"รองหัวหน้า พปชร." ส่งข้อเสนอให้ "ประธานสภาฯ" เร่งหน่วยงานปราบแก๊งคอลเช็นเตอร์-สแกมเมอร์ ผ่านการตัดไฟ-เน็ต-หยุดการค้าขาย-ทองคำ
ที่รัฐสภานายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคพลังประชารัฐ และนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ยื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ผ่านนายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเร่งปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์
โดยนายธีระชัย กล่าวว่า ปัญหาสแกมเมอร์ในเวลานี้มีไปทั่วโลก ศูนย์กลางอยู่ในอาเซียนที่ล้อมรอบประเทศไทยเป็นหลัก การปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ทั้งที่เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างครบวงจร และใช้มาตรฐานสากล ยิ่งทำให้โลกสงสัยเพราะมีนักการเมืองของไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง ยิ่งส่งผลกระทบต่อนักลงทุนที่จะมาลงทุนในประเทศไทย วิธีการที่จะป้องกันรัฐบาลต้องเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง คือ ต้องตัดขบวนการฟอกเงินผ่านประเทศไทยเข้าไปในประเทศรอบข้างให้ได้ โดยการตัดสัญญาณโดยตรงแม้จะตัดไปแล้ว แต่ยังต้องตัดสัญญาณทางอ้อมผ่านดาวเทียม
นายธีระชัย กล่าวต่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย สามารถสั่งการได้ทันที รวมถึงสั่งห้ามส่งออกทองคำไปยังประเทศกัมพูชา หากนายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการก็จะต้องชี้แจงให้ได้เพราะการห้ามส่งออกทองคำไปกัมพูชาจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยแค่เฉพาะผู้ส่งออกทองคำรายใหญ่เท่านั้น ซึ่งเขาสามารถปรับตัวรองรับได้ไม่ยาก
"ถึงเวลาแล้วที่จะต้องใช้มาตรการทุกรูปแบบโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการเศรษฐกิจ โดยขอเสนอแนะให้รัฐบาลไทย ควรยุติการค้า การนำเข้าสินค้าจากกัมพูชาชั่วคราวจนกว่าจะมีการดำเนินการ ตามที่เรียกร้องได้สำเร็จ" นายธีระชัย กล่าว
ด้านม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาสแกมเมอร์สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ตัดการค้า พลังงาน น้ำมันสำเร็จรูป และไฟฟ้า ให้กัมพูชาเดินต่อไปไม่ได้ ซึ่งต้องทำจนกว่าศูนย์สแกมเมอร์เหล่านี้จะหายไป หากไทยยังขายไฟฟ้าและน้ำมันให้เขาเหมือนเดิม เหมือนส่งอาวุธให้เขามาทำร้ายคนไทย รวมถึงต้องหยุดค้าทองคำให้กับกัมพูชา ซึ่งตนเชื่อว่าหากเราหยุดก็มั่นใจว่าจะส่งผลกระทบต่อแก๊งสแกมเมอร์แน่นอน
ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า ควรใช้มาตรการสากลตรวจสอบบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยห้ามเดินทางเข้ามาในประเทศไทย รวมถึงผลักดันกลับประเทศด้วย ที่สำคัญต้องอายัดทรัพย์ของบุคคลที่เกี่ยวของบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยต้องแช่แข็งทรัพย์สินทันที หากบุคคลเหล่านี้เกี่ยวข้องจริงก็ให้ยึดทรัพย์เป็นของรัฐ เพื่อไว้เยียวยาคนไทยที่ถูกหลอกลวง และยังขอเสนอให้ออกพระราชกำหนดเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ซึ่งมั่นใจว่าทุกพรรคจะให้การสนับสนุน
ด้านนายคัมภีร์ กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวนำเสนอต่อประธานสภา เพราะข้อเสนอถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะยังมีผู้ที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงอยู่ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าตนก็ได้รับสาย จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2-3 สาย ว่าไปมีคดีที่ต่างจังหวัด แต่ความจริงแล้วไม่ได้ไปไหนเลย ซึ่งเป็นประเด็นที่จะทำให้เราได้ช่วยกัน





