'พิสิษฐ์' ปัด สว.เตะถ่วง หลังประชุม กมธ. ถกที่มาองค์กรร่าง รธน.ล่ม

'พิสิษฐ์' ปัด สว.เตะถ่วง หลังประชุม กมธ. ถกที่มาองค์กรร่าง รธน.ล่ม

'สว.พิสิษฐ์' ย้ำที่มาองค์กรร่าง รธน. ต้องไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล รธน. หลังห้ามเลือกตั้งโดยตรงจาก ปชช. ยัน 'วุฒิสภา' ไม่มีเจตนาเตะถ่วงหลังประชุมล่ม เหตุไร้ความชัดเจน

KEY

POINTS

  • พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหา สว. เตะถ่วงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้แจงว่าเหตุที่องค์ประชุมล่ม เพราะ สว. ต้องการความชัดเจนในประเด็นที่มาของ สสร. ก่อนลงมติ
  • สว. มีความกังวลว่าที่มาของ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน อาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่กล้าลงมติในร่างที่ยังไม่มีความชัดเจน
  • ยืนยันว่า สว. พร้อมให้ความร่วมมือในการประชุมครั้งถัดไป และคาดว่ากระบวนการพิจารณาของ กมธ. จะแล้วเสร็จ เพื่อให้ทันเข้าสู่การประชุมรัฐสภาในเดือนธันวาคม

เมื่อวันที่8 พ.ย. 2568 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ(แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการประชุมของกมธ. ว่า ทางวุฒิสภามีความกังวลที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) หรือคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าจะต้องไม่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง เพราะอิงตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่18/2568 จึงถือเป็นเรื่องหลักในช่วงที่ผ่านมา เพราะไม่อยากให้ขัดกับคำนิจฉัยของศาล

ส่วนที่ในวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมาที่องค์ประชุมล่มต้องอธิบายว่าในที่ประชุมคุยไปถึงว่าจะใช้ร่างหลักของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกประชาชน ในอนุหนึ่งหรือไม่ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเลือกตั้งผ่านประชาชนโดยตรง หรือจะให้ประชาชนสมัครและให้รัฐสภาเลือก ตนจึงขอ ให้พักการประชุมและขยับเวลาในการโหวตไปในช่วงบ่ายเพราะอยากได้รายละเอียดมากกว่านี้ รวมถึงวุฒิสภาหลายท่านก็ยังไม่อยากให้โหวตเพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ แต่ทางพรรคเพื่อไทยและเสียงส่วนใหญ่จะให้โหวตเลย เมื่อประธานในที่ประชุมขอนับองค์ประชุมจึงมีสมาชิกไม่ครบ จึงต้องปิดการประชุมไป

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาเตะถ่วงใดๆทั้งสิ้น สามารถไปดูบันทึกการประชุมได้เลยว่าเราเข้าประชุมเกินครึ่งทุกครั้ง สิ่งที่เรากังวลคือต้องยึดตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก หากไม่มีความชัดเจนเราก็ไม่กล้าโหวตเพราะคำถามถามว่าเห็นด้วยกับร่างของนายพริษฐ์256/1(1)หรือไม่ ซึ่ง(1)ไปพ่วงต่อใน256/2 และ 256/5 และร่างของนายพริษฐ์ไม่ใช่ว่าอ่านแล้วจะเข้าใจได้ทันที เพราะมีการเชื่อมโยงกันหลายมาตรา จึงทำให้วุฒิสภาหลายท่านมีความกังวล แต่มั่นใจว่าในวันที่12 พ.ย. ทางสภาจะให้ความร่วมมือแน่นอน

นายพิสิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ในกรอบระยะเวลาเราคาดว่าจะให้เสร็จภายในสัปดาห์ที่18-19พ.ย. เพื่อจะได้พิจารณาในที่ประชุมรัฐสภาก่อนเปิดสมัยประชุม คาดว่าจะมีการเปิดประชุมวิสามัญในวันที่8-9 ธ.ค. เพราะต้องนับไปอีก15วัน เพื่อเปิดประชุมร่วมวาระ3 ช่วงประมาณวันที่24-26 ธ.ค.ก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่  

“ทางประธานวุฒิสภา ท่านก็ขอความร่วมมือให้ทุกกรรมาธิการงดเดินทางไปต่างประเทศ เผื่อมีการเปิดประชุมร่วมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ“ นายพิสิษฐ์ กล่าว