วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

‘อนุทิน’ ประกาศ5ข้อ ต้องชนะ ‘สงครามสแกมเมอร์’ ลั่น เรื่องนี้เคลียร์ไม่ได้

‘อนุทิน’ ประกาศ5ข้อ ต้องชนะ ‘สงครามสแกมเมอร์’ ลั่น เรื่องนี้เคลียร์ไม่ได้

“อนุทิน” เป็นสักขีพยาน ลงนามMOU15 หน่วยงาน “ประกาศสงครามสแกมเมอร์” ต้องชนะ ผ่าน5ปฏิบัติการเชิงรุก ลั่น เรื่องนี้เคลียร์-เกี๊ยะเซียะไม่ได้ มีแต่ลุย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

และผู้บริหารระดับสูงจาก 15 เครือข่ายภาครัฐที่ร่วมลงนามใน MOU ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมด้วย

ทั้งนี้ นายกฯ ได้รับฟังการแถลงมาตรการจากแต่ละหน่วยงาน ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม MOU ก่อนประกาศสงครามกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือสแกมเมอร์ พร้อมกับกล่าวว่า วันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทย เป็นวันที่มีการรวมตัวกันประกาศสงครามกับอาชญากรรมออนไลน์ สงครามนี้เป็นสงครามที่เราต้องชนะ เพื่อปกป้องประชาชนจากภัยสแกมเมอร์ที่กำลังบ่อนทำลายประเทศอยู่ทุกวัน เพราะเมื่อหนึ่งคนเป็นเหยื่อ ครอบครัวทั้งครอบครัวได้รับผลกระทบด้วย คนจำนวนมากต้องประสบกับความทุกข์ และความเครียด ศักยภาพของประเทศถูกบ่อนทำลายจากการกระทำของมิจฉาชีพ ชื่อเสียงประเทศต้องเสื่อมเสีย ภาพลักษณ์ถูกบั่นทอน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการค้าและการลงทุน ความเสียหายที่ซ่อนอยู่จากภัยของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเหล่านี้ มีมากจนประเมินค่ามิได้ คือภัยแห่งความมั่นคงอันดับต้นๆ ของประเทศ

นายอนุทิน กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ไม่ใช่เป็นแต่เพียงเอกสาร แต่คืออาวุธ ที่จะใช้ในการต่อสู้กับอาชญากรอย่างเป็นระบบ เพราะเป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนทุกด้าน ทั้งงบประมาณ เทคโนโลยี และนโยบาย เพื่อให้การทำงานครั้งนี้ เห็นผลจริง ทำให้ประเทศไทยปลอดจากสแกมเมอร์ และเป็นดินแดนต้องห้ามของอาชญากรรมทุกรูปแบบ

‘อนุทิน’ ประกาศ5ข้อ ต้องชนะ ‘สงครามสแกมเมอร์’ ลั่น เรื่องนี้เคลียร์ไม่ได้

นายกฯ กล่าวว่า MOU มีจุดประสงค์เพื่อเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกใน 5 ด้านหลัก คือ

1. บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด ไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

2. สร้างระบบประสานงานแบบบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวกรอง และการสืบสวน

3. ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทันที ตัดเส้นทางการเงิน อาชญากรไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินอีกต่อไป

4. ใช้เทคโนโลยี AI ตรวจจับเส้นทางเงินและพฤติกรรมของมิจฉาชีพ เพื่อสกัดก่อนเกิดเหตุ 

และ5. สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน ส่งเสริมความรู้เท่าทัน และการแจ้งเบาะแส เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศ ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและเป็นส่วนหนึ่งของทีมไทยแลนด์ในสงครามครั้งนี้

นายอนุทิน กล่าวว่า ภาพวันนี้น่าจะชัดเจนรัฐบาลไทยให้ความสำคัญเป็นอันมาก ที่มีการวิพากย์วิจารณ์ว่าไม่ให้ความสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ เป็นเจ้าของสแกมเมอร์ ภาพวันนี้คงประจักษ์ ไม่มีใครอดทนกับสิ่งที่ทำร้ายประเทศไทย ตนมีเจตนาแน่วแน่ปกป้องประชาชนจากภัยนี้ให้จงได้ มั่นใจว่าทุกคนที่นี้ มีความรู้จักผูกพัน เป็นเพื่อนรัก ผบ.ตร. เป็นเพื่อนพี่น้องกับข้าราชการระดับสูง ผมไม่มีวันต้องเกรงใจใครที่ตั้งใจมาทำร้ายประชาชน ขอให้มั่นใจทุกคนไม่ยอมให้เกษียณอายุราชการไป แล้วบอกตัวเองไม่ได้ว่าทำไม่สำเร็จ ประชาชนเดือดร้อน ตายตาไม่หลับ เราต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ด้วยเกียรติยศอย่างสุดความสามารถ 

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลขอให้ความมั่นใจ เรื่องนี้เคลียร์ไม่ได้ ไม่มีเกี๊ยะเซียะเรื่องนี้มีแต่ลุย ถือเป็นผลงานของเรา เป็นบุญคุณที่ต้องทดแทนประชาชน และขออภัยในความเสียหายที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา แต่ขอให้มั่นใจในทีมไทยแลนด์