วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'สภาฯ' เอกฉันท์ 280 เสียง ไฟเขียวร่างกม.นิรโทษกรรม คดีการเมือง

'สภาฯ' เอกฉันท์ 280 เสียง ไฟเขียวร่างกม.นิรโทษกรรม คดีการเมือง

สภาฯ เอกฉันท์ 280 เสียง เห็นชอบ ร่างกม.นิรโทษกรรม  ส่งวุฒิสภาพิจารณาต่อ “กมธ.” ยืนยันทำร่างกฎหมายละเอียด รอบคอบแล้ว หลังถูกท้วงเลือกนิรโทษกรรมบางกลุ่ม

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ... ที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จ เพื่อนิรโทษกรรมให้กับผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุม ทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองพ้นจากความรับผิดตามกฎหมาย รวมทั้งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมได้พิจารณาด้วยความเรียบร้อย มติของเสียงข้างมากของสภาฯ ได้เห็นชอบตามที่กมธ.เสนอ จนมาถึงร่างมาตรา 9/1 ที่กมธ.ได้เพิ่มขึ้นใหม่ และปรับแก้ไขตามข้อหารือระหว่างกมธ. ในช่วงพักการประชุม

โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานกมธ. ชี้แจงว่า เนื้อหาที่ปรับแก้ไข มีเพียงเล็กน้อย โดยยังยืนยันต่อหลักการที่กำหนดให้บรรดาการกระทำที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ถ้าผู้กระทำความผิดซึ่งอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่ว่าถูกดำเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหาแล้วหรือไม่ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้พิจารณาทำแผนแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูการกระทำความผิด แล้วส่งแผนพร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการ เพื่อให้ใช้มาตรการและสั่งยุติคดี โดยไม่ต้องมีคำพิพากษา

“กมธ.เล็งเห็นการเปิดโอกาสให้กับเยาวชน แม้จะถูกกล่าวหาว่าทำผิดกฎหมาย แต่วันที่เกิดเหตุ อายุไม่ถึง 18 ปี ถือว่า  สภาฯ ควรพิจารณาและเห็นชอบร่วมกัน ทั้งนี้ได้หารือกับหลายองค์กรและผู้รู้หลายคนไม่มีการขัดต่อหลักการของร่างพ.ร.บ.ที่สภาฯรับหลักการในวาระแรก ทั้งนี้ไม่ได้เขียนกฎหมายใหม่ หรือ สร้างอำนาจให้ฝ่ายบริหาร แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หรือ มีอำนาจเหนือกว่าใช้ดุลยพินิจของฝ่ายตุลาการ” นายณัฐวุฒิ ชี้แจง

ทั้งนี้พบว่า กมธ.เสียงข้างน้อยและ สส.ที่สนับสนุนการนิรโทษกรรมให้กับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี มองว่าเนื้อหาที่กมธ.บัญญัตินั้นให้โอกาสกับเยาวชนน้อยเกินไป พร้อมกับเสนอแนะให้ปรับแก้ไขเพื่อให้รอบคอบ ว่า มาตรการใดที่อยากให้บังคับใช้ หรือเข้าไปสู่กระบวนการ

ขณะที่น.ส.ศศิกานต์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน  ฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย กล่าวว่า กรณีที่กมธ.แก้ไขนั้น ถือเป็นการเลี่ยงบาลี และเลือกนิรโทษกรรมให้กับคนบางกลุ่มและเลือกทิ้งคนอีกกลุ่มหนึ่งไว้ข้างหลัง

ทำให้นายณัฐวุฒิ  ชี้แจงว่า ไม่ได้มีเจตนาเลี่ยงบาลี แต่ต้องการทำให้กฎหมายเดินหน้าและผ่านความเห็นชอบของสว. เนื่องจากไม่มีเวลาแล้ว เหลือวันเดียวที่ต้องให้ผ่านและทำรายงานเพื่อส่งให้สว. ในวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค.) เพื่อให้เข้าพิจารณาได้ทันสมัยประชุมนี้

“ผมเสนอเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือกันและสร้างความชัดเจนในความเข้าใจตรงกันว่า เมื่อผ่านไปสู่สว.  แล้ว จะพิจารณาผ่านไปได้ เพราะหากถูกส่งกลับมายังสภาฯ ร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกตีตก และหลายพันคนที่เข้าข่ายนิรโทษกรรมจะถูกตีตกไปด้วย”  นายณัฐวุฒิ ชี้แจง

นายณัฐวุฒิ ยังชี้แจงต่อไปอีกว่า ต่อด้วยว่า อย่างไรก็ดีหากไปต่อไม่ได้ จะมีคำอธิบายกับคนจำนวนไม่น้อยอย่างไร และในร่างกฎหมายไม่ได้ทอดทิ้งผู้ที่กระทำผิดฐานอื่นๆ ตนคิดต่อไปด้วยว่าหากกฎหมายนี้ผ่าน โดยนิรโทษกรรมความผิดอื่นที่ถูกยกเว้นไว้ หากผมเป็นทนายจะนำไปยื่นปล่อยตัวชั่วคราว เพราะมีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง เพราะรัฐสภาเห็นชอบร่างกฎหมาย หากตรวจสอบผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีที่ต้องคดี ที่มีได้ 20 คน  โดยแบ่งเป็นอายุ 14 ปี 6 คน ที่เหลืออายุ 15-17 ปี ทั้งนี้ไม่มีใครถูกจำขัง บางคนคดีถึงที่สุดแล้ว ซึ่งถูกดำเนินการตามสิทธิของกฎหมาย บางคนอยู่ในระหว่างพิจารณาและเข้าเกณฑ์มาตรา 9/1 ทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในมาตราดังกล่าวได้ใช้เวลาอภิปรายนานกว่า1ชั่วโมง ก่อนที่จะลงมติตัดสิน โดยพบว่าเสียงข้างมากเห็นด้วยที่กมธ.เพิ่มขึ้นใหม่

จากนั้นได้เข้าสู่การพิจารณาบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ ซึ่ง กมธ. แก้ไข เพิ่มคดีความผิดรวม 34 กรณี ซึ่งรวมถึง คดีสำคัญทางการเมือง อาทิ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร มาตรา 124   ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และสว. ส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ ความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559  ความผิดตามประกาศและคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประกาศและคำสั่งของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประกาศและคำสั่งหัวหน้า คสช. เป็นต้น

ทั้งนี้นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายให้ตัดบัญชีแนบทางออก เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา อย่างไรก็ดีนายนิกร จำนง กมธ.เสียงข้างมาก ชี้แจงว่า การพิจารณาของกมธ. มีประเด็นเพิ่มเติมได้ คนที่โดนคดีเสนอเองและพิจารณาเติมให้ มีบางประเด็นที่ทักท้วงกรณีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จึงพิจารณาเว้นคดีที่โกงเลือกตั้ง เท่าที่ทำมาละเอียดที่สุดและใช้เวลาพิจารณาครอบคลุมที่สุด หากจะมีปัญหาหรือผิดพลาด 0.01% อาจจะมีขึ้นได้  แต่บุคคลที่โดนคดีพยายามติดต่อให้ความเห็นมา ในนามกมธ.ทำดีที่สุดแล้วละเอียดรอบคอบที่สุดแล้ว

ขณะที่นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสนอให้เพิ่มต่อท้ายด้วยประโยคว่า “รวมถึงคดีมาตราอื่นที่เป็นคดีการชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองที่ไม่กล่าวตามบัญชีแนบท้ายนี้” อย่างไรก็ดีนายนิกรชี้แจงว่า หากเขียนปลายเปิด เหมือนตีเช็คเปล่าอาจเกิดผลเสียมากกว่า จึงยืนยันตามการพิจารณาของกมธ.

ต่อจากนั้นที่ประชุมได้ลงมติในวาระสาม ว่าจะเห็นชอบทั้งฉบับหรือไม่ โดยมติเอกฉันท์ 280 เสียงเห็นชอบ งดออกเสียง 2 เสียง ขั้นตอนจากนี้จะส่งให้สว. พิจารณาต่อไป