล่เลี่ยถึงความจำเป็นที่ต้องรับของบริจาค นำไปผูกโยงกับงบประมาณประจำปีที่กองทัพได้รับ ลงไปไม่ถึงทหารแนวหน้าหรือไม่
พร้อมเรียกหาใบเสร็จจากหน่วยงานในกองทัพ ออเดอร์รับของบริจาคจากมูลนิธิกัน จอมพลัง ช่วยสู้ รวมถึงขององค์กร หน่วยงานอื่นๆ ของภาครัฐ และเอกชนอื่นที่นำมามอบให้อีกมากมาย
แต่ “กองทัพ” รู้แกวมาตั้งแต่ต้นว่า สิ่งของบริจาคจะย้อนกลับมาทิ่มแทง จึงเตรียมการป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ จดบันทึกรายการเป็นหลักฐาน ยาวเป็นหางว่าว ทั้งการรับมอบในนามหน่วย หรือส่วนตัว เพื่อปิดช่องโหว่ ช่องว่าง ป้องกันถูกโจมตี ดิสเครดิต
"กองทัพดำเนินการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในส่วนกลางได้มีการบันทึกหลักฐานการรับมอบสิ่งของไว้อย่างละเอียด และแสดงความขอบคุณต่อผู้มีจิตศรัทธาทุกรายอย่างเหมาะสม ส่วนในระดับภูมิภาค และระดับหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จะมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำส่งให้ส่วนกลางทราบต่อไป ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของที่ได้รับในนามหน่วย หรือนามส่วนตัว ล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจและได้รับการขอบคุณจากกองทัพทั้งสิ้น"
“สำหรับกรณีที่อาจมีผู้ไม่หวังดี พยายามฉวยโอกาสหาผลประโยชน์จากสถานการณ์ กองทัพเชื่อมั่นว่า คนไทยส่วนใหญ่มีเจตนาดี และสังคมเองก็กำลังจับตามองอยู่ จึงไม่มีใครกล้ากระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีใครยอมรับได้ หากเกิดเหตุเช่นนั้นขึ้น” พล.ต.วินธัย ระบุ
ในเวลานี้ “กล้าธรรม-ร.อ.ธรรมนัส” กลายเป็นตำบลกระสุนตก สส.ของพรรค และคนใกล้ชิดหลายคน ถูกตั้งข้อสังเกตมีความเชื่อมโยงธุรกิจสีเทา
ทั้งนักการเมืองอักษรย่อ ช. ทำให้ “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา ตกเป็นเป้า จนเจ้าตัวต้องรีบออกมาปฏิเสธ
ล่าสุด “ธนดล สุวัณณะฤทธิ์” ประกาศไม่เป็นทนายให้ “เบน สมิธ” หลังได้รับแต่งตั้ง เป็นข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
คล้อยหลังการปิดห้องคุยกันเป็นการส่วนตัว เรื่องทางหนีทีไล่ศึกซักฟอกและการยุบสภา ระหว่าง“อนุทิน-ร.อ.ธรรมนัส” ภายในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก็ตามมาด้วยกรณี “ธนเดช เพ็งสุข” สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาระบุว่า “โควตาหวยของทหารผ่านศึกกว่า 1 ล้านใบต่องวด กำลังกลายเป็นเหมืองทองของกลุ่มทุนเทา"
สปอตไลต์ จึงโฟกัสไปที่ รอ.ธรรมนัส เพราะในอดีตเคยทำธุรกิจ เกี่ยวข้องกับจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล
อีกทั้ง “พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ” อดีตองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก(อผศ.) ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.2568 ที่ผ่านมา ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 25 (ตท.25)ของ ร.อ.ธรรมนัส และปัจจุบันได้เข้ามาช่วยงานพรรคกล้าธรรม
แม้ล่าสุด จะมีไลน์หลุด อ้างว่าเป็นของพรรคประชาชน ปรากฎชื่อ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.กทม. อาสาปั่นข่าว ด้วยข้อความ “ควรใช้จังหวะนี้ในการเล่นข่าว เพราะมันจะทิ่มไปที่เดียวกันคือ ธมน.”
"หลายๆ คนได้ยินคำว่าปั่น อาจจะรู้สึกว่ามันไม่ดีหรือเปล่า มันเป็นลบหรือเปล่า แต่ดิฉันรู้สึกว่า ถ้าข้อมูลที่ดิฉันเปิดออกมา ทำให้พี่น้องประชาชนได้รู้ว่า ใครสีขาว สีเทา ถ้ามันเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แล้วปั่นแล้วขึ้น ก็ไม่เห็นว่ามันเสียหายอะไร ประชาชนทั้งประเทศจะได้ตระหนักรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นในประเทศนี้ คิดว่ามาช่วยกันปั่นเยอะๆ ก็ดี" รักชนก กล่าว พร้อมย้ำว่า "ดิฉันไม่ได้บอกว่าแชทนี้เป็นของจริง แต่ยอมรับว่าเป็นชื่อของตนเองและเพื่อน
เรื่อง “ทุนสีเทา” เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงคอลเซนเตอร์-พนันออนไลน์ อ่อนไหวต่อความรู้สึกของคนไทย ไม่แพ้ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งจะเป็นธงนำหาเสียงของพรรคประชาชนในเลือกตั้งต้นปีหน้า โดยเปิดศึกกับพรรค“กล้าธรรม” เมื่อสบโอกาสก็อาจกระทบชิ่งกองทัพ ซึ่งแต่ละฝ่ายก็ต้องตั้งรับกันให้ดี





