วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

‘อนุทิน’ เผย ลงนาม ‘กัมพูชา’ แนวทางสู่สันติภาพ ไม่ใช่สัญญาสงบศึก

‘อนุทิน’ เผย ลงนาม ‘กัมพูชา’ แนวทางสู่สันติภาพ ไม่ใช่สัญญาสงบศึก

“อนุทิน” ไลฟ์สด ขอ ปชช.เชื่อมั่น ลงนามร่วมกัมพูชา ไทยไม่เสียเปรียบ เราต้องประเมินอีกฝ่ายด้วย ยัน ยังไม่เปิดด่าน-ไม่เสียดินแดน เผย ใช้Lidar หาข้อสรุปเขตแดนแทนแผนที่ 1:200,000 ขอกำลังใจคนไทย ย้ำ ไม่ใช่สัญญาสงบศึก เป็นแนวทางปฏิบัติสู่สันติภาพ

ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์ส่วนตัว ว่า วันนี้จะมีสิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งน่าจะเป็นผลดีกับประเทศไทย คือ จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียน และในช่วงสายจะมีการลงนามในปฏิญญาหาแนวทางในการเจรจาและเพื่อนำไปปฏิบัติ เพื่อไปสู่สันติภาพของประเทศไทยและกัมพูชา มีความห่วงกังวลว่า การเจรจาของพวกผมนั้น จะทำให้ไทยเสียเปรียบหรือไม่ ผมตัดสินใจมาพบกับทุกท่านในวันนี้ โดยการไลฟ์เฟซบุ๊ค เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ในปฏิญญาที่เราจะลงนามในวันนี้ กับทางรัฐบาลกัมพูชา ไม่มีข้อไหนที่จะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบแม้แต่ข้อเดียว ปฏิญญานี้ไม่ใช่สนธิสัญญา จึงไม่จำเป็นต้องไปขอกับทางรัฐสภา แต่รับรองจากคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

นายอนุทิน กล่าวว่า มี4หัวข้อหลัก ที่รัฐบาลกัมพูชาจะต้องดำเนินการ ซึ่งผมก็เคยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวไปหลายครั้งแล้วว่า 1. การถอนอาวุธหนักออกจากแนวชายแดน 2. การเก็บกู้วัตถุระเบิด 3. การร่วมมือกันปราบอาชญากรรม สแกมเมอร์ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ4. การหาแนวทางในการบริหารพื้นที่ทับซ้อนร่วมกัน ไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งทั้ง4ข้อนี้ พี่น้องประชาชนจะเห็นได้เลยว่า จะต้องมีการเริ่มจากทางฝั่งกัมพูชาก่อน เมื่อเขาเริ่มแล้วเราถึงจะมาประเมิน ดำเนินการต่อไปเพื่อจะให้เกิดสันติภาพในความสัมพันธ์ของประเทศทั้งสอง ยังไม่มีเลยที่ว่าเราจะเปิดด่าน ยังไม่มีที่ว่าเราดำเนินการใดๆ ยอมเสียดินแดน เดี๋ยวจะเสียดินแดน เดี๋ยวจะสร้างรั้ว ใช้แผนที่ 1:200,000 ตอนนี้ประเทศไทยไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขตรงนี้เลย 

“ปฏิญญาดีก็คือสิ่งที่จะนำไปสู่การปฏิบัติของทั้ง2ประเทศ ที่จะทำให้เกิดสันติภาพ เกิดความสงบในพื้นที่ชายแดนของทั้ง2ประเทศ และความสัมพันธ์ของทั้ง2ประเทศ เราไม่ต้องการเป็นศัตรูกับใครเลยแม้แต่คนเดียว เรารักสงบอยู่แล้ว ในเพลงชาติก็บอกว่าไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด”

นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่ประเทศไทยปฏิบัติมาตลอดตั้งแต่เรามีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับกัมพูชา เราก็ยังยึดมั่นอยู่ในกรอบนี้ ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบเราไม่เคยขลาด เพราะฉะนั้นขอให้พี่น้องประชาชนให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลไทย ทั้งกองทัพ ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ ทำงานอย่างหนักกว่าจะมาถึงจุดนี้ ก็ขอให้ท่านได้มั่นใจอีกครั้งหนึ่ง ผมไม่ทราบว่าจะพูดได้อย่างไร แต่ผมก็มีประสบการณ์ในการเจรจามาตั้งแต่ใช้ชีวิตในภาคเอกชน 

“ผมยังไม่มีความรู้สึกแม้แต่น้อยว่า ในปฏิญญาที่เราจะลงนามกับทางกัมพูชา โดยมีนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานาธิบดีทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ร่วมเป็นสักขีพยาน เรายังไม่เห็นจุดใดที่จะทำให้ประเทศไทยของเราเสียเปรียบ ผมไม่ได้มองในเรื่องของการเสียเปรียบ ได้เปรียบ แต่ผมมองในเรื่องของความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน การที่จะทำให้ประเทศไทยรักษาเกียรติภูมิ รักษาธิปไตยและรักษาดินแดนของเราไว้ได้ทุกอย่าง”

นายอนุทิน กล่าวว่า การจะต้องตกลงในเรื่องเขตแดนต่างๆ ที่มีคนบอกว่าเรายอมใช้แผนที่ 1:200,000 ไม่เป็นความจริง เราไม่เคยยอมใช้แผนที่ 1:200,000 แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกLidar เมื่อนำไปสู่การเจรจาเรื่องการปักปันเขตแดนให้ครบ ก็จะใช้เทคโนโลยีนี้ ซึ่งแผนที่1:200,000 จะหมดไปโดยปริยาย จะใช้การเจรจาโดยหลักของความเป็นจริงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้มากที่สุดซึ่งทั้งสองฝ่ายข้อตกลงตามนี้ 

นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ขอกำลังใจเดี๋ยวอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้ลงนามในปฏิญญานี้แล้ว ขอย้ำนะครับไม่ใช่สัญญาสงบศึก ไม่ใช่ Peace Ageement เป็น Joint declaration หรือ แนวทางที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพ ในดินแดนทั้งสองประเทศ ก็ขอให้ความมั่นใจอีกครั้ง พวกเราทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่การตกลงกันเพียงวันสองวัน มีการประชุมหาข้อตกลงกันมาระยะหนึ่งแล้ว บางครั้งก็ล้มเหลว บางครั้งก็สำเร็จ แต่ในที่สุดผมเชื่อว่า ด้วยความยึดมั่นในหลักของความถูกต้องของประเทศไทย เราจึงสามารถทำให้คู่กรณี ยอมรับในสิ่งที่เป็นเงื่อนไขที่เราได้เสนอไปทุกข้อ หวังว่าเมื่อการดำเนินการลงนามเกิดขึ้นแล้ว สื่อฯก็คงรายงานให้ประชาชนทราบ หรือถ้ามีอะไรสำคัญหรือจำเป็น ผมก็จะมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อลงนามเรียบร้อยแล้ว จะรีบเดินทางกลับประเทศไทยไปร่วมพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

นายอนุทิน กล่าวว่า ผมมั่นใจว่าเราจะต้องมีชัยและจะทำให้ดีที่สุดเพื่อประเทศไทยและประชาชน ซึ่งผมถือเสมือนเป็นผู้บังคับบัญชาเป็นเจ้านายของผมตลอดเวลา